IRAN GRAND TRIP อิหร่านแกรนด์ทริป11 วัน 9 คืน
ReadyPlanet.com
dot

dot


เพิ่มเพื่อน


IRAN GRAND TRIP อิหร่านแกรนด์ทริป11 วัน 9 คืน article

 

สนใจติดต่อบริษัท ลายไทย ทรานสปอร์ต แอนด์ แทรเวล จำกัด โทร : 0 2887 8802-30 2887 9680

IRAN GRAND TRIP

อิหร่านแกรนด์ทริป11 วัน 9 คืน

บินตรงสบายๆ แบบไม่เหนื่อยกับมาฮานแอร์ แวะเมืองสำคัญๆ

เตหะราน-พิพิธภัณฑ์อัญมณี-พระราชวังโกเลสตาน-ชีราซ-เปอร์ซีโปลิส-สุสานสี่กษัตริย์-เมืองหลวงเก่าอิศฟาฮาน-เมืองโบราณนาอีน-เมืองการค้าเมย์บ็อด-เมืองมรดกโลกที่ยาซด์-เคอร์มันเมืองแห่งนวัตกรรมโบราณและศูนย์กลางการค้าในทะเลทราย-พักในเต๊นท์Lut Star Campกลางทะเลทราย-ชมพระอาทิตย์ตกดินในถิ่นทะเลทรายที่ KALUTS..นี่คือทะเลทรายที่สวยที่สุดจนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก

 

วันแรก      กรุงเทพฯ-เตหะราน

21.00  น. คณะเดินทางพร้อมกันที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ แถว N (Row N) ใกล้ประตูหมายเลข 9บนชั้น 4(ผู้โดยสารขาออก)ที่ด้านหน้าเคาน์เตอร์เช็คอิน ของสายการบินมาฮานแอร์(Mahan Air)พบเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯคอยอำนวยความสะดวกในการเดินทางให้กับท่าน

15.30  น. ออกเดินทางโดยสายการบินมาฮานแอร์ของอิหร่านเที่ยวบินW5-050ซึ่งจะใช้เวลาบินตรงสู่ท่าอากาศยานอิหม่ามโคมัยนีอินเตอร์เนชั่นแนล (IKA)นอกกรุงเตหะราน ประมาณ 7ชั่วโมง มีอาหารบริการบนเครื่องที่รับประกันว่าทานได้ไม่มีกลิ่นแขกอย่างที่เข้าใจกันผิดๆ มานาน เพียงแต่ว่าไม่มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บริการเท่านั้น เพราะอิหร่านเป็นประเทศมุสลิมที่เข้มงวดในเรื่องนี้ เช่นเดียวกับภายในประเทศอิหร่านไม่ว่าจะเป็นในร้านค้า ร้านอาหารหรือโรงแรมทุกแห่งทุกระดับจึงไม่มีเครื่องดื่มประเภทแอลกอล์บริการ

วันที่สอง      พิพิธภัณฑ์แห่งชาติ – พิพิธภัณฑ์อัญมณี – ชิราช

03.45 น. เที่ยวบิน W5-050 นำท่านเดินทางถึงท่าอากาศยานอิหม่ามโคมัยนีซึ่งอยู่ทางใต้ของกรุงเตหะราน  เมื่อผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองศุลกากรแล้ว นำท่านเข้าสู่ที่พัก Novotel AirportHotel ใกล้อาคารผู้โดยสารขาเข้าในบริเวณท่าอากาศยานอิหม่ามโคมัยนี

09.00 น.  บริการปลุกทางโทรศัพท์และรับประทานอาหารเช้า

10.30 น.  นำท่านเดินทางสู่ใจกลางกรุงเตหะราน (ใช้เวลา40นาที)เพื่อชมพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติอิหร่าน(National Museum)ซึ่งท่านจะได้ทราบที่มาของชนชาติอารยันซึ่งเป็นบรรพบุรุษของชาวอิหร่านปัจจุบัน และการสถาปนาอาณาจักรเปอร์เซียอันยิ่งใหญ่เทียบเท่ากับกรีก อียิปต์ และโรมัน รวมถึงจะได้ชมโบราณวัตถุต่างๆ ที่จัดแสดงมากกว่า 300,000ชิ้น ตั้งแต่ยุคเมโสโปเตเมียจนกระทั่งถึงเปอร์เซียยุคราชวงศ์กาจาร์

12.30 น.  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารของโรงแรม Ferdorsi(บุปเฟ่ต์)


              นำท่านชมกรุอภิมหาสมบัติที่พิพิธภัณฑ์อัญมณีแห่งชาติอิหร่าน(NationalJewelry Museum) ซึ่งอัญมณีจากทุกยุคทุกสมัยของกษัตริย์ทุกราชวงศ์ที่เคยปกครองอาณาจักรเปอร์เซียในอดีตและครอบครองอภิมหาสมบัติจำนวนมากมายนั้น ล้วนถูกเก็บไว้ในสถานที่แห่งนี้จนเรียกได้ว่ามีความอลังการในชนิดและรูปแบบ และมโหฬารในจำนวนที่มากมายที่สุดในโลกจากพิพิธภัณฑ์อัญมณี นำท่านท่าอากาศยานMehrabad Airport เพื่อเดินทางสู่เมืองชีราซในจังหวัดฟาส์ในภูมิภาคทางตอนใต้ของอิหร่าน

18.00 น.  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารภายในสนามบินเมห์ราบัด

20.10 น.  ออกเดินทางสู่เมืองชีราซโดยสายการบินMahan Air เที่ยวบิน W5 1087ใช้เวลาประมาณ 1.15 ชั่วโมง

19.30 น.  เที่ยวบิน W5-1087นำท่านเดินทางถึงท่าอากาศยานชีราซ จากนั้นเดินทางสู่โรงแรมที่พัก
พักที่โรงแรม ZANDIEH HOTELหรือ HOMA HOTELระดับ 5* ดาวในเมืองชีราซ

