ReadyPlanet.com
dot
dot
ใบอนุญาตนำเที่ยวเลขที่ 11/03347
dot
bulletบริษัท ลายไทย ทรานสปอร์ต แอนด์ แทรเวล จำกัด
dot
ติดต่อสอบถาม จองทัวร์ โทร. 02-8878802 , 02-8878803 และ 02-8879680
dot
bulletHome Page หน้าแรก
bulletด่วน......สมัคร สมาชิก ลายไทย ออนไลน์ รับส่วนลด และ สิทธิพิเศษ มากมาย
dot
รายการท่องเที่ยว ในและต่างประเทศ
dot
bulletท่องเที่ยว ในประเทศ
bulletท่องเที่ยว ต่างประเทศ
bulletโปรโมชั่น ตั๋วเครื่องบิน ในประเทศ จากการบินไทย
bullet โปรโมชั่น ตั๋วต่างประเทศ
bulletโปรโมชั่น ตั๋วกรุ๊ป 10 ท่านขึ้นไป
dot
ขั้นตอน การใช้บริการ
dot
bulletวิธีการชำระเงิน
bulletวิธีการจอง บริการต่าง ๆ
dot
สิ่งที่ควรรู้ ก่อนเดินทางท่องเที่ยว
dot
bulletมือใหม่ นั่งเครื่องบิน
bulletอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา
bulletสภาพอากาศ ทั่วโลก
bulletสภาพอากาศ ทั่วไทย
bulletแผนที่ ทั่วไทย
bulletลิ้งค์ สำหรับนักท่องเที่ยว
bulletสถานทูตต่างประเทศ ในไทย
bulletเวลาทั่วโลก
bulletข้อมูล สายการบิน
bulletข่าวจากหนังสือพิมพ์
bulletประเทศ ที่ต้องขอวีซ่า
bulletประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่า
bulletตรวจสอบเวลาเครื่องบิน ขึ้น-ลง
bulletมีอะไรใน...สนามบินสุวรรณภูมิ
bulletสัญลักษณ์แปลกตา หน้าห้องน้ำ
dot
What's new
dot
bulletคำถามที่พบบ่อย
bulletSpecial Guest
bulletรู้ไว้ใช่ว่า เรื่องน่าสนใจทั่วโลก
dot
ชมภาพการเดินทางของลูกค้า
dot
bulletภาพลูกค้า ล่องเรือแม่น้ำเจ้าพระยา
bulletผู้บริหารระดับสูงจาก กระทรวงพลังงาน-ปตท.-ปตท.สผ.-กฟผ.-เอกซอน-HESS สัมมนาวิชาการที่ ประเทศลาว
bulletรวมภาพ ทริปลูกค้าลายไทย
dot
สื่อจากใจ ลายไทย เพื่อ คุณ
dot
bulletรายการแลกของรางวัล
bulletลายไทยนิวส์ ฉบับที่ 54/2557
bulletแผนที่ บ.ลายไทย


ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว บ.ลายไทย ทรานสปอร์ต แอนด์ แทรเวล

 

 



ข้อมูลแหล่งท่องเที่ยว ภูมิภาคต่างๆ ประเทศญี่ปุ่น

 

แนะนำแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ประเทศญี่ปุ่น

 

ภูมิภาคต่างๆของประเทศ ญี่ปุ่น แบ่งเป็น 7 ภาคและ 1 เกาะ ดังนี้

1. ภูมิภาคเหนือ ( ฮอกไกโด )

2. ภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ( โทฮุขุ )

3. ภูมิภาคตะวันออก ( คันโต )

4. ภูมิภาคกลาง ( จูบุ )

5. ภูมิภาคตะวันตก ( คันไซ เกียวโตและนารา )

6. เกาะชิโคขุและหมุ่เกาะทะเลใน( เซโตไนไค )

7. ภาคตะวันตก ( จูโกขุ )

8. ภาคใต้ ( คิวชูและเกาะโอกินะวะ )

 

 

แนะนำแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจตามภูมิภาค ดังต่อไปนี้

 

ภูมิภาคเหนือ (ฮอกไกโด)

ฮอกไกโด เป็นเกาะใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น ถือเป็นสวรรค์ของธรรมชาติซึ่งสามารถจะท่องเที่ยวได้ตลอดปีมีทั้งภูเขา    ที่ราบสูง แม่น้ำ ทะเลสาบ บ่อน้ำพุร้อน และชายฝั่งทะเล มีเมืองซัปโปโรเป็นศูนย์กลางทางด้านวัฒนธรรม เศรษฐ  กิจและการเมือง รวมทั้งการเดินทางไปโตเกียวและโอซาก้า เป็นเมืองที่มีการจัดวางผังได้สมบูรณ์แบบ มี สวนสาธารณะโอโดริ ซึ่งเป็นที่จัดแสดงงานเทศกาลหิมะที่มีชื่อเสียง

  สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเข้ามาชมงานในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี นอกจากนี้ยังมี

  หอนาฬิกาอันเก่าแก่ และ ที่ว่าการเมืองฮอกไกโด อีกทั้ง ย่านร้านค้าซึซึกิโน่ ซึ่งเป็นศูนย์การค้าและ

แหล่งจับจ่ายซื้อของที่มีชื่อเสียงของเมืองนี้

เมืองฮะโคดาเตะ เป็นเมืองท่าชายทะเลที่สำคัญ  ที่ตั้งอยู่ทางใต้สุดของเกาะฮอกไกโด สามารถไปถึงโดยทางรถไฟจากเมืองอะโอโมริในเกาะฮอนชู หรือทางรถไฟจากซัปโปโรบนเกาะฮอกไกโด ในยามเช้าจะมีตลาดสดขายอาหารทะเลสดๆ ให้ชิม ยามสายเที่ยวชมโบสถ์ และป้อมปราการโบราณในเมือง ยามเย็นนั่งกระเช้าลอยฟ้าขึ้นไปบนเขาฮาโคดาเตะ ชมทิวทัศน์ยามราตรีที่สวยงามได้รอบทิศ

เมืองอะซะฮิกะวะ ตั้งอยู่ใจกลางเกาะไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองซัปโปโร ใช้เวลาเดินทางประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่งโดยรถไฟด่วนจากเมืองซัปโปโร ละจากเมืองอะซะฮิกะวะไปทางตะวันออกจะมี อุทยานแห่งชาติไดเซทจึซัง ซึ่งมี บ่อน้ำแร่โซอุนเคียว ให้เพลิดเพลินในฤดูใบไม้เปลี่ยนสี

ถ้าต่อรถไฟลงไปทางใต้ของเมืองนี้ เป็น เมืองท่องเที่ยวฟูระโน่ ที่มีทุ่งดอกลาเวนเดอร์อันกว้างใหญ่ไพศาล สวยงามมากในฤดูร้อน และมีสกีรีสอร์ทชั้นดีให้เพลิดเพลินกับการเล่นสกีในฤดูหนาว

ทางตะวันออกสุดของเกาะฮอกไกโดจะมีธรรมชาติอันสวยงามที่เป็นชายฝั่งทะเลใกล้ เมืองอะบะชิริ มีธารน้ำแข็งให้ชมในฤดูหนาวและ คาบสมุทรชิเระโตะโกะ ซึ่งได้รับเลือกให้เป็น มรดกโลกทางธรรมชาติ อีกทั้ง ทะเลสาบอะคัง ทะเลสาบมาชูและทะเลสาบคุชิโระทางตะวันตกของฮอกไกโดมี เมืองโอตารุ เป็นเมืองท่าที่เคยเจริญรุ่งเรืองในฐานะเมืองค้าขาย ในช่วงศตวรรษที่ 19-20 รอบ ๆ เมืองจะมี คลองโอตะรุ เป็นโบราณสถานแสดงให้เห็นถึงความเจริญรุ่งเรืองในสมัยบุกเบิก มีถนนร้านซุชิสดที่สุดในโลกให้ลองลิ้มชิมรส

 

 

  

ภูมิตะวันออกเฉียงเหนือ (โทฮุขุ)

               ภูมิภาคโทโฮขุ จะได้พบกับสถานที่ดึงดูดใจอันหลากหลายของที่ราบสูง มีภาพลักษณ์ภายนอกแบบชนบทที่เต็มไปด้วยสภาพแวดล้อมที่อุดมสมบูรณ์ เป็นการผสมผสานกันระหว่างโลกแห่งธรรมชาติที่สดใส ผู้คนเป็นมิตรจริงใจ รวมถึงงานเทศกาลรื่นเริงและตื่นตาตื่นใจตลอดช่วงสั้นๆของฤดูร้อน

ทางเหนือของเกาะฮอนชูคือภูมิภาคโทโฮขุ เป็นภูมิภาคที่มีอากาศเย็นสดชื่นตลอดแม้ในฤดูร้อน อุณหภูมิบริเวณที่

ราบสูงประมาณ 10 องศาเซลเซียส  มีบ่อน้ำพุร้อนตามธรรมชาติอยู่ทั่วทุกที่ สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมากทั่วทั้งญี่ปุ่นที่ชื่นชอบการอาบน้ำพุร้อนให้มาเยี่ยมเยือน บ่อน้ำพุร้อนเหล่านี้มีคุณสมบัติในการรักษาและบำบัดโรคมาย  ประตูสู่ชายฝั่งแปซิฟิกคือ เมืองเซนได จากโตเกียวเดินทางโดยรถไฟด่วนพิเศษชินคันเซนใช้เวลา 2 ชม. จากเมืองเซนได สามารถเดินทางไป มะทจึชิมะ โดยรถไฟสายเจอาร์เซนเซขิ เพียง 40 นาที  เป็นชายฝั่งทะเลชมวิวที่มีชื่อเสียงเป็นหนึ่งในสามสถานที่สวยงามที่สุดในญี่ปุ่น จะเห็นทิวทัศน์ของอ่าวที่มีเกาะเล็กเกาะน้อยกระจัดกระจายอยู่มากมาย  มีบริการเรือท่องเที่ยวรอบอ่าวเพื่อชมวิวได้รอบทิศเมืองฮิระอิซึมิ ห่างจากเมืองเซนได 1.30 ชม. โดยรถไฟ แต่เดิมเป็นแม่แบบของเมืองเกียวโต และยังเป็นสถานที่ตั้งของ วัดจูซอนหยิ ที่มีชื่อเสียง สร้างขึ้นในปี 1109 ภายในวัด มีวิหารทองคำ คอนจิกิโด ที่ตัววิหารเคลือบดำและชุบทองทับ ซึ่งแต่เดิมวิหารนี้เป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปถึง 11 องค์

เมืองอะโอโมริ ใช้เวลา 2.5 ชม. เดินทางโดยรถไฟด่วนจำกัดความเร็วจากโมริโอกะ เริ่มต้นการเดินทางจาก

ทะเลสาบโทวาดะ และ หุบ เขาโออิระเซะ ใจกลางหุบเขาคือ อุทยานแห่งชาติ โทวาดะ-ฮะจิมังไต กลางอุทยานมีทะเลสาบโทวาดะ ซึ่งเป็นทะเลสาบที่มีเสน่ห์ที่สุดในญี่ปุ่น ทางตะวันออกของชายฝั่งมี หุบเขาโออิระเซะทอดยาวถึง 14 กม. หากเดินท่องไปตามริมช่องแคบระหว่างหุบเขาที่เต็มไปด้วยป่าทึบ จะพบกับทิวทัศน์ของลำธารกระจ่างใส อีกทั้งน้ำตกน้อยใหญ่  โบราณสถานของซันนะอิ-มารุยะมะ ซึ่งใช้เวลาเพียง 30 นาทีจากใจกลางเมืองอะโอโมริโดยรถบัส ย้อนกลับไปประมาณ 4,000–5,000 ปีที่แล้ว เคยเป็นที่อยู่อาศัยของ ชุมชนโจมง ที่นี่เป็นโบราณสถานที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น ปัจจุบันได้รับการบูรณะและเปิดให้ประชาชนเข้าชม นอกจากนี้ที่อะโอโมริยังมีงาน เทศกาลเนบุตะ ซึ่งจัดขึ้นในเดือนสิงหาคม เป็นงานเทศกาลที่โด่งดัง เปรียบเสมือนเอกลักษณ์ของท้องถิ่น ที่ดึงดูดผู้คนที่มีใจรักความสนุกสนานได้จากทั่วทุกสารทิศเลยทีเดียว

