ข้อมูลท่องเที่ยวเกาหลี
ReadyPlanet.com




ข้อมูลท่องเที่ยวเกาหลี

 

ประเทศ เกาหลี

ภูมิประเทศ

คาบสมุทรเกาหลีทอดตัวไปทางทิศใต้ทางบด้าน

ตะวันออกของทวีปเอเชีย มีความยาว 1,020 กิโลเมตร (612 ไมล์) และกว้าง 175 กิโลเมตร (105 ไมล์) ณ จุดที่แคบที่สุดของคาบสมุทร พื้นที่ 70% ของประเทศเป็นเทือกเขา จึงจัดเป็นประเทศที่มีภูมิประเทศเป็นเทือกเขามากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ความเปลี่ยนแปลงทางกายภาพของแผ่นดินที่เป็นหินแกรนิตและหินปูนทำให้เกิดภูมิประเทศที่สวยงามอย่างมหัศจรรย์ ประกอบด้วยเทือกเขาและหุบเขา เทือกเขา ตลอดชายฝั่งด้านตะวันออกสูงชันและทอดตัวลงสู่ทะเลตะวันออก ในขณะที่ชายฝั่งทางด้านใต้ และตะวันตก เทือกเขาค่อย ๆ ลาดลงต่ำสู่ที่ราบชายฝั่ง ซึ่งเป็นแหล่งเกษตรกรรมที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในเกาหลีโดยเฉพาะในด้านการผลิตข้าว

คาบสมุทรเกาหลีถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ที่บริเวณเหนือเส้นขนานที่ 38 คือ ประเทศระบอบประชาธิปไตย สาธารณรัฐเกาหลีอยู่ทางใต้ และประเทศระบอบคอมมิวนิสต์ เกาหลีเหนือ โดยถูกคั่นกลางโดยเขตปลอดทหาร

ประเทศเกาหลีใต้มีพื้นที่ 99,500 ตารางกิโลเมตร มีประชากร 47.9 ล้านคน (ค.ศ.2003) ประกอบด้วย 9 จังหวัด (โด) กรุงโซลเป็นเมืองหลวงของประเทศ และประกอบด้วยเมืองใหญ่ ๆ 6 เมือง คือพูนซาน แทกู อินชน ควางจู แทจอน และ อุลซาน รวมมีเมืองทั้งหมด 77 เมือง (ซี) 88 มณฑล (กุน) ใน 9 จังหวัด

 

ธงประจำชาติ

ธงประจำชาติเกาหลีมีชื่อเรียกว่า แทกึกกี้ลวดลายของธงบอกถึงสัญลักษณ์หยินหยางตามหลักปรัชญา        ตะวันออก รูปวงกลมตรงกลางธงแบ่งออกเป็นสองส่วนเท่า ๆ กัน คือ ส่วนบนที่เป็นสีแดงหมายถึง พลังในเชิงบวกหรือหยาง และส่วนล่างสีน้ำเงินหมายถึง พลังในเชิงลบหรือ หยิน พลังทั้งสองอย่างรวมกันเป็นหลักแห่งความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง สมดุลยภาพ และการสมานสามัคคีอันไม่รู้จบ วงกลมนี้ล้อมรอบด้วยสัญลักษณ์สี่อย่าง อยู่ที่แต่ละมุมคือ สวรรค์ ( ) โลก ( ) ไฟ ( ) และ น้ำ ( )

 

ดอกไม้ประจำชาติ

ดอกมูกุงฮวา หรือ โรส ออฟ ชารอน เป็นดอกไม้ประจำชาติเกาหลี ซึ่งจะบานสะพรั่งทั่วประเทศระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงเดือนตุลาคม สิ่งที่ทำให้ดอกไม้ชนิดนี้ไม่เหมือนดอกไม้ชนิดอื่นคือสามารถทนสภาพอากาศที่เลวร้ายและศัตรูพืชได้เป็นอย่างดี ความหมายของคำว่า มูกุงฮวา มาจากรากศัพท์ มูกุง ซึ่งหมายถึงความเป็นอมตะ คำ ๆ นี้สะท้อนความเป็นอมตะของประวัติศาสตร์เกาหลี ความมุ่งมั่นและความอดทนของชาวเกาหลี

 

ภูมิอากาศ
          ประเทศเกาหลีมีสภาพอากาศอยู่ในเขตอบอุ่น และมีสี่ฤดูที่แตกต่างกันคือ ในปลายเดือนมีนาคมหรือต้นเดือนเมษายน ต้นไม้จะผลิใบสะพรั่งเต็มต้น เป็นสัญญาณว่าฤดูใบไม้ผลิได้เริ่มขึ้นแล้ว ระหว่างเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคมจะมีหลาย ๆ วันที่แสงแดดสดใสตลอดทั้งวัน ( เดือน มี.ค.-เม.ย.-พ.ค.-มิ.ย. )