วันที่สาม      เมืองชีราซ - เปอร์ซีโปลีส - อิศฟานฮาน

06.00 น.  บริการปลุกทางโทรศัพท์โดยเจ้าหน้าที่ของโรงแรม

07.00 น.  รับประทานอาหารเช้า ณ ภัตตาคารของโรงแรม 

08.00 น.  นำท่านเที่ยวชมมัสยิดสีชมพู(Nasir-OlMolk)ซึ่งเป็นมัสยิดที่สวยงามแปลกตามาก เพราะประดับไปด้วยกระเบื้องโทนสีแดง-ชมพู-เหลือง เป็นสีหลัก มีเพียงแห่งเดียวในอิหร่าน ไม่ว่าท่านจะมองจากมุมไหน มัสยิดแห่งนี้จะออกสีชมพู ดูสวยงาม อ่อนหวาน ความสวยขนาดที่ได้รับเลือก ให้เป็นภาพปกหนังสือ ตอนย้อนรอย อารยัน ของนักเขียนนาม เชนทร์ ชนะการณ์ มาแล้ว ข้างในกว้างขวาง ใหญ่โตไม่ว่าจะมองมุมไหน

จากนั้นเดินทางสู่พระราชวังโบราณเปอร์ซีโปลิส(Persepolis) ซึ่งอยู่ทางด้านเหนือของเมืองชีราซขึ้นไปประมาณ 1 ชั่วโมง  พระราชวังแห่งนี้ได้ถูกสร้างขึ้นเป็นแห่งที่สองนับตั้งแต่สถาปนาอาณาจักรเปอร์เชียขึ้นเมื่อปี 559 ก่อนคริสตศักราช (พระราชวังและเมืองหลวงแห่งแรกคือพาซากาดสร้างโดยกษัตริย์ไซรัสมหาราช)เริ่มสร้างโดยกษัตริย์ดาริอุสมหาราช(Darius The Great)ในปี 512ก่อนคริสตศักราช  โดยได้นำเอาช่างผู้ชำนาญงานในแขนงต่างๆ จากยอดฝีมือช่างในอาณาจักรต่างๆ ที่อยู่ใต้อำนาจการปกครองของเปอร์เซียในยุคนั้นซึ่งมีถึง 23 อาณาจักร เช่นช่างที่ชำนาญงานทางด้านการตัด การแกะสลักหินก็มาจากอียิปต์ ช่างตกแต่งภายในที่จะต้องมีริ้วเงินริ้วทองประดับประดาบนฝ้าเพดาน ร่องเสา ผนังหรือกรอบประตู หน้าต่างก็มาจากอาณาจักรลิเดียช่างเหล็กก็มาจากอาณาจักรฮิตไทต์เป็นต้น  หลังจากนั้นก็มีการก่อสร้างเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่องในอีก 5 รัชกาลต่อมา แต่ก็ยังไม่เคยเสร็จสมบูรณ์  จนกระทั่งมาถูกยึดครองและเผาทำลายอย่างย่อยยับโดยกองทัพของอเล็กซานเดอร์มหาราชแห่งอาณาจักรกรีซในปี 330 ก่อนคริสตศักราช  แต่กระนั้นก็ตาม พระราชวังแห่งนี้ก็ยังคงไว้ซึ่งเกียรติศักดิ์อันยิ่งใหญ่ตลอดกาลทั้งความใหญ่โตโอฬารของตัวพระราชวังและความอลังการทางด้านสถาปัตย์ดังนั้นเวลา 2 ชั่วโมงของการเที่ยวชมพระราชวังเปอร์ซีโปลิสแห่งนี้  จึงเป็น 2 ชั่วโมงที่คละเคล้าไปด้วยความระทึกใจ ความประหลาดใจและความประทับใจอย่างไม่รู้ลืมสำหรับผู้มาเยือนทุกคนเจาะเข้าไปเป็นห้องขนาดใหญ่บนหน้าผาหินซึ่งอยู่สูงจากพื้นถึง 20 เมตรและยังมีการแกะสลักหินส่วนหน้าให้มีความงดงามอีกด้วย

12.00 น.  รับประทานอาหารกลางวันณภัตตาคารอาหารท้องถิ่นภาคใต้ที่ร่มรื่นใกล้กับพระราชวังเปอร์ซีโปลิส

นำท่านเดินทางจากเปอร์ซีโปลีสเมืองอิศฟาฮานอีกประมาณ 4 ชั่วโมงเศษ  เมืองอิศฟาฮานเป็นอดีตเมืองหลวงของอาณาจักรเปอร์เซียแห่งยุคที่มีความรุ่งเรืองสูงสุดอีกครั้งหนึ่งในศตวรรษ ที่ 17-18 อาณาจักรเปอร์เซียมีความมั่นคงเป็นปึกแผ่นภายใต้การปกครองของราชวงศ์ซาฟาวิดซึ่งเป็นชาวเปอร์เซียแท้ และเมืองหลวงอิศฟาฮานก็กลายเป็นทั้งเมืองศูนย์กลางการปกครองและเมืองศูนย์กลางทางการค้า จนได้รับฉายาว่า“Esfahan is half of the world”ใครต้องการสินค้าอะไรก็ต้องไปซื้อหากันที่อิศฟาฮานยิ่งกว่านั้นยังเป็นช่วงเวลาที่อาณาจักรเปอร์เซียได้เชื่อมสัมพันธไมตรีกับอาณาจักรต่างๆ รวมทั้งสยามซึ่งตรงกับสมัยกรุงศรีอยุธยาอีกด้วย

19.30 น.  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารของโรงแรม
โรงแรมที่พัก  KOWSAR HOTELระดับ 4* ดาว หรือเทียบเท่าในเมืองอิศฟาฮาน