เมืองฮิโรซะคิ       เดินทางโดยรถไฟด่วนจำกัดความเร็วจากอะโอโมริ ใช้เวลา 30 นาที ในช่วงต้นเดือนเมษายนของทุกปี
ปราสาทฮิโรซะคิ
                และบริเวณโดยรอบจะมีชีวิตชีวา เต็มไปด้วยซากุระบานสะพรั่งกว่า 5,000 ต้น

เทือกเขาชิระคะมิ-ซันจิ เป็นเทือกเขาที่ทอดตัวอยู่ระหว่างเมืองอะโอโมริกับเมืองอะกิตะ บนเทือกเขามีป่าบีชขนาดใหญ่ ซึ่งมีมาตั้งแต่ยุคเก่าก่อน เป็นโลกแห่งธรรมชาติที่ยังคงดำรงรักษาเอาไว้ บริเวณใกล้เคียงยังมีสถานที่สำหรับไต่เขาโดยเฉพาะอีกด้วยเมืองอะคิตะ ใช้เวลาเดินทางเพียง 2 ชม. โดยรถไฟด่วนพิเศษสายอะคิตะชินคันเซน ที่นี่จะมี งานเทศกาลคันโต ในเดือนสิงหาคม เป็นเทศกาลแห่งโคมไฟในฤดูร้อนที่มีชื่ออีกเทศกาลหนึ่งของภูมิภาคโทโฮขุ

เมืองคะคุโนะดาเทะ จากอะคิตะใช้เวลา 75 นาทีโดยรถไฟด่วนพิเศษสายอะคิตะชินคันเซน เป็นเมืองประวัติศาสตร์ เคยเป็นที่อยู่อาศัยของเหล่าซามุไร ปัจจุบันได้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์ และภัตตาคารเพื่อต้อนรับผู้มาเยือนที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์แบบญี่ปุ่นดั้งเดิม ในฤดูใบไม้ผลิเมืองนี้จะงานสะพรั่งไปด้วยดอกซากุระทั้งเมือง

เมืองยะมะงะตะ 3 ชม.เดินทางจากโตเกียวโดยรถไฟชินคันเซน เมืองนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการอาบน้ำแร่และสกีฤดูหนาวในแถบ เทือกเขาซาโอะ มี ทะเลสาบซาโอะ "โอคะมะ" ที่เกิดจากการยุบตัวของปากปล่องภูเขาไฟเป็นหลุมคล้ายหม้อ ปริ่มไปด้วยน้ำสีเขียวใสสว่างเหมือนมรกต เป็นสถานที่เที่ยวที่ไม่ควรพลาด
เมืองไอซุ วาคะมะทจึ เป็นเมืองเก่าที่มีปราสาททสึรุงะ สามารถนั่งรถไฟด่วนชินคันเซน โดยใช้เวลาประมาณ 2.30 ชม. นอกจากนี้ยังมี ภูเขาบันได ซึ่งมีเส้นทางเหมาะที่จะนั่งรถชมใบไม้แดงในฤดูใบไม้ร่วง และ ทะเลสาบอินาวะชิโระ และสกีรีสอร์ทในฤดูหนาวด้วย

 

 

ภูมิภาคตะวันออก (คันโต)

โตเกียวเป็นเมืองหลวงที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดในเอเชีย เป็นแหล่งที่คงไว้ซึ่งขนบธรรมเนียมประเพณีอันเก่าแก่หลายศตวรรษ ผสมผสานควบคู่ไปกับค่านิยมใหม่ๆที่เกิดขึ้น และ แสดงออกถึงความตื่นเต้นและความมีชีวิตชีวาที่มีลักษณะพิเศษเฉพาะตัวพื้นที่ของเมืองโตเกียวนั้น มีอาณาบริเวณหนึ่งในสี่ส่วนของประเทศญี่ปุ่น มีจำนวนประชากรที่ถูกต้องตามกฎหมายอาศัยอยู่ 12 ล้านคน

พระราชวังอิมพีเรียล แต่เดิมมีชื่อว่า พระราชวังเอโดะ ซึ่งภายในล้อมรอบด้วยคูเมือง ประตูทางเข้าที่งดงาม และป้อมปราการเก่าแก่ตั้งอยู่ห่างกันเป็นช่วงๆ ทางเข้าหลักอยู่ใกล้กับนิจูบะชิ สะพานสองชั้น และจะเปิดให้คนภายนอกเข้าชมตามวาระพิเศษต่างๆ สวนตะวันออกฮิกาชิ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นที่ตั้งของหอคอยใหญ่ ภายในสวนงดงามไปด้วยดอกไม้หลากหลายพันธุ์และจะผลิบานตามแต่ฤดูกาล เหมาะสำหรับทุกคนที่ต้องการสถานที่พักผ่อนในอุดมคติ จุดเด่นสำคัญของสถานีรถไฟโตเกียว มะรุโนอุจิ ซึ่งเป็นเครื่องหมายสำคัญทางประวัติศาสตร์ของตึกมารุโนจิ หรือเป็นที่รู้จักกันในชื่อว่า "มารุ-บิร" สร้างขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1923 และมาเปิดใหม่อีกครั้งในปี ค.ศ. 2002 พร้อมกับตึก 36 ชั้น ภายในประกอบด้วยร้านอาหาร ร้านค้า และสำนักงานมาก

จากนั้นเดินอีกสิบนาที ก็จะถึง ย่านกินซ่า ที่มีชื่อเสียงทั่วโลกในฐานะแหล่งช้อปปิ้งชั้นเลิศ ซึ่งสว่างไสวไปด้วยไฟนีออนที่ละลานตา ที่ใกล้กันนั้นคือ โรงละครคะบุกิ หันหลังจากแสงสีอึกทึกครึกโครมของย่านกินซ่าและยูระคุโจ ยังมีย่านอุเอโนะ จะมี สวนสาธารณะอุเอโนะ ที่ใหญ่ที่สุดในเมือง ในช่วงต้นเดือนเมษายน สวนแห่งนี้จะเปลี่ยนเป็นสวรรค์ของผู้ที่มาชมซากุระบาน นอกจากนี้ที่นี่ยังเป็นศูนย์รวมของแหล่งพิพิธภัณฑ์ศิลปะและวัฒนธรรมอีกด้วยถ้าหากต้องการมองย้อนไปในอดีตของโตเกียว ก็ต้องที่ ย่านอะซะคุซะ ซึ่งย่านนี้จะประกอบไปด้วยถนนสายเล็กๆจำนวนหลายสาย เต็มไปด้วยตึกและร้านค้าเก่าแก่ ซึ่งจะขายสินค้าพื้นเมืองอย่างชุดกิโมโนหรือหวีทำด้วยมือ

 

                วัดอะซะคุซะ เต็มไปด้วยร้านค้าขายของพื้นมืองหลายหลาก สีสันสดใสตลอดสองข้างทาง เป็นแหล่งเลือกซื้อของ

               ที่ระลึกอย่างดีเยี่ยม
ย่านชินจุกุ แหล่งท่องเที่ยวทันสมัยฝั่งตะวันตกของโตเกียว เป็นแหล่งช้อปปิ้ง และสถานบันเทิงยามค่ำคืนยอดนิยมที่มีชื่อเสียง  ยามกลางวันแวะชม สวนสาธารณะชิจุกุเกียวเอ็น ที่เงียบสงบ ใกล้ๆ กันนั้นใน ย่านฮะทจึได เป็นที่ตั้งโรงละครโอเปร่าเต็มรูปแบบ

ย่านชิบุยะ เป็นศูนย์กลางแฟชั่นและวัฒนธรรมสมัยใหม่ของวัยรุ่น  ใกล้กับ ศาลเจ้าเมจิ ที่เงียบสงบ  ติดต่อกันเป็นแหล่งช้อปปิ้งยอดนิยมและสวรรค์ของคนรุ่นใหม่คือ ย่านฮะระจุกุ และย่านอะโอยะมะ 

ย่านโอไดบะ สร้างขึ้นจากการถมทะเลในอ่าวโตเกียว เป็นสถานที่ยอดนิยมของเหล่านักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ มีทั้งแหล่ บันเทิงขนาดใหญ่ ที่มีชิงช้าสวรรค์ใหญ่ที่สุดของโลก ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของ เรนโบว์ ทาวน์   เหล่าคู่รักวัยรุ่นนิยมนั่งชิงช้าสวรรค์ เพื่อชมวิวทิวทัศน์ยามค่ำคืนที่สวยงาม มีทั้งสวนสนุกของบ่อน้ำแร่ โอเอโดะ-ออนเซ็น โมโนงะตะริ ที่นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสประสบการณ์อาบน้ำแร่ในทุกรูปแบบที่นี่

สถานที่เที่ยวในจังหวัดที่ใกล้เมืองโตเกียว

โตเกียวดิสนีย์รีสอร์ท ในจังหวัดชิบะสวนสนุกยอดนิยมที่สุดในญี่ปุ่น ใกล้สถานีไมฮะมะ ใช้เวลาเพียง 20 นาที จากสถานีรถไฟโตเกียว โดยรถไฟฟ้าสายเจอาร์เคโย

เมืองโยโกฮาม่า ในจังหวัดคะนะงะวะ เป็นเมืองใหญ่อันดับสองของญี่ปุ่น จากโตเกียวใช้เวลา 30 นาที เคยเป็นเมืองท่าสำคัญที่เปิดให้ชาวต่างชาติเข้ามาอาศัยอยู่ตั้งแต่การปฏิรูปสมัยเมจิ (1868-1911) และเต็มไปด้วยอาคารมีชื่อในประวัติศาสตร์จำนวนนับไม่ถ้วน รวมถึง สวนซังเคอิ-เอ็ง

ย่านมินะโมโตะ มิระอิ 21 ตั้งอยู่บริเวณริมอ่าว เป็นที่นิยมสำหรับคนรุ่นใหม่ที่นิยมบรรยากาศริมทะเล สำหรับนักชิมอาหารอร่อย ก็ต้องที่ ไชนาทาวน์ ในโยโกฮาม่า มีร้านอาหารขึ้นชื่อมากมาย

เมืองหลวงเก่าคะมะคุระ เดินทางโดยรถไฟห่างจากโตเกียว 1 ชมอยู่ใกล้ชายทะเล มีวัดที่เงียบสงบมาก ประกอบกับตัวเมืองเก่า ที่ยังคงรักษาไว้ซึ่งมรดกทางโบราณสถาน ที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญมากมาย สิ่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวที่สำคัญที่สุดคือ พระพุทธรูปทองสัมฤทธิ์ขนาดใหญ่ "ไดบุทจึ" สูง 11.4 เมตร หนัก 122 ตัน ประดิษฐานอยู่กลางแจ้ง ณ. วัดฮะเซเดระ ยัง มี ศาลเจ้า ทซึรุกาโอกะ ฮาจิมังกุ เป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปมากมายหลายองค์ ทั้งใหญ่และเล็กทั่วบริเวณ

อุทยานแห่งชาติฮาโกเน่ อิซึ เดินทางโดยรถไฟจากสถานีโอดะคิว ใกล้สถานีชินจุคุในโตเกียวใช้เวลา 1.30 ชม. ขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งน้ำพุร้อน มีทะเลสาบอาชิ ที่สามารถล่องเรือชมวิว  ระหว่างทางมี พิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง ซึ่งแสดงรูปปั้นแกะสลักอยู่เป็นจำนวนมาก  และ หุบเขาน้ำแร่กำมะถัน
โอวาคุดะนิ เป็นสถานีกระเช้าลอยฟ้าที่แวะเที่ยวได้

ภูเขาฟูจิ มีความสูง 3,776 เมตร ซึ่งไม่ใช่เพียงสูงที่สุดเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญของญี่ปุ่น และเป็นต้นกำเนิดของธรรมชาติหลายๆแห่งรวมถึง ทะเลสาบฟูจิทั้งห้า เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบกิจกรรมเดินป่าและไต่เขา  ฤดูที่เหมาะสำหรับการไต่เขาเป็นช่วงเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคม

คาบสมุทรอิซุ ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของฮาโกเน่ เป็นสถานที่ที่จัดไว้สำหรับแหล่งน้ำแร่ธรรมชาติ และ เทือกเขาอะมะหงิ ที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยน้ำตก

เกาะทั้ง 7 แห่งอิซุ เป็นสถานที่พักผ่อนที่ผสมผสานระหว่างวิวทะเลที่สวยงามกับบ่อน้ำพุร้อนเข้าไว้ด้วยกัน อย่างเช่น เกาะโอชิม่า เป็นสถานที่พักผ่อนที่สามารถเดินทางมาถึงได้อย่างง่ายๆ เพียง 1.45 ชม. โดยเรือด่วนจากโตเกียว สามารถเที่ยวแบบไปกลับได้ภายในหนึ่งวัน

บ่อน้ำพุร้อนคุซะทจึ  ในจังหวัดกุมมะ เป็นสปารีสอร์ทที่ติดอันดับต้นแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น เดินทางจากโตเกียวโดยรถบัส ใช้เวลาไม่ถึง 4 ชม. น้ำแร่ของที่นี่มีความเป็นกรดสูง สามารถกร่อนเหรียญดอลลาร์ได้ภายในหนึ่งสัปดาห์

เมืองนิกโก้ ในจังหวัดโทจิหงิ เดินทางเพียง 2 ชม. โดยรถไฟจากโตเกียว เป็นอัญมณีแห่งธรรมชาติและสถานที่สำคัญของการบวงสรวงภูเขาแต่ครั้งโบราณ จึงมีการสร้าง ศาลเจ้าโทโชงุ ขึ้น  เป็นสถาปัตยกรรมที่แปลกไปจากสถาปัตยกรรมทั่วไปของญี่ปุ่น แสดงออกถึงความมั่งคั่งและการประดับประดาซับซ้อนสวยงามมาก  จึงได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม  นิกโก้เป็นสุสานโบราณของโทคุกะว่า อิเอยะซึ ซึ่งเป็นโชกุนคนแรกของรัฐบาลยุคเอโด นอกจากนี้ยังมี น้ำตกเคง่อน และ ทะเลสาบจูเซนหยิ ที่มี วัดจูเซนหยิ ตั้งอยู่ริมทะเลสาบ อีกทั้ง ภูเขานันไต ที่สง่างามต้อนรับผู้มาเยือนทุกฤดูกาล ส่วนลึกเข้าไปเป็นที่พักแบบมีบริการอาบน้ำแร่ธรรมชาติ ย่านคินุกะวะออนเซน สวนสนุกเอโดมุระ ที่เป็นหมู่บ้านจำลองยุคเอโดและโทบุเวิลด์สแควร์ ที่จำลองสิ่งก่อสร้างทั่วโลกให้ได้ชมอย่างสมจริง จึงถือได้ว่าการได้เที่ยวนิกโก้ก็เพียงพอแล้ว เพราะได้สัมผัสครบถ้วนทั้งธรรมชาติ โบราณสถาน และบรรยากาศการท่องเที่ยวที่สมบูรณ์แบบ

 

 

ภูมิภาคกลาง (จูบุ)

จูบุ เป็นภูมิภาคที่ตั้งเกือบกึ่งกลางของประเทศญี่ปุ่น ที่นี่จะได้อยู่บนยอดเขาสูงของ "เจแปน แอลป์" ชายฝั่งทะเลที่ยังคงหลงเหลือความเก่าแก่และวิถีชิวิตแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่นอยู่มาก อย่างไรก็ตาม ตลอดเส้นทางจนถึงชายฝั่งแปซิฟิก มีความเจริญรุ่งเรืองอย่างมากของอุตสาหกรรมสมัยใหม่  มีความหลากหลายแตกต่างในหลายๆ ด้านที่ประกอบกันขึ้นเป็นภูมิภาคนี้

เมืองนาโงย่า  ในจังหวัดไอจิ อยู่ห่างจากโตเกียว ประมาณ 1.50  ชม. เดินทางโดยรถไฟด่วพิเศษสายโทไกโดชินคันเซน  และ 1 ชม. จากชิน-โอซาก้า  ปัจจุบันเป็นเมืองแห่งปราสาทเก่าแก่ใหญ่อันดับที่สี่ของญี่ปุ่น มีการตัดเส้นทางที่ดีและถนนหลวงที่กว้างขวาง และขึ้นชื่อว่าเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมเครื่องถ้วยชาม เครื่องปั้นดินเผาและ "ชิโบะริ- โซเมะ" หรือผ้ามัดย้อม งานศิลปะ และงานฝีมือต่างๆ ของญี่ปุ่น ใกล้กับใจกลางเมืองเป็นที่ตั้งของปราสาทนาโงย่า ซึ่งแต่เดิมเป็นกองบัญชาการกองทหารของตระกูลโทคุกาวะและควรแวะชม พิพิธภัณฑ์โทคุกาวะ ที่ย่านซะกะเอะ ซึ่งรวบรวมสิ่งของต่างๆ มากกว่า 10,000 ชิ้นของตระกูลโทคุกาวะ แหล่งผลิตเครื่องปั้นดินเผา ตั้งอยู่ที่ เมืองเซโตะ ซึ่งอยู่ใกล้กับเมืองนาโงย่า เดินทางโดยรถไฟเพียง 30 นาทีเป็นศูนย์กลางของเหล่าผู้ประกอบการเครื่องปั้นดินเผาขนาดใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น มีเตาเผาแบบท้องถิ่น ทั่วทั้งเมืองจะพบร้านค้าต่างๆ ที่ขายเครื่องปั้นดินเผา โทโกนะเมะยากิ มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันมานาน

เมืองอินุยะมะ ห่างจากนาโงย่าโดยรถไฟ 30 นาที เป็นเมืองที่รู้จักกันดีว่าเป็นที่ตั้งของปราสาทกำแพงขาวป้อมปราการที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น

หมู่บ้านเมหยิ 90 นาทีโดยรถบัสจากนาโงย่า เป็นพิพิธภัณฑ์ตึกเก่ากลางแจ้งที่รวบรวมสิ่งก่อสร้างต่างๆ ในสมัยเมจิ (1869-1912) เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจด้านสถาปัตยกรรมได้ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม

 

สถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดใกล้เคียงเมืองนาโงย่า

สวนสาธารณะอิเซะ-ชิมะ เป็นที่ตั้งของศาลเจ้าใหญ่อิเซะ ในจังหวัดมิเอะ และแหล่งประมงเพาะเลี้ยงหอยมุกเพื่อผลิตไข่มุกตลอดแนวชายฝั่ง

ศาลเจ้าใหญ่อิเซะ ในจังหวัดมิเอะ เป็นศาลเจ้าในลัทธิชินโตที่มีความเก่าแก่คงความศักดิ์สิทธิ์ เดินทางจากนาโงย่าโดยรถไฟ ใช้เวลาประมาณ 1.30 ชม. เป็นที่เคารพนับถือที่สุดในญี่ปุ่น ศาลเจ้าจะได้รับการบูรณะใหม่ทุก 20 ปี

เมืองโทบะ เมืองท่าที่มีชื่อเสียง มี เกาะไข่มุกมิกิโมะโตะ เป็นเกาะแรกที่เพาะไข่มุกเทียมเป็นอุตสาหกรรมอันขึ้นชื่อของญี่ปุ่น ห่างจากเมืองอิเซะเดินทาง 20 นาที โดยรถไฟ และ 1.50 ชม. โดยรถไฟจากนาโงย่า นอกจากนี้ยังมีสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของลัทธิชินโต คือ

"หินสมรส" เป็นหินสองก้อนที่เชื่อมด้วยเชือกเส้นโตอยู่กลางทะเล

เมืองทากายะมะ ในจังหวัดกิฟุ  เดินทางโดยรถไฟด่วนจำกัดความเร็วจากนาโงย่า ใช้เวลา 2.10 ชม. เป็นเมืองที่มีบ้านเรือนเก่าแก่ตั้งอยู่กลางหุบเขา  ทากายะมะเต็มไปด้วยบรรยากาศของญี่ปุ่นโบราณ ตลอดทั้งเมืองจะให้ความรู้สึกเหมือนพิพิธภัณฑ์ จะมีสถานที่ดึงดูดความสนใจอยู่ตามจุดต่างๆ เป็นระยะ รวมทั้งหลากหลายพิพิธภัณฑ์ขนาดเล็ก ที่จัดแสดงงานฝีมือท้องถิ่นที่รวบรวมเข้าไว้ด้วยกัน แสดงให้เห็นถึงความสามารถที่ดีเยี่ยมในวิชาช่าง ซึ่งเป็นประเพณีที่สืบทอดกันมายาวนานของเมืองนี้

หมู่บ้านชิระคะวะ-โกะ ห่างจากเมืองทะคะยะมะ 40 นาที โดยรถบัส เอกลักษณ์ของบ้านแต่ละหลัง เป็นหลังคามุงด้วยฟางข้าว สร้างขึ้นด้วยมือของชาวบ้านที่ร่วมแรงกันในชุมชน ความร่วมมือของทุกคนในหมู่บ้าน จึงเรียกว่า กัชโชทจึคุริ หมายถึงร่วมมือสร้าง จึงได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นหมู่บ้านมรดกโลก บางแห่งสามารถเข้าพักค้างคืนได้ เปิดเป็นกิจการภายในครอบครัว นักท่องเที่ยวจะเห็นการใช้ชีวิตแบบดั้งเดิมของชาวญี่ปุ่นอย่างแท้จริง
เทือกเขาเจแปนเแอลป์ เป็นเทือกเขาที่มียอดภูเขาไฟทอดตัวต่อเนื่องกันยาวตั้งแต่เหนือจรดใต้ พาดผ่านศูนย์กลางของฮอนชูในแนวนอน เทือกเขาเจแปนแอลป์ มักจะถูกนำไปเปรียบเทียบกับเทือกเขาแอลป์ทางยุโรป  ในเรื่องความกระด้างและความสวยงาม ใจกลางทางเหนือของเทือกเขาเป็นที่ตั้งของ อุทยานแห่งชาติ จูบุ-ซังงะคุ

เมืองนางาโนะ เป็นที่รู้จักทั่วโลก ในฐานะเจ้าภาพโอลิมปิคฤดูหนาวในปี 1998 บริเวณที่ราบสูงได้รับการจัดสรรให้เป็นที่เล่นสกีฤดูหนาวที่ยอดเยี่ยม และเหมาะแก่การเดินทางพักผ่อนชมวิวในฤดูร้อน

วัดเซนโกจิ ตั้งอยู่ที่ใจกลางเมืองนางาโนะ เมื่อ 1,400 ปีก่อน เคยได้รับยกย่องอย่างสูงให้เป็นศูนย์กลางความเชื่อแรกเริ่มของศาสนาพุทธ  อาคารหลักของวัดที่โอ่โถงถือว่าเป็นสมบัติล้ำค่าของชาติ
หอคอยหลักของ ปราสาทไม้มะทจึโมะโตะ ที่ตั้งอยู่ในเมืองมะทจึโมโตะ จังหวัดนางาโนะ มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า "ปราสาทอีกา" ตั้งตามสีดำของกำแพง ปราสาทนี้สร้างขึ้นในช่วงสงครามกลางเมือง จึงไม่มีการประดับประดามากนัก แต่กระนั้นก็ยังเปล่งประกายความสวยงามอย่างเรียบๆ และแสดงออกถึงความเป็นชาย