ในฤดูร้อนซึ่งอากาศร้อนและมีฝนตกบ้าง ต้นไม้จะเขียวชะอุ่มทั่วไป ในเดือนมิถุนายนอุณหภูมิเฉลี่ยจะสูงกว่า 20 องศาเซลเซียสเล็กน้อย ฤดูมรสุมปกติจะเริ่มขึ้นในปลายเดือนมิถุนายน จนถึงช่วงกลางหรือปลายเดือนกรกฎาคมและในเดือนสิงหาคมอากาศจะร้อนจัดและชื้นมาก ( เดือน ก.ค. ส.ค. )

ฤดูใบไม้ร่วงจะเริ่มขึ้นตอนปลายเดือนกันยายน ลมที่พัดมาจากแผ่นดินใหญ่นั้นทำให้อากาศแห้งและท้องฟ้าโปร่ง จึงเป็นช่วงที่อากาศเหมาะกับการท่องเที่ยวมากที่สุดในเดือนตุลาคมทิวทัศน์ทั่วทั้งประเทศจะมีสีสันสดใสด้วยใบไม้ทีเปลี่ยนเป็นสีทองและสีแดงเต็มต้น ( เดือน ก.ย. ต.ค. )

ในเดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์อากาศจะหนาวเย็นและแห้ง บางครั้งมีฝนหรือหิมะ ในช่วงนี้มักจะมีวันที่อากาศหนาวจัดประมาณ 3-4 วัน สลับกับวันที่อากาศอุ่นสบาย  ( เดือน พ.ย.-ธ.ค.-ม.ค.-ก.พ. )

 

 

ศาสนา

ประเทศเกาหลีให้ความเคารพต่อเสรีภาพในการนับถือศาสนาโดยมีลัทธิประเภททรงเจ้า บูชาผี ศาสนาพุทธ และลัทธิขงจื้อ ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นหลักปรัชญาในการพัฒนาทางสังคมและวัฒนธรรมของประเทศก็ว่าได้ นอกจากนี้ยังมีศาสนาย่อย ๆ ที่เกิดขึ้นใหม่จากการผสมผสานแนวความคิดบางอย่างในศาสนาดั้งเดิม และยังมีผู้หันไปนับถือศาสนาคริสต์เป็นจำนวนมาก นับตั้งแต่เริ่มเข้ามาเผยแพร่เมื่อปลายศตวรรษที่ 18 เป็นต้นมา

 

 

ภาษา

ภาษาเกาหลีจัดอยู่ในกลุ่มยูราล-อัลเตอิค เช่นเดียวกับภาษาฮังกาเรียน ตุรกี มองโกเลียน และฟินนิช ตัวอักษรของเกาหลีเรียกว่า ฮันกึล และประกอบด้วยสระ 10 ตัว และพยัญชนะ 14 ตัว ภาษาพูดได้แปลงมาเป็นภาษาเขียน ในสมัยกษัตริย์เซจง โดยนักการศึกษากลุ่มหนึ่ง ในปี ค.ศ. 1443 ผลงานของนักการศึกษากลุ่มนี้ถูกกล่าวขวัญว่าเป็นการสร้างสรรค์ที่อัจฉริยะอย่างแท้จริง

 

ฮันบก

           ฮันบกเป็นเครื่องแต่งกายประจำชาติเกาหลีมาเป็นเวลาพัน ๆ ปีมาแล้ว ความงามและความอ่อนช้อยของวัฒนธรรมเกาหลีจะถูกถ่ายทอดออกมาผ่านทางภาพถ่ายของสุภาพสตรีในเครื่องแต่งกายฮันบกนี้ ก่อนที่วัฒนธรรมการแต่งกายแบบตะวันตกจะได้เข้ามาในเกาหลีเมื่อร้อยปีมาแล้วนั้น หญิงชาวเกาหลีจะสวมชุดฮันบกเป็นปกติทุกวัน ส่วนสุภาพบุรุษจะสวมชอโกรี (เสื้อนอกแบบเกาหลี) และพาจิ (กางเกงขายาว) ในขณะที่สุภาพสตรีสวมชอกอรีและชีมา (กระโปรง) ในปัจจุบันชุดประจำชาติฮันบก จะใช้สวมเฉพาะในโอกาสพิเศษต่าง ๆ เช่น งานมงคลสมรส วันซอลลัล (วันขึ้นปีใหม่ตามจันทรคติ) หรือวันชูซก(วันขอบคุณพระเจ้า)