วันที่สี่     อิศฟาฮาน (เต็มวัน)

06.00 น.  บริการปลุกทางโทรศัพท์โดยเจ้าหน้าที่ของโรงแรม

07.00 น.  รับประทานอาหารเช้า ณ ภัตตาคารของโรงแรม

08.30 น.  นำท่านเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวของเมืองอิศฟาฮานซึ่งอยู่บริเวณโดยรอบจัตุรัสอิหม่ามใจกลางเมือง(กรุณาเตรียมของใช้ส่วนตัวให้ครบถ้วนก่อนลงจากรถ เพราะรถจะมารับอีกครั้งหนึ่ง 18.00 น.) เมืองอิศฟาฮานเป็นเมืองที่มีอายุเก่าแก่ร่วม 1,800 ปีตั้งแต่ยุคราชวงศ์ซัสซาเนียน และเคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรเปอร์เชียระหว่างปี ค.ศ.1587-1749 ซึ่งตรงกับสมัยราชวงศ์ซาฟาวิดปกครอง  อดีตเมืองหลวงแห่งนี้เคยรุ่งเรืองสูงสุดในศตวรรษที่ 16-17 และปัจจุบันนี้เป็นเมืองมรดกโลกโดยการขึ้นทะเบียนขององค์การยูเนสโกนำท่านเที่ยวชมโบสถ์แว้งค์(Vank Church) ซึ่งเป็นโบสถ์ประจำชุมชนชาวอาร์เมเนียซึ่งพักอาศัยอยู่ในเขต “นิวจุลฟา” ของเมืองอิศฟาฮาน ซึ่งนับถือศาสนาคริสต์นิกายออร์โธด๊อกซ์ นี่เป็นตัวอย่างหนึ่งของคนต่างนิกาย ต่างศาสนา แต่สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข และชี้ให้เห็นถึงความใจกว้างของผู้นำประเทศและผู้นำทางศาสนาซึ่งเป็นมุสลิมนิกายชีอะห์ ตัวโบสถ์สร้างระหว่างปี 1606-1655 หากมองจากภายนอกจะเห็นโดมของโบสถ์เหมือนเป็นโดมของมัสยิด แต่ถ้าดูให้ดีจะเห็นไม้กางเขนขนาดเล็กปักอยู่ที่โดม  ใกล้ๆ กับตัวโบสถ์จะมีพิพิธภัณฑ์ของชาวอาร์เมเนียนซึ่งจัดแสดงภาพเขียนของบุคคลสำคัญของชาวอาร์เมเนียน และบางส่วนจัดแสดงวิวัฒนาการเกี่ยวกับการพิมพ์ในอิหร่าน ซึ่งชาวอาร์เมเนียนเป็นผู้บุกเบิก 

จากนั้นชมมัสยิดอิหม่าม(Imam Mosque) ตั้งอยู่ปลายสุดทางด้านทิศใต้ของจัตุรัส  เป็นหนึ่งในมัสยิดที่ยิ่งใหญ่และสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของโลก  เริ่มสร้างในปี 1611 สมัยกษัตริย์ชาห์อับบาสที่ 1 และเสร็จสมบูรณ์ในอีก 4 ปีต่อมา  นอกจากขนาดที่ใหญ่โตโอฬารแล้ว ยังเป็นมัสยิดที่มีองค์ประกอบทางด้านสถาปัตย์ที่สวยงามที่สุดในประเทศอิหร่านโดยเฉพาะโดมประธานขนาดมหึมาที่สร้างคร่อมกันเป็นสองชั้นขนานกันตลอดทุกตารางนิ้ว  ซึ่งมีผลต่อการระบายอากาศและการกระจายของเสียงผู้นำสวดให้แผ่ออกไปจนได้ยินอย่างชัดเจนในทุกซอกทุกมุมของมัสยิดโดยไม่ต้องใช้ไมโครโฟน

12.00 น.  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารใกล้จตุรัสอิหม่าม

บ่าย         นำท่านชม พระราชวังอะลีคาปู(Ali Qapu Palace)สร้างขึ้นในตอนปลายศตวรรษที่ 16 เพื่อเป็นที่ประทับของกษัตริย์ชาห์อับบาสที่ 1 ตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกของจัตุรัสอิหม่าม  เป็นอาคาร 6 ชั้นที่ใช้ไม้และอิฐเป็นวัสดุหลักในการก่อสร้างบนชั้น 3 ของพระราชวังสร้างเป็นห้องโถงใหญ่และมีระเบียงหันหน้าเข้าหาจัตุรัสอิหม่ามสำหรับพระมหากษัตริย์และพระราชวงศ์ไว้ประทับทอดพระเนตรการละเล่นต่างๆ  และปัจจุบันกลายเป็นจุดชมวิวและถ่ายภาพมุมสูงที่สวยงาม ซึ่งสามารถมองเห็นทุกมุมและทุกอย่างที่อยู่บนจัตุรัสได้อย่างชัดเจนจากนั้นเข้าชมมัสยิดชีคล็อตฟุลเลาะห์(Sheikh Lotfollah Mosque)ซึ่งเป็นมัสยิดเฉพาะองค์พระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์เท่านั้นที่จะเข้ามาทำการละหมาดได้  สร้างโดยกษัตริย์ชาห์อับบาสที่ 1 ระหว่างปี 1602-1619  ขึ้นชื่อว่าวิจิตรสวยงามที่สุดในการตกแต่งภายในโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่โดมประธานซึ่งอยู่ตรงกลางห้องโถงใหญ่  จากนั้นให้ท่านได้มีเวลาอย่างเต็มที่ในการช้อปปิ้งสิ่งของต่างๆ จนกระทั่งถึงเวลานัดหมายแล้วนำท่านเดินทางสู่โรงแรมที่พัก จากนั้นพักผ่อนตามอัธยาศัยหรือเดินเที่ยวชมและถ่ายภาพที่สะพานซิโอเซโพลซึ่งอยู่ด้านหน้าของโรงแรม หรือจะเดินในย่านช้อปปิ้งและร้านอาหารที่มีทั้งอาหารพื้นเมือง กะบับแบบตุรกี(Donner Kebab) หรืออาหารแบบฟาสต์ฟูด เช่น เบอร์เกอร์ ซึ่งเป็นสิ่งใหม่ที่มีในอิหร่านที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก มีผู้คนทั้งชาวเมืองอิศฟาฮานเองและนักท่องเที่ยวออกมาเดินช้อปเดินชมและชิมอาหารต่างๆ กันอย่างคึกคักทุกวันตั้งแต่ช่วงหัวค่ำจนกระทั่งถึงประมาณ 3-4 ทุ่ม