เมืองคะนะซะวะ ในจังหวัดอิชิกะวะ 3 ชม. โดยสารรถไฟด่วนจำกัดความเร็วจากนาโงย่าหรือโอซาก้า  เป็นต้นกำเนิดเมืองที่มากด้วยปราสาท ที่คงไว้ซึ่งรสนิยมของต้นยุคศักดินา ในศตวรรษที่ 17-19  ความแพร่หลายของละครโนะ  พิธีชงชา  และการจัดดอกไม้  เป็นผลมาจากยุคแห่งความวุ่นวาย ผู้คนจึงพากันหันหน้าเข้าหาความเพลิดเพลินใส่ตัว สวนสาธารณะเค็นโระคุเอ็ง ที่สร้างขึ้นในปี 1822 ตั้งอยู่ใจกลางเมืองคานาซะวะ เป็นที่รู้จักกันดีถึงความงามหนึ่งในสามสวนที่มีทิวทัศน์สวยงามที่สุดในญี่ปุ่น  อีกสองแห่งได้แก่
สวนคะอิระคุ ใน เมืองมิโตะ  และ สวนโคระคุเอ็ง ใน เมืองโอกะยะมะ
      จากนั้นมุ่งหน้าสู่เมืองฟุกุอิ 1.30 ชม. โดยรถไฟจากคะนะซะวะ  ซึ่งเป็นที่ตั้งของ วัดเออิเฮหยิ ได้รับการประกาศให้เป็นสำนักงานใหญ่ของนิกายโซโตะ ลัทธิเซน ก่อตั้งโดยพระโดเง็น (1200-1253) ผู้ซึ่งนำลัทธิเซนจากจีนเข้ามาเผยแพร่ในญี่ปุ่น

ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองคะนะซะวะ เป็น แหลมโนโตะ ที่ยื่นเข้าสู่ทะเลญี่ปุ่น แนวชายฝั่งทะเลยาว ทำให้มีความหลากหลายทางภูมิศาสตร์  ส่วนนอกชายฝั่งมีลักษณะพิเศษที่ความหยาบกระด้าง ในขณะที่ส่วนในของชายฝั่ง  เรียงรายไปด้วยอ่าวและปากน้ำของหมู่บ้านประมงจำนวนมาก
เส้นทางสู่เทือกเขาแอลป์ทะเตยะมะ คุโรเบะ ในจังหวัดโทยะมะ มีความสำคัญมาก เป็นเส้นทางชมวิวภูเขาที่คดเคี้ยวจาก
สถานีทะเตยะมะ โดยรถไฟท้องถิ่นโทยะมะ-จิโฮะ ต่อรถบัส รถรางบัส หรือกระเช้าลอยฟ้า ผ่านใจกลางตอนเหนือของเทือกเขาแอลป์มายังสถานีปลายทาง สถานีชินะโนโอมะจิในจังหวัดนางาโนะสามารถเพลิดเพลินไปกับทิวทัศน์ที่สวยงามสูงถึง 3,000 เมตรที่ระดับความสูงของภูเขา ซึ่งเป็นธรรมชาติที่ห้อมล้อมด้วยเทือกเขาเจแปนแอลป์อันกว้างใหญ่สวยงามมาก
เมืองนีอิงะตะ ใช้เวลา 2 ชม. จากโตเกียวเป็นบริเวณที่มีหิมะมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก สามารถดึงดูดนักสกีจากทั่วทุกมุมโลกในช่วงฤดูหนาว
เกาะซาโดะ จากเมืองนีอิงะตะเดินทางโดยเรือไฮโดรฟอยล์ใช้เวลา 1 ชม. เป็นเกาะที่ใหญ่เป็นลำดับที่ห้าในญี่ปุ่น มีไร่นาเล็กๆ ที่อุดมสมบูรณ์จำนวนมาก อยู่ระหว่างภูเขาสองลูกที่ตั้งขนานเชื่อมต่อกัน



 

ภูมิภาคตะวันตก (คันไซ เกียวโตและนารา)

ภูมิภาคคันไซเจริญก้าวหน้าในฐานะที่เป็นเมืองเศรษฐกิจหลักของญี่ปุ่นยาวนานตั้งแต่สมัยอดีต คันไซเป็นภูมิภาคที่มีชีวิตชีวา ซึ่งเป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่นอย่างชัดเจนแม้กระทั่งในปัจจุบัน นอกจากนี้ยังมีบรรยากาศที่พิเศษมาก สร้างความคึกคักให้กับผู้มาเยือนได้เป็นอย่างดี

เมืองโอซาก้า ใช้เวลาเดินทางจากโตเกียว 3 ชม. โดยรถไฟด่วนพิเศษชินคันเซน หรือ 1 ชม. โดยเครื่องบิน โอซาก้าเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดอันดับสามของญี่ปุ่น และเป็นศูนย์รวมทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมสำหรับญี่ปุ่นตะวันตก ตั้งอยู่ที่ปากแม่น้ำโยโดะ โอซาก้ามีคลองที่เชื่องโยงกันไปมาภายใต้ถนนหลายเส้น ซึ่งนั่นเป็นปัจจัยสำคัญที่นำความเจริญก้าวหน้ามาสู่เมือง

ในฐานะที่เป็นเมืองดั้งเดิม จึงมีความภาคภูมิใจที่ได้เป็นต้นแบบของ ละครหุ่นกระบอกบุนระคุ นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวยังไม่ควรพลาดชมอ่าวโอซาก้าซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางความทันสมัยที่สุด เดือนมีนาคม 2001 โอซาก้าเปิดสวนสนุกแห่งใหม่ซึ่งจำลองแบบจากฮอล์ลีวูด

ยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ เจแปน เป็นสถานที่เที่ยวที่น่าตื่นตาตื่นใจอีกแห่งเพิ่มขึ้น ที่พลาดไม่ได้อย่างยิ่งคือ

 ปราสาทโอซาก้า ครั้งหนึ่งเคยเป็นปราสาทที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น สร้างขึ้นในปี 1586 โดยโทโยโทมิ ฮิเดโยชิ ปัจจุบันเป็นป้อมปราการสูงห้าชั้น จำลองแบบจากของเดิม เก็บรักษาศิลปะวัตถุโบราณหลายชิ้น ทั้งเอกสารที่เกี่ยวข้องกับตระกูลโทโยโทมิและโอซาก้าในอดีต

เมืองนะคะโนะชิมะ เป็นเมืองศูนย์กลาง ตั้งอยู่บนพื้นที่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำขนาดเล็กบริเวณแม่น้ำโยโดะ มี ศาลเจ้าเท็มมังหงุ ที่สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้กับมิจิซะเนะ ซุงะวะระ นักวิชาการที่มีชื่อเสียงโด่งดัง ใกล้กันนั้นเป็นถนนช้อปปิ้ง เท็นจินบะชิ ที่เจริญก้าวหน้ามาได้ยาวนาน ก็เพราะเหล่านักแสวงบุญแลนักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมเยือนยังศาลเจ้าท้องถิ่นนี้นั่นเอง ทางเดินที่เต็มไปด้วยศูนย์การค้า พอจะทำให้เห็นได้บ้างถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนท้องถิ่น สำหรับแหล่งบันเทิงและย่านช้อปปิ้ง พลาดไม่ได้เลยที่จะต้องแวะมายัง ย่านอุเมดะ และ ย่านนัมบะ ที่มีสถานีรถไฟ และศูนย์การค้าใต้ดินที่ทันสมัยอยู่จำนวนมาก สำหรับนักจับจ่ายซื้อของ  และนักชิมอาหาร “คุยดะโอเระ” ถนนนักชิมที่มีชื่อเสียงสมคำเล่าลือ ที่ว่าโอซาก้าเป็นเมืองสำหรับนักชิมอย่างแท้จริง อาหารขึ้นชื่อของที่นี่ เช่น ยากิ-นิกุ (เนื้อย่าง) ฟุกุ-นาเบะ (ปลาปักเป้ากระทะร้อน)  ซูชิ และ ทาโกะ-ยากิ (ปลาหมึกปิ้ง)

เมืองโกเบ เดินทางโดยรถไฟเพียง 30 นาทีจากโอซาก้า เป็นเมืองท่าสำคัญที่เคยเป็นแหล่งพักอาศัยของชาวต่างชาติ จึงเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ในช่วงการปฏิรูปสมัยเมจิที่เริ่มขึ้นในปี 1868 เมืองนี้เต็มไปด้วยเนินเขา มีตรอกและทางเดินแคบๆคดเคี้ยวอยู่มากมาย มี

เขารอคโค ซึ่งมี บ่อน้ำแร่อะริมะออนเซน อยู่ไม่ไกลนัก เป็นเสน่ห์ดึงดูดให้มาเที่ยวชมวิวและแช่น้ำแร่

หอคอยอ่าวโกเบ มีความสูงถึง 108 เมตร สวยงามไปด้วยแสงไฟที่สว่างขึ้นในยามเย็น ตรงข้ามกันคืออ่าวโกเบ บ่งบอกถึงความก้าวหน้าใหม่ๆ ของเมืองริมฝั่ง ดึงดูดกลุ่มนักท่องเที่ยวผู้ที่ชื่นชอบวิวยามค่ำคืนได้เป็นจำนวนมาก

เมืองฮิเมจิ ที่ตั้งของ ปราสาทฮิเมจิ เป็นปราสาทที่สวยที่สุดอีกแห่งหนึ่งของญี่ปุ่นที่คงรักษาไว้เป็นสมบัติของชาติ และ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก สามารถเดินไปจากสถานีฮิเมจิ ซึ่งไม่ไกลจากโอซาก้านัก

ยอดเขาโคยะ ขึ้นได้โดยนั่งรถไฟ 2 ชม. จากโอซาก้า ซึ่งสร้างขึ้นในปี 816 โดยโคโบะ ไดชิ ศาสดาของนิกายชินคอน ศาสนาพุทธ ศาสนสถานแห่งนี้ประกอบไปด้วยวัดจำนวนมากกว่า 120 แห่ง มีห้องพัก 53 ห้องด้วยราคาเหมาะสม สำหรับผู้ที่เป็นมังสวิรัติ ในแต่ละปี มีผู้ที่ต้องการแสวงบุญเดินทางมาเยี่ยมเยียนถึง 1 ล้านคน

เกียวโตและนารา

สองเมืองหลวงเก่าแก่ แหล่งประเพณีและของล้ำค่าที่ไม่มีที่ไหนเทียบได้ ยังคงสิ่งต่างๆในอดีตไว้ไม่เปลี่ยนแปลงตลอดหลายศตวรรษที่ผ่านมา วัดต่างๆที่เป็นเครื่องหมายแห่งกาลเวลา และถนนเก่าแก่ที่เงียบสงบ ชวนให้นึกถึง “ประเทศญี่ปุ่น” ที่หลายคนวาดภาพไว้

เมืองเกียวโต เมืองหลวงเก่าของญี่ปุ่นเมื่อ 1,000 กว่าปีมาแล้ว ระหว่างช่วงเวลานั้น ก็กลายมาเป็นแหล่งที่ดีที่สุดที่รวบรวมศิลปะ วัฒนธรรม ศาสนา และแนวความคิดต่างๆของญี่ปุ่น จากโตเกียวสามารถเดินทางโดยรถไฟด่วนชินคันเซน ใช้เวลา 2.40 ชม. และ 1.15 ชม. จากสนามบินระหว่างประเทศคันไซ ใกล้กับเมืองโอซาก้า

ศูนย์กลางของเกียวโต เป็นที่ตั้งของพระราชวังเกียวโต ที่มีชื่อเสียงสูงสุดทางด้านสถาปัตยกรรมแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมที่เรียบง่าย (หมายเหตุ : นักท่องเที่ยวต้องขอใบอนุญาตเข้าชม 20 นาที ก่อนรอบเช้า 10.00 น. หรือรอบบ่าย 14.00 น.) ใกล้กันนั้นคือ ปราสาทนิโจะ ซึ่งได้รับการคัดเลือกเป็นมรดกโลก ที่มีการออกแบบที่หรูหรามากกว่า เคยเป็นที่พำนักชั่วคราวของ โชกุนโทคุกาวะที่นานครั้งจะมาเยือนเมืองนี้

ย่านกิออง อยู่ใกล้กับ ถนนชิโจะ-คะวะระมะจิ เป็นสถานที่ยอดเยี่ยมสำหรับชมศิลปะเก่าแก่และละครพื้นบ้าน ร้านอาหารแบบดั้งเดิมเรียงรายตามถนนเพิ่มความโดดเด่นให้กับบรรยากาศที่ละเอียดอ่อน และในย่านฮิงะชิยามะ มี วัดซันจูซันเก็น