แนะนำ แหล่งท่องเที่ยว เกาหลี

พระราชวังเคียงบก : สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1394 เพื่อเป็นพระราชวังหลักของราชวงศ์โชซอน (1392-1910) อัน เป็นราชวงศ์ที่สถาปนาขึ้นโดยกษัตริย์แทโจ ในจำนวนพระราชวังทั้ง 5 ที่สร้างขึ้นในราชวงศ์นี้ พระราชวังเคียงบกกุงถือเป็นพระราชวังที่สวยงามและยิ่งใหญ่ที่สุด

พิพิธภัณฑ์แห่งชาติเกาหลี : พิพิธภัณฑ์นี้สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1908 ตั้งแต่สมัยราชวงศ์โชซอน พิพิธภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดของเกาหลีแห่งนี้ มิได้แสดงเฉพาะผลงานทาง วัฒนธรรม 135,000 ชิ้นของเกาหลีเท่านั้น แต่ยังแสดงผลงานของประเทศใกล้เคียงด้วยเช่น จีน ญี่ปุ่น เอเซียกลาง อาคารเดิมของพิพิธภัณฑ์ได้ถูกรื้อถอนไปเมื่อปี ค.ศ. 1996 และมีการสร้างอาคารปัจจุบันเป็นการชั่วคราว

พระราชวังถ็อกล็อกซูกุง : บริเวณพระราชวังถ็อกล็อกซูกุงจะมีสิ่งก่อสร้างที่น่าชมเป็นอันมาก เช่น ประตูหลักแทฮันมุน พระที่นั่งชุงวาจอนและท้องพระโรง และซกโชจอนอันเป็นสิ่งก่อสร้างแนวตะวันตกแห่งเดียวในบรรดาพระราชวังต่าง ๆ ในเกาหลี ซกโชจอนแห่งนี้เป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์หลวง ซึ่งเป็นที่เก็บสิ่งของที่ใช้ในพระราชวังในสมัยราชวงศ์โชซอน นอกจากนั้นยังมีพิพิธภัณฑ์ศิลปะถ็อกซูกุง ซึ่งแสดงผลงานทางศิลปะสมัยใหม่มากมาย

หอคอยโซล : เมื่อเราขึ้นไปบนหอคอยแห่งกรุงโซล เราจะเห็นทัศนียภาพทั้งหมดของกรุงโซล และที่บนสุดของหอคอยก็มีหอดูดาวและภัตตาคารหมุนได้รอบ มีพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านแห่งโลกอันเป็นที่เก็บวัตถุโบราณที่หายากและมีค่ามากกว่า 20,000 ชิ้นจาก 150 ประเทศ และมีโรงภาพยนตร์ 3 มิติด้วย

หมู่บ้านนัมซานกลฮันอก : หมู่บ้านที่งดงามนี้มีเนื้อที่กว้างถึง 7,934 ตารางเมตรและประกอบด้วย 3 ส่วน นั่นคือ สวนแบบเกาหลี ศูนย์กระสวยเวลา และตัวหมู่บ้านเอง บ้านที่เป็นลักษณะเฉพาะของเกาหลี หรือฮันอก ในสมัยราชวงศ์โชซอน บ้านพวกนี้ถูกรื้อออกจากที่เดิมที่กระจายอยู่รอบ ๆ กรุงโซลและนำมาประกอบขึ้นไปอย่างสมบูรณ์

โรงละครแห่งชาติ : โรงละครแห่งนี้อิงแอบอยู่บนเนินของภูเขานัมซานในกรุงโซลและมีโรงละครใหญ่น้อยหลายโรงพร้อมด้วยเวทีกลางแจ้ง ที่นี่เป็นเสมือนกองบัญชาการของคณะนาฎลีลาแห่งชาติและคณะนักร้องแห่งชาติ คณะบัลดินเล่ต์ และคณะอุปรากร เป็นต้น

ตลาดนัมแดมุน : ตลาดนัมแดมุนเป็นตลาดศูนย์การค้าส่งสามารถหาสินค้าได้ทุกชนิดที่ต้องการ เช่น เสื้อผ้า รองเท้าหลากหลายแบบ เครื่องใช้ในบ้าน อาหาร ดอกไม้ เครื่องมือผมปลอม เครื่องแก้ว เครื่องใช้ เครื่องประดับ ของขวัญ เครื่องกีฬา กระเป๋าเสื้อผ้า วัสดุก่อสร้าง เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องเรือน เป็นต้น

ตลาดทงแดมุน : ที่ตลาดนี้สามารถซื้อข้าวของและต่อราคาได้อย่างสนุกทีเดียว เพราะมีร้านรวงมากมาย มีห้างขายเสื้อผ้าที่ทันสมัยอยู่ด้วยนับ 10 ร้านหรือมากกว่านั้น ตั้งอยู่ท่ามกลางบรรยากาศแบบโบราณ บางร้านเปิด 24 ชั่วโมงและมีแสงสีและดนตรีตลอดคืนสินค้าที่มีมากที่สุดในตลาดนี้คือ ผ้า เครื่องแต่งกาย เครื่องหนัง ชุดสุภาพสตรีและเด็ก เครื่องนอน