**ไม่มีอาหารค่ำบริการเพื่อให้ท่านได้เปลี่ยนบรรยากาศด้วยการเดินชมเดินช้อปและเดินชิมเพื่อหามื้อค่ำทานเองตามอัธยาศัย  ได้บรรยากาศแบบกันเองกับชาวอิหร่านในเมืองอิศฟาฮาน**

โรงแรมที่พักKOWSAR HOTELระดับ 4* ดาว หรือเทียบเท่าในเมืองอิศฟาฮาน

วันที่ห้า      อิศฟาฮาน-นาอีน -เมย์บ็อด-ยาซด์ 

06.00 น.  บริการปลุกทางโทรศัพท์โดยเจ้าหน้าที่ของโรงแรม

07.00 น.  รับประทานอาหารเช้า ณ ภัตตาคารของโรงแรม

08.00 น.  จากนั้นเดินทางสู่เมืองนาอีนซึ่งเป็นเมืองขนาดเล็กที่อยู่ห่างออกไปอีกประมาณ2 ชั่วโมง แวะให้ท่านได้เปลี่ยนอิริยาบถด้วยการเที่ยวชมเขตเมืองเก่าและมัสยิดประจำเมืองหรือJameh Mosque ที่เชื่อว่าเก่าแก่ที่สุดในบรรดามัสยิดทั้งหลายในประเทศอิหร่านปัจจุบัน  โดยจะให้เวลาท่านประมาณ 1 ชั่วโมงในการเข้าชมและถ่ายภาพกับมัสยิดเก่าแก่และสวยงามแห่งนี้ จากนั้นเดินทางต่อสู่เมืองเมย์บ็อด (Meybod)ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง

12.00 น.  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่นในเมืองเมย์บ็อด

บ่าย         เมื่อรับประทานอาหารกลางวันเสร็จแล้วนำท่านชมโรงทำน้ำแข็งยุคโบราณเมื่อประมาณ 400 ปีที่แล้วซึ่งยังไม่มีไฟฟ้าใช้ แต่เขาสามารถผลิตน้ำแข็งได้ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่น่าทึ่งมาก  จากนั้นป้อมปราการนาริน(NarinCaravansarai) ซึ่งนักประวัติศาสตร์เชื่อว่าในบริเวณนี้คือที่ตั้งหลักแหล่งของคนยุคบรรพกาลตั้งแต่ประมาณ4,000 ปีก่อนคริสตกาลเลยทีเดียว และป้อมปราการแห่งนี้ก็สร้างคร่อมบนที่ตั้งหลักแหล่งเดิมตั้งแต่ประมาณ 800-900 ปีก่อนคริสตกาลในยุคกษัตริย์โซโลมอนแห่งอาณาจักรยูดาย  ส่วนป้อมปราการที่เห็นในปัจจุบันนี้ได้สร้างขึ้นใหม่ในยุคซัสซาเนียนของเปอร์เซียนี่เองจากเมืองเมย์บ็อดเดินทางต่อสู่เมืองยาซด์ซึ่งเปรียบไปแล้วก็เหมือนราชินีแห่งท้องทะเลทรายนั่นเอง โดยมีอายุประมาณ 1,800 ปีตั้งแต่ยุคซัสซาเนียนเช่นเดียวกัน

19.30 น.  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารของโรงแรม
โรงแรมที่พักARK HOTELหรือ DAD HOTELระดับ 4 ดาวในเมืองยาซด์

**เพื่อความสะดวก  กรุณาจัดเตรียมเสื้อผ้าและของใช้จำเป็นสำหรับการไปพัก 1 คืนที่คาราวานซารายในทะเลทรายในคืนพรุ่งนี้ ส่วนกระเป๋าใหญ่จะไม่เอาลงจากรถเพราะพื้นเป็นหินกรวดจึงลากกระเป๋ายาก**

วันที่หก      ยาซด์ - คาราวานซาราย Zion O Din

06.00 น.  บริการปลุกทางโทรศัพท์โดยเจ้าหน้าที่ของโรงแรม

07.00 น.  รับประทานอาหารเช้า ณ ภัตตาคารของโรงแรม

08.00 น.  นำท่านเที่ยวชมสถานที่สำคัญในเมืองยาซด์  โดยเริ่มจากศาสนสถานที่เคยเป็นศูนย์กลางของศาสนาโซโร-แอสเตอร์เมื่อประมาณต้นคริสตกาลในสมัยราชวงศ์ซัดซาเนียนปกครองเปอร์เชีย  สถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่บนเนินเขาขนาดย่อมทางด้านใต้ของเมืองยาซด์  เป็นคอมเพล็กซ์ขนาดใหญ่ที่ประกอบไปด้วยตัวอาคารหลักในการทำพิธีทางศาสนา บ่อน้ำดื่มน้ำใช้ซึ่งอยู่ใต้ดิน ห้องครัว ห้องอาหาร ห้องพัก และแท่นทำพิธีปลงศพ  ทั้งหมดนี้สร้างด้วยดินเหนียวตากแห้ง และเรียกรวมกันว่า Tower ofSilence นี่เป็นเพียงบางส่วนที่ให้ท่านได้สัมผัสกับศาสนาที่เก่าแก่ที่สุดในโลกและเมืองยาซด์ก็เป็นศูนย์กลางศาสนาโซโรแอสเตอร์โลกด้วย