โดะ  สิ่งที่ทำให้วัดนี้เป็นที่รู้จักคือเจ้าแม่กวนอิมเทพีแห่งความเตตา ในปรางต่างๆที่ทำจากไม้ฉาบทอง มากถึง 1,001 ปราง

วัดคิโยะมิซึ ภายในมีระเบียงไม้ที่ยื่นออกมาเหนือหุบเขา ทำให้เห็นวิวเมืองได้โดยกว้าง และ วัดงิงคะคุหยิ หรือวัดพลับพลาเงิน รู้จักกันดี ทั้งในด้านสถาปัตยกรรมที่ประณีต และความสวยงามที่ไม่สามารถบรรยายได้ของสวนในวัดนี้

พระราชวังคัตซึระ ตั้งอยู่ทางตะวันตกของเกียวโต ถือว่าเป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ดีของสถาปัตยกรรมแบบ

   ญี่ปุ่น และทิวทัศน์ของสวนที่สวยงาม รวมถึง พระราชวังชูงะกุอิน ซึ่งสร้างขึ้นในสตวรรษที่

17 ภายใต้การปกครองของโชกุนโทคุกาวะ ในฐานะสถานพักฟื้นของจักรพรรดิโกะ-มิซุโนะ จะเข้าชมที่นี่ได้จากตัวแทนสำนักพระราชวัง ควรจะยื่นคำร้องขออนุญาตเข้าชมล่วงหน้าหลายวันก่อนเยี่ยมชม

ย่านอะระชิยะมะ เพียง 20 นาทีโดยรถไฟจากตัวเมืองเกียวโต ที่นี่เต็มไปด้วยธรรมชาติขุนเขาและสายน้ำ วัดและร้านค้าต่างๆมากมาย จะเดินเที่ยวหรือปั่นจักรยานก็สามารถทำได้ มีทั้งเส้นทางรถไฟชมธรรมชาติด้วยทางตะวันตกของเมืองเกียวโต มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย ทั้ง วัดคินคะคุหยิ (วัดพลับพลาทอง) มีชื่อเสียง  และ วัดเรียวอันหยิ มีสวนหินที่ขึ้นชื่อ โดยใช้หินและทรายขาวออกแบบอย่างเรียบง่าย จำลองธรรมชาติไว้มุมหนึ่งในวัด

เมืองนารา ห่างจากทางใต้ของเกียวโต 43 กิโลเมตร หรือ 30 นาที เป็นเมืองหลวงเก่าแก่ของญี่ปุ่นก่อนเมืองเกียวโต เป็นเมืองสำคัญที่รวบรวมเอาศิลปะ งานหัตถกรรม วรรณคดี และประเพณีดั้งเดิมของญี่ปุ่นไว้
สถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญอยู่ใกล้กับสถานีนารา เป็น สวนสาธารณะนารา หรือที่รู้จักกันว่าเป็นสวนกวาง เนื่องจากเป็นที่อยู่อาศัยของกวางเชื่อง

วัดโทไดหยิ  เป็นโบราณสถานที่มีชื่อเสียง มีวิหารไดบุทสึเด็นซึ่งเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปใหญ่แห่ง เมืองนารา ได้รับการยอมรับว่าเป็นสิ่งก่อสร้างด้วยไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก จึงได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก
ทางด้านตะวันตกเป็นที่ตั้งของ วัดโคฟุคุหยิ สร้างเมื่อปี 710 มีพระพุทธรูปที่มีค่ามากประดิษฐานอยู่ในสำนักมรดกแห่งชาติ ใกล้กันนั้นคือเจดีย์ห้าชั้น ตั้งริมน้ำซะรุซะวะ

พิพิธภัณฑ์แห่งชาตินารา ที่ซึ่งเก็บรวบรวมชิ้นงานศิลปะทางศาสนาพุทธทุกยุคทุกสมัย

ศาลเจ้าคะซึกะ ตั้งอยู่ด้านหลังวัดโทไดหยิ ที่สร้างขึ้นในปี 768 หนึ่งในศาลเจ้าลัทธิชินโตที่มีชื่อเสียงที่สุดในญี่ปุ่น ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก  ศาลเจ้านี้เคลือบเงาสีแดงสดก่อให้เกิดความสวยงามตัดกับธรรมชาติที่แวดล้อมไปด้วยสีเขียว มีโคมหินประมาณ 1,800 โคม ตั้งเรียงเป็นทางยาวตลอดริมระเบียงทางเดิน
วัดโฮริวหยิ ที่ใช้เวลาเพียง 45 นาทีโดยรถไฟจากสถานีนารา ไม่เพียงแต่เป็นวัดที่สำคัญที่สุดในญี่ปุ่นเท่านั้น ยังเป็นวัดไม้ที่มีความสำคัญสวยงามมากจน ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก สร้างขึ้นในปี 607 มีการบูรณะเพิ่มเติมอยู่กว่า 40 อาคาร นอกจากนี้วัดแห่งนี้ยังได้รับการกล่าวถึงว่าเป็นสิ่งก่อสร้างด้วยไม้ที่เก่าแก่ที่สุด

  

 

เกาะชิโคขุและหมุ่เก่ะทะเลใน (เซโตไนไค)

เส้นทางชิมะนะมิ-ไคโดะที่เพิ่งเปิดใช้เมื่อไม่นานมานี้ เชื่อมต่อกับเกาะหลักฮอนชูและชิโคคุ ด้วย 7 สะพานที่งดงามยิ่ง ระหว่างเส้นทางหลวงจากสะพานข้ามไปยังเกาะกลางทะเลในเซโตะ จะได้พบกับทิวทัศน์ที่สวยงามของทะเลสีฟ้า แต่งแต้มไปด้วยเรือใหญ่เล็กมากมาย และเสน่ห์ลึกล้ำของเหล่าเกาะเล็ก เกาะกลางทะเลในเซโตะ หรือที่เรียกกันว่า เซโตะ-ไนไค ล้อมรอบด้วยสามเกาะใหญ่ คือ เกาะฮอนชู เกาะชิโคคุ และเกาะคิวชู ปัจจุบันการเดินทางข้ามเกาะฮอนชูและเกาะชิโคคุเป็นเรื่องที่ง่ายดายมาก เนื่องจากสะพานทั้งเจ็ดนี้ รวมถึง สะพานเซโตะ, สะพานอะคะชิ-ไคเคียว, สะพานชิมะนะมิ-ไคโดะ หรือโดยสารเรือข้ามฟากและเรือเฟอร์รี่ที่บริการรับส่งจากสองเกาะมุ่งหน้าไปยังเมืองโอซาก้า โกเบ ฮิโรชิมะ โอโนะมิจิ และวาคะยะมะ ที่เกาะกลางทะเลใน มีทิวทัศน์งดงาม อากาศอบอุ่น สงบเงียบและสวยงาม บริเวณโดยรอบ มีเกาะกว่า 600 เกาะกระจัดกระจายไปทั่วบริเวณภายในระยะทาง 8,200 ตารางกิโลเมตร ที่นี่สามารถเดินหรือปั่นจักรยานไปตามเส้นทางชิมะนะมิ-ไคโดะ (ระยะทางยาว 60 กิโลเมตร) เพื่อชมวิวอันสวยงามของสะพานทั้ง 7 ซึ่งเชื่อมต่อไปยังเกาะที่เล็กกว่าอีกหกเกาะที่ตั้งอยู่ระหว่างเกาะฮอนชูกับเกาะชิโคคุ มองเห็นทัศนียภาพของท่าเรือหมู่บ้านประมง นาเกลือ และไร่นา สิ่งเหล่านี้พบได้ตามทางลาดของเกาะ

หมู่บ้านวัฒนธรรมนาโอชิมะ ที่ตั้งอยู่บนเกาะนาโอชิมะ ซึ่งเป็นเกาะกลางทะเลใน เดินทางจากโอคะยะมะ ใช้เวลา 1.30 นาที โดยทั้งทางรถไฟ ทางเรือ และทางรถยนต์ ที่หมู่บ้านแห่งนี้ มีสิ่งที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะคือ พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัย และสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานกันอย่างลงตัวกับธรรมชาติเงียบสงบที่แวดล้อมอยู่โดยรอบของเกาะ

เกาะชิโคคุ ประกอบด้วย 4 เมือง แต่ละเมืองนั้น ครั้งหนึ่งเคยเป็นที่ตั้งของปราสาท ภาพธรรมชาติอันสวยงามนั้น สามารถหาได้จากบริเวณชายฝั่งของเกาะกลางทะเลใน นอกจากนี้ชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกก็เป็นอีกแห่งหนึ่งในสถานที่เที่ยวที่โดดเด่นของเกาะชิโคคุ การเดินทางเข้ามายังเกาะทำได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเมื่อไม่นานมานี้มีการเปิดบริการทางรถบัสระหว่างเมืองสำคัญต่างๆ ในภาคคันไซบนฝั่งฮอนชูกับเกาะชิโคคุ

เมืองทากะมะทจึ เดินทางจากโอกะยะมะ ใช้เวลา 1 ชม.โดยรถไฟ เมืองนี้เป็นทางเข้าหลักจากเกาะฮอนชูมาสู่เกาะชิโคคุ และเหมาะที่จะเป็นจุดเริ่มต้นในการเดินทางไปรอบๆเกาะ เมืองทากะมะทจึนั้นมีสิ่งดึงดูดที่น่าสนใจมากมายมีค่าควรแก่การเยี่ยมชม อย่างสวนสาธารณะริทจึริน ที่ยังคงรูปแบบดั้งเดิมไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุดในพื้นที่นี้ โดยได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องตลอด 350 ปีจากตระกูลมัตซึไดระ

เมืองมะทจึยะมะ เมืองที่ใหญ่ที่สุดในเกาะชิโคคุ ห่างจากทากะมัตซึ 3 ชม.โดยรถไฟด่วนจำกัดความเร็ว หรือเพียง 1 ชม.ทางเรือจากเมืองฮิโรชิมะ และเมืองคุเระ

ปราสาทมะทจึยะมะเป็นอีกหนึ่งสมบัติของชาติที่ได้รับการดูแลรักษาอย่างดีที่สุด บ่อน้ำแร่โดโงะ ห่างจากมะทจึยะมะเพียง 20 นาทีโดยรถไฟ ซึ่งเป็นบ่อน้ำแร่ที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น

เมืองโคจิ จากทากะมะทจึโดยรถไฟด่วนจำกัดความเร็ว 3 ชม. เป็นเมืองที่อุดมไปด้วยที่นาและการประมงเรียงรายตลอดแนวชายฝั่งใจกลางตอนใต้ของเกาะชิโคคุ หากได้มาเยือนชายฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ จะพบอุทยานแห่งชาติและหลากหลายกิจกรรมกลางแจ้งตั้งแต่ดำน้ำด้วยสกูบ้าไปจนถึงการชมปลาวาฬ

เมืองโทคุชิมะ สามารถเดินทางจากภูมิภาคคันไซโดยรถบัสสายพิเศษ ใช้เวลาประมาณ 2.30 ชม. งานเทศกาลเต้นรำอะวะ-โอโดริของเมืองนี้เป็นที่รู้จักกันดี ซึ่งจะจัดขึ้นในทุกหน้าร้อน ต่อมาคือ เมืองนารุโตะ ห่างจากเมืองโทกุชิมะ 40 นาทีโดยรถไฟ ที่นี่จะมีชื่อเสียงในเรื่องน้ำวนขนาดยักษ์บริเวณ ช่องแคบนารุโตะ หากต้องการความตื่นตาตื่นใจ สามารถนั่งเรือพาชมน้ำวนยักษ์นี้ได้ใกล้มากขึ้น

 

  

ภาคตะวันตก (จูโกคุ)

ภูมิภาคจูโกขุนั้น เต็มไปด้วยหมู่บ้านและเมืองที่เงียบสงบสวยงามหลายแห่งตั้งกระจายกันอยู่เป็นระยะ ลักษณะเป็นหมู่บ้านประมงชายทะเลและหมู่บ้านเล็กๆตั้งหลักแหล่งตามทิวเขา เหมาะสำหรับเยี่ยมชมทิวทัศน์ที่ชวนให้รำลึกถึงอดีตและคงกลิ่นอายของญี่ปุ่นดั้งเดิมได้อย่างดีที่สุด