หมู่บ้านพื้นเมืองเกาหลี : เป็นพิพิธภัณฑ์ที่จำลองวิถีชีวิตของชาวเกาหลีในสมัยเมื่อหลายร้อยปีที่แล้ว ประกอบด้วยการแสดงงานฝีมือชนิดต่าง ๆ เช่นการปั้นหม้อ การทอผ้า การตีเหล็ก และกิจกรรมอื่น ๆ แบบดั้งเดิม รวมทั้งมีบ้านแบบเกาหลี 260 หลัง และเวทีการแสดงกลางแจ้งสำหรับการแสดงนาฏศิลป์ และดนตรี

ป้อมฮวาซอง : ตั้งล้อมรอบบริเวณเมืองซูวอน ป้อมนี้สร้างด้วยสถาปัตยกรรมแห่งยุคของอาณาจักรโชซอน มีการเก็บรักษามาไว้อย่างดี ป้อมนี้สร้างขึ้นด้วยหินและอิฐเผาใช้เวลาสร้างถึง 2 ปี จาก ค.ศ.1794 นั่นคือช่วงการปกครองของกษัตริย์จองโจ ในปี ค.ศ.1997 องค์การยูเนสโกได้สถาปนาป้อมนี้เป็นมรดกวัฒนธรรมโลก

เอเวอร์แลนด์ : เปรียบเหมือนสวนสนุกสามแห่งในที่เดียวกัน ในเทศกาลโลกมีเครื่องเล่นต่าง ๆ ที่ตื่นเต้นเร้าใจ ป่าซาฟารี สวนสัตว์และเทศกาลดอกไม้ในฤดูกาลต่าง ๆ ส่วนที่คาริเบียน เบย์ เป็นสวนน้ำขนาดใหญ่ คุณจะได้สนุกกับสระว่ายน้ำซึ่งมีคลื่นเทียมและไม้ลื่น บนลานแข่งรถนั้น ท่านจะสามารถสนุกสนานกับการแข่งรถได้จริง ๆ ในเอเวอร์แลนด์ก็เป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ศิลปะโฮอัม ซึ่งแสดงผลงานทางศิลปอันงดงามที่สุดในโลกของบุคคลต่าง ๆ มาแสดงไว้มาก

อุทยานแห่งชาติเขาซอรักซาน : จัดได้ว่าเป็นแนวเขาที่สวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่งในเกาหลี ซึ่งประกอบด้วย โอซอรัก เนซอรัก และนัมซอรักเทือกเขาแนวนอกแนวใน และแนวใต้ มีหุบเขาที่มีดอกไม้บานสะพรั่งทั้งฤดูใบไม้ผลิและใบไม้ร่วง บริเวณที่ยื่นออกมาด้านนอกทางตะวันออก นำเราไปสู่หมู่บ้าน ซอรัก-ดงรีสอร์ท มีทั้งโรงแรมทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ลานสำหรับกางเต้นท์ ร้านค้า ที่จอดรถ และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ มีกระเช้าลอยฟ้า อันมีความยาวถึง 1,100 เมตร เชื่อมกับทางเข้าสวนสาธารณะซอรักดง กับควันกึมซาง ซึ่งเป็นป้อมปราการอยู่เหนือยอดเขาและสร้างขึ้นสมัยอาณาจักรซิลลา  สิ่งที่น่าสนใจอื่น ๆ ในบริเวณใกล้เคียง ได้แก่พื้นหินราบ พีซอนแด ซึ่งมีตำนานเกี่ยวกับการขึ้นสวรรค์ของเทพองค์หนึ่ง และบ่อน้ำแร่ โอแซ็ก ซึ่งเชื่อกันว่าสามารถรักษาโรคทางเดินอาหารได้ นักท่องเที่ยวที่มาจากทางตะวันตกผ่านเมือง อินเจ สามารถแวะชมวัด เพ็กทัมซา ซึ่งเป็นด่านทางเข้าอีกด้านหนึ่งของ ซอรักซาน

สถานเล่นสกียงเพียง (หุบเขามังกร) : อยู่ในบริเวณช่องเขาแทกวัลเลียง ทางใต้ของภูเขาโอเดซาน มีที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันสำหรับผู้ที่รักกีฬาสดี ได้ดีพอ ๆ กับฤดูกาลอื่น ๆ

พิพิธภัณฑ์แท็ดดีแบร์ : เท็ดดีเป็นสัญลักษณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ในศตวรรษที่ 20 เท็ดดีแบร์แฟชั่น พิธีแต่งงานแบบเท็ดดีแบร์และอื่น ๆ

สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : http://www.kto.or.th/

 

 




Asia : Korea