จากนั้นชมAteshkadeh Fire Templeซึ่งเป็นศาสนสถานที่ชาวโซโรแอสเตรียนในเมืองยาซด์ยังคงใช้ในการทำพิธีอยู่ ทั้งการบูชาเทพอะหุรามาสดาซึ่งเป็นเทพสูงสุดของศาสนานี้และท่านศาสดาโซโรแอสเตอร์ซึ่งเป็นผู้เผยแผ่คำสอนมาตั้งแต่เมื่อ628 ปีก่อนคริสตกาล การเข้าชมย่อมต้องให้ความเคารพต่อสถานที่โดยการไม่ส่งเสียงดัง และอยู่ในอาการสำรวมเมื่อเข้าไปภายในห้องทำพิธี  ซึ่งห้องนี้จะต้องมีเปลวไฟลุกโชติช่วงอยู่ตลอดเวลาเปรียบดังพระอาทิตย์ที่ไม่มีวันดับปิดท้ายด้วยการชมมัสยิดประจำเมืองยาซด์(Masjid-e Jameh)ซึ่งมีเสามินาเร่ห์ที่สูงถึง 48 เมตรสูงที่สุดในอิหร่าน สร้างตั้งแต่ศตวรรษที่ 15 โดยคร่อมลงไปบนมัสยิดหลังเดิมที่มีมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 12

12.00 น.  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่นในเมืองยาซด์

จากนั้นนำท่านเดินทางออกนอกเมืองยาซด์มุ่งสู่เส้นทางการค้าโบราณทางด้านตะวันออกซึ่งนักการค้าและนักเดินทางผู้ยิ่งใหญ่ของโลกที่เรารู้จักกันดีนั่นก็คือ มาร์โค โปโล(Marco Polo) ก็เคยเดินทางแบบกองคาราวานการค้าผ่านบนเส้นทางนี้เช่นเดียวกันเมื่อปี ค.ศ.1272  จากนั้นเดินทางออกจากเมืองยาซด์อีกประมาณหนึ่งชั่วโมงก็จะถึงที่พักแรมทางของพ่อค้าในอดีตซึ่งเรียกว่า”คาราวานซาราย” (Caravan Sarai) และปัจจุบันนี้ได้ถูกดัดแปลงให้เป็นที่พักสำหรับนักท่องเที่ยวให้ได้สัมผัสบรรยากาศแบบย้อนยุคเมื่อเกือบ 500ปีที่แล้ว

พักที่Zien O Din CaravanSaraiพร้อมอาหารค่ำ

วันที่เจ็ด      Zien O Din - เมืองเคอร์มัน - ทะเลทรายคาลูทส์

07.00 น.  บริการปลุกทางโทรศัพท์โดยเจ้าหน้าที่ของโรงแรม

08.00 น.  รับประทานอาหารเช้า ณ คาราวานซารายหลังอาหารเช้า

09.00 น.  ออกเดินทางมุ่งตะวันออกสู่เมืองเคอร์มันซึ่งเป็นเมืองหลวงของจังหวัดเคอร์มัน อันเป็นศูนย์กลางการค้าในถิ่นทะเลทรายที่สำคัญไม่แพ้เมืองยาซด์ และมาร์โค โปโลก็เคยเดินทางมาแลกเปลี่ยนสินค้าที่เมืองนี้ในช่วงปลายปี ค.ศ.1272 นี่คือเมืองที่เขาบอกว่าชอบมากที่สุดเมืองหนึ่งที่อยู่ในอาณาจักรเปอร์เซีย  จากเมืองเคอร์มันเดินทางต่อไปอีกประมาณ 35 กิโลเมตรก็จะถึงเมืองมาฮานที่จะรับประทานอาหารและเที่ยวชมสถานที่สำคัญในบ่ายวันนี้(คาราวานซาราย-เคอร์มัน ระยะทาง 115 กิโลเมตร และเคอร์มัน-มาฮาน 35 กิโลเมตร)

12.00 น.  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารในเมืองเคอร์มัน

บ่าย         หลังอาหารเดินทางสู่ถิ่นทะเลทรายทางตอนเหนือของเมืองเคอร์มันซึ่งเป็นพื้นที่แบบทะเลทรายที่มีโอเอซีสกระจัดกระจายอยู่ทั่วไปและหลายแห่งก็เป็นโอเอซีสขนาดใหญ่ที่มีหมู่บ้านของชาวอารยันพื้นถิ่นตั้งหลักปักฐานมานานหลายร้อยปี พืชหลักที่เป็นสัญลักษณ์ของโอเอซีสก็คือ อินทผาลัมนั่นเอง ซึ่งจะสังเกตุเห็นว่ามีดงของอินทผาลัมที่ใบสีเขียวเข้มอยู่ทั่วไปในแถบนี้ มาร์โค โปโลเคยกล่าวไว้ในปี ค.ศ.1272 ที่เขาออกมาเที่ยวป่าและล่าสัตว์ในดงอินทผาลัมแถบนี้ว่า “นี่คือแหล่งน้ำที่อุดมสมบูรณ์อย่างไม่น่าเชื่อ เราจะหาน้ำที่สะอาดและสัตว์ป่าได้อย่างไม่ยากเย็นในดงอิทผาลัมเหล่านี้ วันนี้เราทำอาหารแบบปิคนิกจากเกมส์ที่เราล่ามาได้จำนวนมาก”