จูโกขุ ตั้งอยู่สุดตะวันตกของเกาะหลักฮอนชู แบ่งเป็นสองส่วนคือ ซันโย ชายฝั่งเกาะกลางทะเลใน และ ซันอิน ชายฝั่งทะเลญี่ปุ่น

เมืองโอคายามะ จากชิน-โอซาก้าใช้เวลา 1 ชม.โดยรถไฟด่วนพิเศษชินคันเซน เมืองนี้ถือเป็นประตูสู่ภูมิภาคจูโกขุและเกาะชิโคคุ มี สวนโคระคุเอ็ง เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ เต็มไปด้วยดอกไม้ตลอดทั้งปี เป็นผลงานชิ้นเอกที่สร้างขึ้นในปี 1700 โดยตระกูลขุนนางยุคศักดินาโอคะยะมะ ใช้เวลาสร้างยาวนานถึง 14 ปีกว่าจะเสร็จสมบูรณ์

เมืองคุระชิขิ เป็นเมืองที่คงความงดงามในอดีตผสมผสานไปกับสิ่งใหม่ๆที่เข้ามาได้อย่างเหมาะเจาะ สามารถมาถึงได้ในเวลาเพียง 15 นาทีโดยรถไฟจากโอกะยะมะ หากเดินเล่นตามถนนสายเล็กเหล่านั้น หนึ่งในสี่ส่วนของถนน จะเต็มไปด้วยร้านเก่าแก่ มีหลังคาบ้านเป็นลักษณะเฉพาะตัวซึ่งเป็นเสน่ห์ของเมืองนี้ เมืองคุระชิขิเต็มไปด้วยพิพิธภัณฑ์ หนึ่งในนั้นคือ ห้องแสดงศิลปะโอฮาระ ซึ่งรวบรวมภาพวาดและงานแกะสลักที่มีชื่อเสียงระดับโลก รวมถึงงานหัตถกรรมแบบญี่ปุ่นพื้นเมืองและผลงานศิลปะชิ้นเยี่ยมซึ่งมีเอกลักษณ์แบบตะวันออก

เมืองฮิโรชิมะ ก่อนนี้เคยเป็นเมืองที่ตั้งของปราสาท เดินทางจากชิน-โอซาก้า 2 ชม.โดยรถไฟด่วนพิเศษชินคันเซน ปัจจุบันเป็นเมืองที่เกิดใหม่หลังการทิ้งระเบิดปรมาณูในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง มี สวนอนุสรณ์สันติภาพ ในเมืองฮิโรชิมา ที่ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก บริเวณใกล้ๆมีพิพิธภัณฑ์อนุสรณ์สันติภาพที่รวบรวมภาพถ่ายขนาดใหญ่และสิ่งของต่างๆที่เกี่ยวข้องกับความพินาศในครั้งนั้น

จากเมืองฮิโรชิมะ โดยรถไฟ 30 นาที ถึงสถานีมิยะหยิมะ-กุจิ แล้วต่อเรืออีก 10 นาที มุ่งหน้าไปยัง เกาะมิยะหยิมะ ซึ่งมี

ศาลเจ้าอิทจึกุชิ ตั้งอยู่ริมทะเล พื้นที่ของตัวเกาะทั้งหมด 30 ตารางกิโลเมตร ซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากรัฐบาลอย่างเป็นทางการให้เป็นแกะแห่งประวัติศาสตร์และสถานที่ที่มีทิวทัศน์ที่สวยงามเป็นพิเศษ ตัวอาคารศาลเจ้าเชื่อมต่อกับทางเดินที่ทอดยาวออกไปเหนือน้ำ ดังนั้นเวลาระดับน้ำขึ้นสูงจนทางเดินจมหายไป จะมองเห็นแต่เพียงตัวอาคารลอยอยู่กลางทะเล ทางเข้าศาลเจ้าที่มีลักษณะเป็นซุ้มสองเสาทำจากต้นการบูรแดงที่ผุดขึ้นกลางทะเล เป็นสัญลักษณ์โดดเด่นของศาลเจ้านี้ งานเทศกาลรื่นเริงของที่นี่มีอยู่ตลอดทั้งปี แต่ที่สำคัญที่สุด คือ
เทศกาลคันเก็นไซ ซึ่งจัดขึ้นในเดือนกรกฎาคม หรือเดือนสิงหาคม

เมืองฮะหงิ ใกล้สถานีรถไฟฮิงะชิ-ฮะหงิ เดินทางจากสถานีรถไฟชิน-ยามะงุจิ โดยรถบัส 1.10 ชม. เป็นเมืองเก่าแก่ที่ตั้งของปราสาทที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ และเป็นที่อยู่อาศัยของเหล่าซามุไรที่มีชื่อเสียงในอดีต นอกจากนี้ยังมี เครื่องปั้นดินเผาฮะหงิยาคิ ที่ขึ้นชื่อด้วย

เมืองโททโทะริ ใช้เวลา 4.20 ชม.จากโอซาก้า โดยรถไฟด่วนจำกัดความเร็ว สันทรายคล้ายทะเลทรายอยู่เลยไปทางเหนือ 5 กิโลเมตร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ อุทยานแห่งชาติซัน-อิน ไคงัน หากเยี่ยมชมสันทรายนี้แต่เช้าตรู่ จะได้พบกับความสวยงามบนพื้นผิวของสันทรายที่ยามค่ำคืนจะถูกลมและฝนทำให้เกิดลวดลายต่างๆ

เมืองมะทจึเอะ เดินทางโดยรถไฟด่วนจำกัดความเร็วจากโททโทะริ ใช้เวลา 4.20 ชม. เมืองนี้ตั้งอยู่ที่จุดซึ่งทะเลสาบน้ำตื้นนะกะอุมิไหลมารวมกับทะเลสาบชินจิ เป็นเมืองศูนย์กลางที่สำคัญ และจุดหมายปลายทางของแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดชิมะเนะ อยู่ในเมืองอิซึโมะที่เก่าแก่เกี่ยวข้องกับตำนานต่างๆของญี่ปุ่น

ศาลเจ้าอิซึโมะ ไทชะ เดินทางจากสถานีอิซึโมะชิ ใช้เวลา 10 นาทีโดยรถไฟ มีชื่อเสียงด้านสถาปัตยกรรม และเป็นหนึ่งในศาลเจ้าที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น ย้อนกลับไปหลายพันปี เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ขึ้นชื่อเรื่องการขอพรให้มีความผาสุกในชีวิตสมรส ดึงดูดให้หญิงสาวที่ศรัทธาเดินทางมาสักการะบูชาเป็นจำนวนมาก 

 

 

ภาคใต้ (คิวชูและเกาะโอกินะวะ)

ตั้งอยู่ทางตะวันตกสุดของเกาะหลักฮอนชู มีอากาศที่อบอุ่น ชนบทที่เขียวชอุ่ม บ่อน้ำแร่และภูเขาไฟที่เร้นลับเนื่องจากอยู่ใกล้จีนและเกาหลี จึงได้รับอิทธิพลทางวัฒนธรรมจากประเทศเพื่อนบ้านตั้งแต่ศตวรรษที่ 4 อีกทั้งเป็นจุดแรกที่ติดต่อกับทางตะวันตกซี่งชาวโปรตุเกสได้เข้ามาเทียบท่าเมื่อศตวรรษที่ 16

เมืองฟุคุโอกะ เป็นศูนย์กลางแลกเปลี่ยนนานาชาติกับเอเชีย มีชื่อเสียงด้านสิ่งทอ ห่างจากโตเกียว 6 ชั่วโมงโดยทางรถไฟด่วนพิเศษชินคันเซน หรือ 3 ชั่วโมงจากชินโอซาก้า ซึ่งเป็นชุมทางรถไฟสู่คิวชู สถานที่เที่ยวในเมืองมีพิพิทธภัณฑ์ศิลปะเอเชียฟุคุโอกะที่น่าแวะชมในฐานะหน้าต่างแห่งเอเชีย

ศาลเจ้าดะไซฟุ ห่างจากเมือง           ฟุคุโอกะเพียง 20 นาทีโดยทางรถยนต์ มีแหล่งโบราณคดีซึ่งค้นพบในบริเวณใกล้เคียง เทศกาลฮะกะตะ ดงทะกุและเทศกาลยะมะงะซะ เป็นเทศกาลที่มีชื่อเสียงของเมืองนี้

เมืองนางาซากิ เป็นเมืองท่าแห่งเดียวที่โชกุนโตคุกะว่าได้เปิดทำการค้ากับต่างประเทศ ระหว่างปีค.ศ. 1639 -1859 จึงมีบ้านพักชาวต่างชาติที่สร้างเป็น อาคารแบบตะวันตกโกเวอร์การ์เด้น และ โบสถ์คาทอลิคโออุระ ซึ่งเป็นสมบัติแห่งชาติที่น่าแวะชม

ปราสาทชิบะบะระ ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์แสดงบันทึกและเอกสารเกี่ยวกับนักบุญคริสเตียนผู้ยืนหยัด

สวนสันติภาพนางาซากิ เป็นอนุสรณ์สถาน ที่สร้างบนศูนย์กลางของเป้าโจมตีโดยระเบิดปรมาณูลูกที่ 2 ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 หลังจากฮิโรชิม่าเพียง 3 วัน เฮ้าส์เทนบอส เป็นรีสอร์ทสวนสนุกที่สร้างแบบฮอลแลนด์ ที่มีทุ่งทิวลิปและดอกไม้สวยงามมาก

อุทยานแห่งชาติอุนเซน ห่างจากเมืองนางาซากิ 2 ชม.โดยทางรถยนต์ มีภูเขาอุนเซนและแหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติบนที่ราบสูงและชายทะเล

เมืองซะงะ อยู่ติดกับนางาซากิ เป็นแหล่งผลิต เครื่องปั้นดินเผาอะริตะยะคิ ที่มีชื่อเสียงของญี่ปุน

เมืองคุมะโมโต้ ห่างจากสถานีฮะคะตะเพียง 1.30 ชม.โดยรถไฟด่วน มีปราสาทคุมะโมโต้
สวนซุยเซนหยิเป็นประตูสู่อุทยานแห่งชาติอะโซะคุหยิ ซึ่งเป็นที่ตั้งของภูเขาไฟอะโซะ ที่ใหญ่ที่สุดในโลกและภูเขาคุหยิ

เมืองเบบปุ ตั้งอยู่บนชายฝั่งทะเลตะวันออกของเกาะคิวชูเป็นเมืองแห่งบ่อน้ำแร่ที่เป็นบ่อโคลน
(หลากสี) จัดเป็นเมืองที่มีรีสอร์ทน้ำแร่มากที่สุด นักท่องเที่ยวสามารถลองแช่น้ำแร่หลายหลากชนิดได้

เมืองน้ำพุร้อนยุฟุอิน ก็อยู่ในจังหวัดโออิตะไม่ไกลจากเมืองเบบปุ อยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่งดงามและเป็นเมืองต้นแบบที่รวมกลุ่มผลิตสินค้าหนึ่งหมู่บ้านหนึ่งผลิตภัณฑ์ ออกจำหน่ายและประสบความสำเร็จด้านการท่องเที่ยวด้วย

เมืองมิยะซะกิ อยู่ห่างจากเมืองโออิตะ 3 ชม. ครึ่งโดยรถด่วนจำกัดความเร็ว เป็นเมืองที่มีรีสอร์ทแบบทะเลเปิดปิดได้ ทางใต้มีอุทยานแห่งชาติเลียบชายฝั่งทะเล นิจินัน ระยะทาง 100 กม. และยังมี น้ำตกทะคะจิโฮ ในช่องเขาที่สวยแปลกตามาก

เมืองคะโกชิม่า ห่างจากเมืองมิยะซะกิ 2.20 ชม.โดยทางรถไฟด่วนจำกัดความเร็ว เมืองนี้อุดมสมบูรณ์ด้วยแหล่งประวัติศาสตร์ บ่อน้ำแร่ซึ่งเป็นผลมาจากภูเขาไฟซากุระหยิมะ ที่ยังครุกรุ่นอยู่ ทางตอนใต้มีเมือง อิบุซึคิ จึงมีที่พักตากอากาศและ สถานอบทรายริมทะเล ตั้งอยู่ใต้สุดของคาบสมุทร ซะทจึมะ เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบสัมผัสประสบการณ์อบทรายร้อนริมทะเล ที่จะทำ