จากเมืองเคอร์มันไปทางเหนือประมาณ 2ชั่วโมงก็จะเข้าสู่พื้นที่ตอนในของทะเลทราย Lut ( Kavir -e Lut)ซึ่งมีพื้นที่มากถึง 153,600ตารางกิโลเมตร และที่ซ่อนอยู่ในทะเลทรายแห่งนี้ก็คือพื้นที่ที่เรียกว่า Kalutsนี่คือพื้นที่ทะเลทรายที่สวยติดอันดับโลกอีกแห่งหนึ่งและมันคือหนึ่งเดียวของประเทศอิหร่านที่มีความสวยงามระดับมิสยูนิเวอร์สขนาดนี้ ให้ท่านได้มีเวลาถ่ายภาพและดื่มด่ำซึมซับกับบรรยากาศที่พระอาทิตย์กำลังเคลื่อนคล้อยลอยต่ำลงจนกระทั่งลับเนินทรายเบื้องหน้าลงไปจนกระทั่งนาทีสุดท้าย จากนั้นจึงเดินทางไปยังที่พักซึ่งเป็นเต๊นท์แบบพื้นถิ่นทะเลทรายที่Lut StarDesert Campซึ่งอยู่ห่างออกไปจากจุดชมวิว 45กิโลเมตร

รับประทานอาหารค่ำและพักค้างคืนที่Lut Star Desert Campในเขตทะเลทราย Kavie -E Lutใต้ผืนฟ้าอันกว้างไกลและดารดาษไปด้วยหมู่ดาวน้อยใหญ่นับล้านดวง นี่คือประสบการณ์อันหาได้ยากยิ่งที่ต้องมาเก็บเกี่ยวด้วยตัวเองให้ได้อย่างน้อยสักครั้งหนึ่ง

วันที่แปด      คาลูทส์ - ราเยน - มาฮาน - เคอร์มัน 

07.00 น.  รับประทานอาหารเช้า ณ แค้มป์พัก Lut Star Desert campจากนั้นเดินทางไปยังเมืองราเยน (Rayen)ที่อยู่ห่างออกไปทางตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 150กิโลเมตร เมื่อถึงแล้วนำท่านชม เขตเมืองเก่าของเมืองราเยนที่ยังมีป้อมคู ประตู หอรบและอาคารบ้านเรือนอยู่ภายในกำแพงเมืองเก่าซึ่งมีอายุประมาณ 2,000ปี และถือว่าเป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งที่ค่อนข้างสมบูรณ์  จากนั้นเดินทางไปยังเมืองมาฮาน(Mahan)โดยใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง

13.30 น.  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารในเมืองมาฮาน

บ่าย         ชมสถานที่สำคัญในเมืองมาฮาน(Mahan) โดยเริ่มจากสถาปัตยกรรมอิสลามเปอร์เซียนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในคริสต์ศตวรรษที่ 15 ทั้งโครงสร้างอันโอฬารยิ่งใหญ่ และการตกแต่งด้วยกระเบื้องเคลือบสีที่สวยงามแห่งยุค นั่นคืออนุสรณ์สถานของท่านชาห์ เนมาทอลลาร์ วาลี่(Shah Ne’matollah Vali) ซึ่งเป็นผู้รอบรู้หลักคำสอนของศานาอิสลามนิกายซูฟีและเป็นนักปราชญ์แห่งศตวรรษด้วย ท่านเสียชีวิตลงที่นี่เมื่อปี ค.ศ.1431 ส่วนอนุสรณ์สถานของท่านถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1436และมีการต่อเติมขยับขยายและสร้างมัสยิดขึ้นในภายหลังสมัยกษัตริย์ชาห์ อับบาส ที่ 1เมื่อปี ค.ศ.1601ซึ่งได้กลายเป็นสถานที่แสวงบุญของชาวมุสลิมทั่วไปจนกระทั่งปัจจุบัน

      จากเมืองมาฮานออกไปนอกเมืองประมาณ 6 กิโลเมตร เป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งที่มีชื่อเสียงของจังหวัดเคอร์มัน  นั่นก็คือตำหนักฤดูร้อนแห่งหนึ่งของกษัตริย์ในราชวงศ์กอญัรของเปอร์เซีย(QajarDynasty)ที่เรียกว่า Shazdeh Mahan หรือ Prince Gardenสร้างโดยสถาปนิก Mirza Naserodollehเพื่อเป็นที่ประทับของเจ้าชาย Mohammad Hassan Khan Qajarเมื่อปี ค.ศ.1870-1890บนพื้นที่อันกว้างใหญ่ถึง 5.5เฮกตาร์ (ประมาณ 33.5ไร่) ท่ามกลางอุทยานที่สวยงามและร่มรื่นทั้งไม้ดอก ไม้ประดับ รวมถึงน้ำตกแบบขั้นบันไดที่ให้ความชุ่มชื่นตามแนวทางเดินจากซุ้มประตูด้านหน้าจนเกือบถึงพระตำหนักปัจจุบันกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมอีกแห่งหนึ่งของอิหร่าน และได้รับการบรรจุรายชื่อรอการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกมาตั้งแต่ปี ค.ศ.2011 เมื่อได้เวลาอันสมควรแล้วเดินทางกลับสู่โรงแรมที่พักในเมืองเคอร์มัน

19.30 น.  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารของโรงแรม
พักที่โรงแรม KERMAN PARS HOTELระดับ 5* ดาวหรือเทียบเท่า