ให้รู้สึกผ่อนคลายได้มาก

โอกินาว่า เป็นเกาะใต้สุดของญี่ปุ่นที่ได้รับอิทธิพลจากจีนและเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ จึงมีวัฒนธรรมต่างจากเมืองอื่นในญี่ปุ่นตั้งอยู่ห่างจากโตเกียว 2.30 ชม. ทางเครื่องบิน มีเมือง นาฮา เป็นศูนย์กลาง

ปราสาทซุริ สมัยราชวงศ์ริวกิว เป็นโบราณสถานทางประวัติศาสตร์ที่โดดเด่น อีกทั้งศาลเจ้า และวัดโซเกนหยิที่สวยงาม มีชายหาดสีขาวบริสุทธิ์และแนวปะการังสมบูรณ์ที่ชวนหลงใหลมาก เหมาะสำหรับผู้ที่รักทะเลใสและหาดทรายสวย

สำหรับผู้ที่สนใจเดินทางเที่ยวเป็น Private Package

 

 

 

 

 

 

 

สถานที่พักรูปแบบต่างๆ

ที่พักแบบชาวตะวันตก

โรงแรมระดับสากล  โรงแรมที่ดีที่สุดของญี่ปุ่นมีความเพียบพร้อมด้วยความสะดวกสบายและความหรูหราโอ่อ่าทุกประการ

โรงแรมแบบเลิศหรูสุดๆ ในลักษณะ ดังกล่าวนี้มีบริการแก่บรรดานักธุรกิจระดับบริหารที่เดินทางมาเยือนญี่ปุ่น และบรรดานักท่องเที่ยวจากต่างแดน บริการของโรงแรมระดับนี้มีพนักงานที่สามารถ รับรองลูกค้าด้วยภาษาอังกฤษ ความสะดวกที่มีไว้รับรอง รวมไปจนถึง "เอ๊กเซคคิวทีฟ ชาล็อง" ที่มีบริการเลขานุการคอยดูแล ซึ่งสามารถใช้เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์สื่อสารหรือบริการบิสซิเนสเซอร์วิส เช่นสั่งพิมพ์นามบัตรภาษาอังกฤษ ส่งโทรสารถ่ายเอกสารและอื่นๆ ได้อีกด้วย อีกทั้งภัตตาคารในโรงแรมระดับหรูหราเช่นนี้ ได้ชื่อว่า เป็นภัตตาคารชั้นเยี่ยมที่สุดในเมืองใหญ่ๆ และมีอาหารนานาชาติไว้พร้อมให้ลูกค้าเลือกได้ตามใจชอบ โรงแรมระดับนี้สามารถสนองความประสงค์ของลูกค้าได้ ไม่ว่าจะต้องการอะไรที่ลูกค้าพึงประสงค์  นับตั้งแต่ร้านค้าในโรงแรม และค็อคเทลเลาจ์ ไปจนถึงบริการเสิร์ฟถึงห้องพัก และบริการล่าม ส่วนใหญ่ของโรงแรมระดับนี้ จัดให้มีบริการรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ไว้บริการลูกค้าระหว่างโรงแรมกับท่าอากาศยานนานาชาติที่ใกล้ที่สุด ราคาค่าห้องพักชนิดเตียงคู่หรือชนิด 2 เตียงเดี่ยว ในโรงแรมระดับ หรูหราตกอยู่ในราว 30,000 เยนต่อคืน และโรงแรมระดับรองลงมาเล็กน้อย เรียกว่า เฟิสท์คลาส ค่าห้องอยู่ในราวคนละ 20,000 เยน โรงแรมทั้งหลายที่เป็นสมาชิกของสมาคมโรงแรมแห่งประเทศญี่ปุ่นจะพยายามรักษามาตรฐานสูงของตนไว้เสมอ ทั้งในด้านความสะดวกสบายและบริการ http://www.e-japanhotels.com

บิสซิเนสโฮเต็ล นักธุรกิจชาวญี่ปุ่น นิยมพักที่โรงแรม บิสซิเนสโฮเต็ล ซึ่งราคาย่อมเยากว่าธรรมดา และตามปกติเป็นโรงแรมขนาดค่อนข้างเล็ก มีความสะดวกสบายเท่าที่จำเป็นแก่การพักระยะสั้นเพื่อทำธุรกิจปราศจากความหรูหราฟุ่มเฟือยใดๆ และมีบริการเสิร์ฟถึงห้องพัก แต่ละชั้นมีตู้ขายเครื่องดื่มและของขบเคี้ยวสำหรับแขกที่ต้องการโดยการหยอดเหรียญ ในโรงแรมแบบนี้จะมีห้องอาหารหนึ่งห้อง และที่สะดวกก็คือทำเลที่ตั้งของโรงแรมแบบนี้มักจะอยู่ใกล้สถานีรถไฟ เนื่องจากว่าลูกค้าของโรงแรมแบบนี้แทบทั้งหมดเป็นนักธุรกิจ ห้องพักจึงมักเป็นห้องเดี่ยว มีห้องน้ำในตัว ค่าห้องโดยเฉลี่ยคืนละ 6,000 เยนขึ้นไป จนถึงห้องคู่ประมาณ 10,000เยน http://www.jcha.or.jp/english/

เพนชั่น  ลอกเลียนแบบมาจากบริการที่พักในฝรั่งเศส มีบรรยากาศเหมือนบ้านพักในชนบท อาหารอร่อยและราคาไม่แพง ส่วนมากตั้งอยู่ตามรีสอร์ทที่คนนิยมไปเที่ยว และมีอยู่ทั่วประเทศญี่ปุ่น เพนชั่นที่มีอยู่โดยทั่วไป มักจะมีห้องพักแบบยุโรปราวๆ 10 ห้องหรือกว่านั้นเล็กน้อย และผู้บริหารงานเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน ค่าพักโดยเฉลี่ย คืนละ 8,000 เยน ถึง 9,000 เยน รวมอาหารสองมื้อ หากท่านชอบความสุขสบายเหมือนอยู่บ้านตนเอง และบรรยากาศนอกบ้านที่เหมาะสำหรับการเล่นกีฬา หรือออกกำลังกายท่ามกลางธรรมชาติแวดล้อมสวยงาม ที่พักแบบนี้นับว่า เป็นทางเลือกที่ยอดเยี่ยมทีเดียว

ที่พักแบบญี่ปุ่น (เรียวกัง) เป็นที่พักคนเดินทางแบบประเพณีนิยมของญี่ปุ่นจะให้ประสบการณ์แปลกใหม่ที่ได้สัมผัสบรรยากาศแบบพื้นบ้านญี่ปุ่นแก่ผู้มาใช้บริการ   ประตูห้องเป็นประตูเลื่อน เรียกว่า ฟุสุม่า เฟอร์นิเจอร์มีจำนวนจำกัดเพียงโต๊ะเตี้ยๆ 1 ตัว และหากว่าห้องนั้นมีระเบียงเล็กๆ ติดต่อด้วย ก็จะมีโต๊ะเล็กๆ 1 ตัวกับเก้าอี้ 2 ตัววางไว้ที่ระเบียง ฝาผนังห้องประดับด้วยภาพแขวนผนังที่วาดด้วยพู่กัน ที่นอน หมอน ผ้าห่ม เก็บไว้ในตู้ลึกติดผนัง จะมีบริการปูให้ในเวลาค่ำหลังอาหารมื้อเย็น

การเข้าพักในเรียวกัง ผู้เข้าพักจะต้องถอดรองเท้าที่ประตูทางเข้าโรงแรมแบบญี่ปุ่น แล้วสวมรองเท้าแตะที่จัดไว้บริการแทนเมื่อเข้าไปข้างในต่อจากนั้นจะต้องถอดรองเท้าแตะก่อนขึ้นไปเหยียบพื้นเสื่อทะทะมิ ที่ปูลาดพื้นห้อง ดังนั้น โปรดนำถุงเท้าหนาๆ ของท่านติดตัวไปด้วย ถ้าเป็นช่วงหน้าหนาวในห้องพักท่านจะนั่งบนพื้น เสื่อญี่ปุ่นตะตะมิ โดยมีเบาะรองนั่งเรียกว่า สะบุต็อง วางไว้ให้นั่ง รอบๆ โต๊ะเตี้ยๆ ในฤดูหนาว อาจจะมีผ้าห่มหนาๆ คลุมรอบ ใต้โต๊ะ ท่านสามารถเหยียดขาลงไปใต้ผ้าห่มนั้นได้ เพราะมีความอบอุ่นอยู่ใต้โต๊ะที่เกิดจากเตาไฟฟ้าทำความอุ่นเท้าเรียกว่า โคทัตสึ ที่นอนนุ่มอุ่นสบายเรียกว่า ฟุต็อง จะถูกนำมาปูให้ท่านบนพื้นห้องประกอบด้วยที่นอน ผ้าปูที่นอน ผ้าห่มหนา หากต้องการก็จะมีผ้าห่มเพิ่มให้อีก และยังมีชุดผ้าฝ้าย ยุคะตะ ไว้ให้สวมเวลาอยู่ในห้อง ถ้าอากาศหนาว จะมีเสื้อคลุมหนาอีก 1 ตัวไว้ให้สวมทับ  ห้องสุขาแบบญี่ปุ่นเป็นปกติของเรียวกัง วิธีใช้ มิใช่นั่งลงไปบนนั้นแต่นั่งยองเหนือสุขภัณฑ์ หันหน้าไปทางด้านที่มีกระบังโผล่ขึ้นมากั้นการกระเซ็นเปรอะเปื้อน รองเท้าแตะสำหรับสวมในห้องสุขาใช้เฉพาะเวลาเข้าห้องสุขา

ก่อนจะลงไปร่วมอาบน้ำร้อนธรรมชาติในบ่อรวมกับคนอื่นๆ จะต้องถอดเสื้อผ้าออกหมดในห้องโถงก่อนถึงที่อาบน้ำ มีตะกร้าหวายวางไว้ให้ใส่เสื้อผ้า ลงในนั้น ถ้าไม่ใช้ตะกร้าก็เป็นช่องกั้นแบ่งสำหรับแต่ละคนใช้ ทางเรียวกังจัดผ้า เช็ดหน้าขนหนูผืนยาวไว้ให้ใช้พันร่างกายท่อนกลางเวลาลุกขึ้นยืนในห้องน้ำ ผ้าผืนนี้ใช้สำหรับขัดถูร่างกายด้วย และใช้เช็ดตัวด้วย
การอาบน้ำ แรกสุดนั่งลงบนม้านั่งเตี้ยๆ ตรงหน้าก๊อกน้ำคู่ร้อน-เย็น ไขน้ำใส่ลงในภาชนะตักน้ำส่วนตัวให้เต็ม  แล้วเทราดลงบนร่างกายจนเปียกทั่วตัว ถ้าไม่มีก๊อกไขน้ำ ควรจะใช้ภาชนะนั้นจ้วงตักน้ำในบ่อน้ำร้อนขึ้นมาเทรดตัว หากมีฝักบัวให้ใช้ ก็ใช้ฝักบัวรดร่างกายจนทั่ว ขณะนั่งอยู่บนม้าเตี้ยๆ (แต่อย่ายืน เนื่องจากน้ำจะกระเซ็นไปรบกวนคนข้างๆ) ต่อจากนั้นฟอกสบู่จนทั่วแล้วล้างออกให้หมดจด ทั้งหมดเป็นขั้นตอนที่จำเป็นก่อนลงไปในบ่อน้ำร้อน ขั้นตอนต่อไปค่อยๆ เดินลงไปในบ่อ แช่ร่างกายตามสบายจนกว่าจะทนความร้อนไม่ไหวจึงขึ้นไปสวมชุดเสื้อผ้า

การอาบน้ำบางครั้งก็เป็นห้องอาบรวม แต่จะมีแยกสัดส่วนไม่ปนกันระหว่างชาย-หญิง ห้องอาบน้ำในโรงแรมแบบญี่ปุ่น ตามรีสอร์ทที่มีน้ำพุร้อนธรรมชาติ เป็นที่ๆ ให้ความเพลิดเพลินได้ดีเป็นพิเศษ อัตราค่าห้องพัก รวมค่าอาหารชนิดเบาๆ ในตอนเช้า กับมื้อค่ำไว้แล้ว สมาคมเรียวกังแห่งประเทศญี่ปุ่นมีสมาชิกเป็นเรียวกังชั้นดีอยู่มากกว่า 2,000 แห่ง อัตราค่าห้องพักต่อคืน ตั้งแต่ 15,000 ไปจนถึง 40,000 เยน โดยไม่รวมภาษีและค่าบริการ ไม่ว่าจะเป็นเรียวกังระดับธรรมดาหรือหรูหรา ประสบการณ์ที่ได้จากการพักที่เรียวกังจะทำให้ได้สัมผัสขนบธรรมเนียมประเพณีและชีวิตดั้งเดิมของชาวญี่ปุ่นอย่างแท้จริง ตรวจรายละเอียดได้ที่ http://www.ryokan

มินชุขุ (MINSHUKU) : เป็นอีกรูปแบบหนึ่งของที่พักนักท่องเที่ยว-คนเดินทางที่จะให้ประสบการณ์อันใกล้ชิดยิ่งกว่าเรียวกัง ในการสัมผัสกับชีวิตในครอบครัว ชาวญี่ปุ่น ซึ่งดำเนินกิจการที่พักคนเดินทางด้วยราคาถูก และเป็นกันเอง เนื่องจากเป็นการเปิดบ้านของตนเองให้คนแปลกหน้ามาพัก อัตราค่าที่พักจึงค่อนข้างถูก ประมาณ 6,500 ถึง 9,000 เยนต่อคืน พร้อมอาหารสองมื้อ และบริการแบบคนในครอบครัวเดียวกัน ไม่มีสาวใช้มารอรับใช้ และผู้มาพักก็ควรจะปูและเก็บที่นอนของตนเอง (ควรเตรียมของใช้ส่วนตัวไปด้วย)
โคคุมินชุขุช่ะ (People’s lodge) : เป็นที่พักอีกประเภทหนึ่งที่ราคาถูกมากประมาณ 6,500 เยน ต่อคืน มีอยู่ตามรีสอร์ทที่คนนิยมไปพัก และตามวนอุทยานแห่งชาติ ห้องพักของแขก ตลอดจนที่อาบน้ำและห้องส้วมเป็นแบบชาวญี่ปุ่นใช้ หากท่านมีความตั้งใจจะประหยัดงบประมาณ และประสงค์จะใช้ชีวิตแบบประเพณีนิยมในต่างจังหวัดสถานที่แบบนี้เหมาะที่สุด ท่านจะได้รับความสุขสบายท่ามกลาง ทัศนียภาพอันงดงามประทับใจอย่างยิ่งในบรรยากาศแบบพื้นบ้านญี่ปุ่น

ที่พักในวัด (SHUKUBO)  วัดพุทธ จำนวนไม่น้อยในญี่ปุ่น ที่เปิดบริการรับผู้มาเยือนพักค้างคืน บางแห่งมีกิจกรรมนั่งสมาธิแบบเซนด้วย เช่นในเกียวโต
ที่พักตามแหล่งน้ำพุร้อนหรือบ่อน้ำแร่ธรรมชาติ (ONSEN) : เมืองที่อุดมด้วยแหล่งน้ำแร่ธรรมชาติทั่วทุกภาคจะมีที่พักตากอากาศ ซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ พร้อมบ่อน้ำแร่ออนเซน  แบบอยู่ภายในหรือกลางแจ้งให้แช่ชมทะเล  ภูเขาหรือ น้ำตกได้ แล้วแต่ทำเลของแต่ละเมือง เช่นเมืองริมทะเล อะตะมิ เมืองท่ามกลาง ภูเขานิกโก้ เมืองเคโระในภาคกลาง และเมืองเบปุทางใต้ของญี่ปุ่น

บนรถไฟที่มีตู้นอน รถบัสและเฟอรี่ข้ามคืน : บนรถไฟระยะทางไกลที่มีรถตู้นอน บนรถบัสที่เดินทางกลางคืนและ บนเรือ
เฟอรี่ที่เดินทางข้ามคืนท่านสามารถจะพักผ่อนได้อย่างสุขสบายระหว่างท่องเที่ยว

 

ที่พักค้างคืนชนิดราคาถูกสุดๆ
บ้านเยาวชน (ยูธ โฮสเท็ล) ในญี่ปุ่นมียูธ โฮสเท็ล หรือ บ้านเยาวชนอยู่ประมาณ 360 แห่งในจำนวนนี้มีอยู่จำนวนไม่น้อยที่เปิดต้อนรับประชาชนทั่วไป อีกจำนวนหนึ่งนั้นต้อนรับเฉพาะผู้เป็นสมาชิกสมาพันธ์สมาคมบ้านเยาวชนนานาชาติ หากท่านมิได้เป็นสมาชิกของสมาพันธ์ฯ ดังกล่าวนี้ ท่านสามารถจะซื้อบัตร เกสท์ คาร์ด ได้ในราคา 2,800 เยนที่สำนักงานใหญ่ของสมาพันธ์ฯ
ในโตเกียว เรียกว่าโตเกียว แนชชั่นแนล เฮดควอเตอร์ส ค่าที่พักของบ้านเยาวชน ราคาถูกมาก ตั้งแต่ราวๆ 3,500 ถึง 4,500 เยน
ไม่รวมค่าอาหาร และภาษีผู้บริโภค 5% ผู้มาพักก็ไม่มีขีดจำกัดเรื่องอายุด้วย จองโดยตรงทางเว็ปไซท์ http://www.jyh.or.jp/ หรือของบ้านพักเยาวชนนานาชาติ (International Youth Hostel) เว็บไซท์ http://tokyo-ih.jp/en/index.html

เจแปนนีส อิน กรุ๊ป : เป็นสมาคมที่มีสมาชิกเป็นโรงแรมแบบญี่ปุ่น ซึ่งพยายามที่จะให้บริการนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ อัตราค่าที่พักมีราคาถูกมากสำหรับชาวต่างชาติ คือประมาณ 5,000 เยนต่อคน ต่อคืน ผู้พักจะทำการจองโดยตรงได้ทางโทรศัพท์, โทรสาร หรือเว็ปไซท์  http://www.jpinn.com

เวลคัม อิน เป็นศูนย์รวมของที่พักนานาประเภทได้แก่เรียวกัง หรือโรงแรมและมินชุขุมีราคาไม่แพงเลยที่พักเหล่านี้ มีความสามารถพิเศษพอ ที่จะบริการต้อนรับผู้มาพักที่เป็นชาวต่างชาติได้ ค่าที่พักต่อคืนต่ำกว่า 8,000 เยน ไม่รวมค่าบริการและภาษี สำหรับห้องเตียงเดี่ยว เหมาะอย่างยิ่งสำหรับครอบครัว หรือเพื่อนฝูงที่เดินทางเป็นกลุ่ม เล็กๆ ที่พักประเภทนี้ ให้การต้อนรับอบอุ่นและมีน้ำใจไมตรีเอื้อเฟื้อดี ศูนย์บริการรับจองเวลคัม อิน เป็นกิจการแบบอาสาและให้เปล่า ดำเนินงานโดยศูนย์บริการนักท่องเที่ยวนานาชาติ ซึ่งเป็นหน่วยงานหนึ่งขององค์การส่งเสริมการท่องเที่ยว แห่งประเทศญี่ปุ่น และโดยได้รับทุนอุดหนุนจากความกรุณาของนิบปอนฟาวน์เดชั่น และ เท็ตสึโด โคไซไคฟาวน์เดชั่น  ทำให้สามารถดำเนินงานศูนย์นี้ได้จึงนับว่าด้วยความกรุณาของมูลนิธิสองแห่งนี้ที่ได้ให้ทุน การให้ความช่วยเหลือนักท่องเที่ยว โดยการรับจองที่พัก เวลคัม อิน ให้ จึงสามารถทำได้แบบไม่คิดค่าบริการ

การจองที่พักและค่าห้อง : ที่พักสำหรับคนเดินทางในญี่ปุ่นนั้น ค่อนข้างจะมีผู้ใช้บริการเต็มแน่นเกือบตลอดปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโตเกียวและเกียวโต หากเป็นไปได้ กรุณาจองห้องพักของท่านล่วงหน้า ก่อนออกเดินทางจากประเทศของท่านโดยจองผ่าน บริษัทนำเที่ยวของญี่ปุ่น ตลอดจนสายการบินบางบริษัท หรือสำนักงานรับจองของเครือข่ายโรงแรมนานาชาติ รายชื่อสมาชิกของสมาคมโรงแรมแห่งประเทศญี่ปุ่น เรียกว่า "โฮเต็ล อิน เจแปน" มีไว้บริการที่ สำนักงานของ อสท.ญี่ปุ่น ในกรณี เวลคัม อิน
มีแบบฟอร์มสำหรับกรอก อยู่ในคู่มือรายชื่อเวลคัม อิน ท่านควรจะกรอกใบจองแล้วส่งไปยังศูนย์รับช่วยจอง อย่างน้อยที่สุด 3 สัปดาห์ก่อนออกเดินทาง ศูนย์รับช่วยจองจะรับจองให้ไม่เกิน 3 เมืองต่อหนึ่งราย แล้วแต่ว่าจะมีห้องว่างสำหรับท่านหรือไม่ และหากว่าท่านมีการจองเที่ยวบินเรียบร้อยแล้วด้วย คำขอร้องให้ช่วยจองโรงแรมสำหรับคืนแรกที่ไปถึงญี่ปุ่นนั้น ทางศูนย์ฯ จะรับได้ก็ต่อเมื่อท่านมีการยืนยันแน่นอนว่าเที่ยวบินของท่านจะไปถึงญี่ปุ่นก่อนเวลา19.00 น. ในวันนั้นเท่านั้น

ค่าบริการและภาษี : ในกรณีค่าห้อง ค่าอาหารและเครื่องดื่มและค่าบริการอื่นๆ ต่อหนึ่งท่านต่อคืน จำนวนเงิน 15,000 เยนหรือน้อยกว่า ทางโรงแรมจะบวกค่าภาษี 5 % เข้าไปในบิลด้วย และหากค่าบริการต่างๆ เหล่านั้นรวมกันแล้วเกินกว่า 15,000 เยน สำหรับโรงแรมในโตเกียวจะต้องบวกภาษีที่พักอีก 100 เยน ต่อราคาห้องที่เกิน 10,000 เยน แต่ไม่เกิน 15,000 เยน หรือบวกอีก 200 เยน สำหรับค่าห้องพักที่มีอัตรา 15,000 เยนขึ้นไป

โรงแรมชั้นดีจะบวกค่าบริการไว้ ระหว่าง 10 ถึง 15 % แทนการรับทิป ส่วนโรงแรมแบบญี่ปุ่น  ตามปกติจะบวกค่าบริการไว้ประมาณ  จาก 10 ถึง 20%  แต่โรงแรมแบบบิสซิเนส โฮเต็ล  ตลอดจนมินชุขุ เพนชั่น และบ้านพักเยาวชนจะไม่มีการบวกค่าบริการ

 

*******************************

 

 

 

 

 

 

 

 




ข้อมูลท่องเที่ยว ประเทศญี่ปุ่น




Copyright © 2010 All Rights Reserved.


แก้ไขปรับปรุงข้อมูลล่าสุด เดือน ตุลาคม 2557 และ รับรองความถูกต้องของข้อมูลโดย Admin
บ.ลายไทย ทรานสปอร์ต แอนด์ แทรเวล จำกัด
เลขที่ 7 ซอยบางพรม 66 ถนนบางพรม แขวงบางพรม เขตตลิ่งชัน กรุงเทพ 10170
โทร. 02-8878802, 02-8878803 และ 02-8879680 แฟกซ์ 02-8877818

Email
: info@linethaitravel.com