วันที่เก้า      เมืองเคอร์มัน - กรุงเตหะราน

07.00 น.  รับประทานอาหารเช้า ณ ภัตตาคารของโรงแรม

               จากนั้นนำท่านชมเมืองเคอร์มันซึ่งเป็นเมืองหลวงของจังหวัดเคอร์มันและเป็นศูนย์กลางการค้า การคมนาคมขนส่งมาตั้งแต่ยุคที่มีการค้าแบบกองคาราวานที่เรารู้จักกันในนามเส้นทางสายไหมชมมัสยิดประจำเมืองคือ MalekJamehMosqueเป็นมัสยิดสำคัญและเก่าแก่ที่สุดในจังหวัดเคอร์มาน ในสถาปัตยกรรมแบบเปอร์เซียน-เซลจุกเติร์ก สร้างในยุคที่พวกเซลจุกเติร์กมีอำนาจปกครองเปอร์เซีย โดยกษัตริย์ MalekTouran Shahที่1 (ครองราชย์ระหว่างปี ค.ศ.1072-1092)มัสยิดแห่งนี้มีความกว้าง 91เมตรและยาวถึง 101เมตร นอกจากจะอลังการด้วยขนาดอันมโหฬารแล้วยังสวยงามด้วยลวดลายปูนปั้นอันสวยงามอีกด้วย นี่คือผลงานชิ้นโบว์แดงแห่งยุคเซลจุกเติร์กเลยทีเดียว  จากมัสยิดมาเล็คนำท่านชมสถาปัตยกรรมอีกรูปแบบหนึ่งคือการสร้างโดมด้วยหินผสมกับอิฐ ที่เชื่อว่าสร้างมาตั้งแต่คริสต์สตวรรษที่2ในยุคซัสซาเนียน และสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นศาสนสถานของศาสนาโซโรแอสเตอร์อีกรูปแบบหนึ่งนั่นก็คือ Jabalieh Dome(Rock Dome)หรือชื่อพื้นเมืองเรียกว่าGonbad-e Jabaliye.

      แวะชมตลาดบาซาร์คู่บ้านคู่เมืองที่มีมาตั้งแต่ยุคราชวงศ์ซาฟาวิด อายุประมาณ 450ปี ซึ่งมีขนาดใหญ่มากและแบ่งเป็นโซนต่างๆ ตามชนิดของสินค้า เช่น เสื้อผ้า เฟอร์นิเจอร์ เครื่องครัว เครื่องเทศ พรม และอื่นๆ  และที่สำคัญในตลาดบาซาร์แห่งนี้มีโรงอาบน้ำโบราณ(Hammam)ที่ใหญ่โตและยังมีสภาพที่สมบูรณ์มากทั้งๆ ที่สร้างมาแล้วเกือบห้าร้อยปีที่ต้องไม่พลาดชม

12.00 น.  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารในเมืองเคอร์มัน

บ่าย         จากนั้นนำท่านเดินทางสู่สนามบินของเมืองเคอร์มัน ซึ่งอยู่นอกเมืองออกไปเพียงการเดินทางแค่ 30นาทีเท่านั้น เพื่อโดยสารเครื่องบินไปยังสนามบินเมห์ราบัดที่อยู่ชานกรุงเตหะรานอีกครั้งหนึ่ง

15.40 น.  ออกเดินทางสู่กรุงเตหะรานโดยสายการบินมาฮานแอร์ เที่ยวบิน W5-1054 โดยใช้เวลาบินประมาณ 1.40ชั่วโมง  เมื่อถึงแล้วนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก

19.30 น.  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารของโรงแรม
พักที่โรงแรม KERMAN PARS HOTELระดับ 5* ดาวหรือเทียบเท่า

วันที่สิบ     เตหะราน - กรุงเทพฯ

07.00 น.  บริการปลุกทางโทรศัพท์โดยเจ้าหน้าที่ของโรงแรม

08.00 น.  รับประทานอาหารเช้า ณ ภัตตาคารของโรงแรม และทำการเช็คเอาท์จากโรงแรมที่พักและนำท่านชมพระราชวัง “เนียวาราน”ซึ่งเป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์ในราชวงศ์ปาห์เลวีของอิหร่าน ก่อนที่จะถูกปฏิวัติและโค่นล้มราชบัลลังก์โดยอิหม่ามโคมัยนีในปี ค.ศ. 1979นี่คือพระราชวังที่ไม่ได้มีความโอ่อ่าอลังการเลยเมื่อเปรียบเทียบกับพระราชวังในประเทศอื่นๆ  แต่ทำไมโคมัยนีจึงพระราชวังแห่งนี้คือตัวอย่างของความฟุ่มเฟือยซึ่งผิดหลักศาสนาอิสลามและไม่มีเอกลักษณ์ของศิลปะแบบเปอร์เซียเลย....คำตอบอยู่ภายในพระราชวังที่จะนำท่านเข้าชมครับ

12.00 น.  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารทางตอนเหนือของกรุงเตหะราน (เมนูปลาเทร้าท์)

บ่าย         นำท่านเดินทางสู่ใจกลางกรุงเตหะรานเพื่อชมพระราชวังอีกแห่งหนึ่งนั่นก็คือพระราชวังโกเลสตาน(GolestanPalace) ซึ่งเป็นพระราชวังที่สวยงามในปัจจุบัน  ซึ่งช่วงหนึ่งหลังจากการปฏิวัติโดยอิหม่ามโคมัยนี พระราชวังแห่งนี้ก็ตกอยู่ในสภาพย่ำแย่ ถูกปล่อยทิ้งร้างอย่าน่าอัปยศอดสู เช่นเดียวกับพระราชวังแห่งอื่นๆ พระราชวังแห่งนี้เพิ่งได้รับการบูรณะ เมื่อเริ่มเปิดประเทศอีกครั้งราวๆ ห้าปีที่ผ่านมานี่เอง อย่างไรก็ตาม พระราชวังแห่งนี้ก็ยังคงความงาม ในการตกแต่งภายในด้วยกระจกเงาตัดเหลี่ยมแบบเดียวกับเพชร  และการตกแต่งภายนอกด้วยกระเบื้องเคลือบที่มีสีสัน และลวดลายโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในพระราชวังแห่งนี้ ก็ด้วยกษัตริย์องศ์หนึ่งของราชวงศ์กอญัร(Qajar)คือ Nasser Al-Din Shah (ครองราชย์ค.ศ.1848-1896) โปรดให้สร้างและตกแต่งพระราชวังแห่งนี้ ในศิลปะแบบยุโรป ซึ่งในปัจจุบันพระราชวังแห่งนี้ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  เมื่อได้เวลาอันสมควรแล้วนำท่านเดินทางสู่ท่าอากาศยานอิหม่ามโคมัยนี เพื่อเดินทางกลับสู่ประเทศไทย

21.45 น.  ออกเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ โดยสายการบินมาฮาน แอร์ เที่ยวบิน W5-051ซึ่งใช้เวลาในการบินตรงประมาณ6 ชั่วโมงครึ่ง 
***อาหารค่ำบริการบนเที่ยวบินของมาฮานแอร์***

วันที่สิบเอ็ด      กรุงเทพฯ 

07.00 น.  เที่ยวบิน W5- 051 เดินทางถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ

ค่าบริการอิหร่านแกรนด์ทริป 11 วัน 9 คืน

อัตราค่าบริการ

12-14 คน

15-19 คน

20-29 คน

ผู้ใหญ่พักห้องละ 2 ท่าน / ท่านละ

78,800.- บาท

76,800,- บาท

74,800.- บาท

เด็กต่ำกว่า 12 ปี พักกับผู้ใหญ่ 1 ท่าน / ท่านละ

78,800.- บาท

76,800,- บาท

74,800.- บาท

เด็กต่ำกว่า 12 ปี พักกับผู้ใหญ่  2 ท่าน
ไม่มีเตียงเสริม/ ท่านละ

63,800.- บาท

61,800.- บาท

59,800.- บาท

บินชั้นธุรกิจ(พักห้องคู่) ท่านละประมาณ

-

-

-

พักห้องเดี่ยวจ่ายเพิ่ม ท่านละ

8,800.- บาท

8,800.- บาท

8,800.- บาท

 

อัตราค่าบริการนี้รวม
ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับเป็นหมู่คณะบนชั้นประหยัด                       - ค่าประกันอุบัติเหตุในวงเงินคนละ 1,000,000.-บาท
ค่าตั๋วเครื่องบินภายในประเทศ 2 เที่ยวบิน                                   - ค่าโรงแรมที่พักตามรายการ
ค่าอาหารตามที่ระบุในรายการ                                                - ค่าเข้าชมสถานที่ตามรายการ
ค่าภาษีสนามบินทุกแห่งตามรายการ                                         - ค่ารถ-รับส่งและนำเที่ยวตามรายการ
ค่าธรรมเนียมวีซ่าอิหร่าน                                                      - ค่ามัคคุเทศก์ชำนาญงานคอยอำนวยความสะดวก
- ค่ารักษาพยาบาลวงเงิน 100,000.-บาท 

อัตราค่าบริการไม่รวม
1. ค่าทิปไกด์ท้องถิ่น 3 USD /คน/วัน,ทิปคนขับรถ 2USD./ คน/ วัน, ทิปหัวหน้าทัวร์ แล้วแต่ความพึงพอใจของท่าน
2. ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิ ค่าอาหารที่สั่งเอง, ค่าเครื่องดื่มพิเศษ, ค่าซักรีด, ค่าโทรศัพท์, ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม, ค่าภาษีหัก ณ ที่จ่าย ฯลฯหมายเหตุสำคัญที่ผู้เดินทางต้องอ่านและทำความเข้าใจ 

การยกเลิก
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 61 วันขึ้นไป คืนเงินมัดจำทั้งหมด 33,000.-บาท
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 45วัน หักค่ามัดจำ 11,000.-บาท
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 20-44 วัน หักมัดจำ 22,000.-บาท
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 15-19 วัน หักค่าใช้จ่าย 75% ของราคาทัวร์
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 1-14 วัน หักค่าใช้จ่าย 100% ของราคาทัวร์ 
- ผู้เดินทางที่ไม่สามารถเข้า-ออกเมืองได้ เนื่องจากเอกสารปลอมหรือการห้ามของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของประเทศ
อิหร่านหักค่าใช้จ่าย 100%


กรณีฉุกเฉินหรือเหตุสำคัญใดๆ
บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดและโปรแกรมทัวร์ ตามความจำเป็นและเหมาะสม
บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับผิดชอบจากเหตุอันคาดไม่ถึงและอยู่นอกเหนือการควบคุมดูแลของบริษัทฯเนื่องมาจากภัยจลาจล ประท้วง ความไม่สงบทางการเมือง อุบัติเหตุ  ภัยธรรมชาติ ปัญหาการจราจร การล่าช้า หรือยกเลิกเที่ยวบิน แต่ทางบริษัทฯจะพยายามแก้ไขสถานการณ์ให้ดีที่สุด
หากเกิดเหตุใดๆ หลังจากออกวีซ่าแล้ว สถานฑูตเก็บค่าธรรมเนียมวีซ่า 2,500บาท โดยปริยาย (ไม่คืนทุกกรณี) 
สงวนสิทธิ์ไม่ขายแก่บุคคลที่สงสัยว่าจะลักลอบไปทำงานในต่างประเทศ
ท่านสามารถ นำบัตรเครดิด เช่น VISA, MASTER  หรือเงินสดสกุล EURO และ USD.ไปใช้ได้ในร้านค้าขนาดใหญ่เท่านั้น
** เงินสกุล USD จะต้องมีสภาพใหม่ และเป็น Series ตั้งแต่ปี 2010 เป็นต้นมา

 
สนใจสอบถาม โทร: 0 2887 8802, 0 2887 8803, 0 2887 9680
Officail line id: @thai.land

 




Asia : Iran