ReadyPlanet.com
dot
dot
ใบอนุญาตนำเที่ยวเลขที่ 11/03347
dot
bulletบริษัท ลายไทย ทรานสปอร์ต แอนด์ แทรเวล จำกัด
dot
ติดต่อสอบถาม จองทัวร์ โทร. 02-8878802 , 02-8878803 และ 02-8879680
dot
bulletHome Page หน้าแรก
bulletด่วน......สมัคร สมาชิก ลายไทย ออนไลน์ รับส่วนลด และ สิทธิพิเศษ มากมาย
dot
รายการท่องเที่ยว ในและต่างประเทศ
dot
bulletท่องเที่ยว ในประเทศ
bulletท่องเที่ยว ต่างประเทศ
bulletโปรโมชั่น ตั๋วเครื่องบิน ในประเทศ จากการบินไทย
bullet โปรโมชั่น ตั๋วต่างประเทศ
bulletโปรโมชั่น ตั๋วกรุ๊ป 10 ท่านขึ้นไป
dot
ขั้นตอน การใช้บริการ
dot
bulletวิธีการชำระเงิน
bulletวิธีการจอง บริการต่าง ๆ
dot
สิ่งที่ควรรู้ ก่อนเดินทางท่องเที่ยว
dot
bulletมือใหม่ นั่งเครื่องบิน
bulletอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา
bulletสภาพอากาศ ทั่วโลก
bulletสภาพอากาศ ทั่วไทย
bulletแผนที่ ทั่วไทย
bulletลิ้งค์ สำหรับนักท่องเที่ยว
bulletสถานทูตต่างประเทศ ในไทย
bulletเวลาทั่วโลก
bulletข้อมูล สายการบิน
bulletข่าวจากหนังสือพิมพ์
bulletประเทศ ที่ต้องขอวีซ่า
bulletประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่า
bulletตรวจสอบเวลาเครื่องบิน ขึ้น-ลง
bulletมีอะไรใน...สนามบินสุวรรณภูมิ
bulletสัญลักษณ์แปลกตา หน้าห้องน้ำ
dot
What's new
dot
bulletคำถามที่พบบ่อย
bulletSpecial Guest
bulletรู้ไว้ใช่ว่า เรื่องน่าสนใจทั่วโลก
dot
ชมภาพการเดินทางของลูกค้า
dot
bulletภาพลูกค้า ล่องเรือแม่น้ำเจ้าพระยา
bulletผู้บริหารระดับสูงจาก กระทรวงพลังงาน-ปตท.-ปตท.สผ.-กฟผ.-เอกซอน-HESS สัมมนาวิชาการที่ ประเทศลาว
bulletรวมภาพ ทริปลูกค้าลายไทย
dot
สื่อจากใจ ลายไทย เพื่อ คุณ
dot
bulletรายการแลกของรางวัล
bulletลายไทยนิวส์ ฉบับที่ 52/2557
bulletแผนที่ บ.ลายไทย


ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว บ.ลายไทย ทรานสปอร์ต แอนด์ แทรเวล

 

 



แหล่งท่องเที่ยว Unseen ภาคอีสาน

 

» อาหารอีสาน คลิ๊ก

» ภูมิปัญญาพื้นบ้าน อีสาน คลิ๊ก

 

 UNSEEN แหล่งเที่ยวมหัศจรรย์และธรรมชาติ

 

อุทยานช้างกระ กล้วยไม้ป่าแห่งมัญจาคีรีจังหวัดขอนแก่น

เมื่อลมหนาวมาเยือนถิ่นอีสาน ผู้มาเยือนยังวัดป่ามัญจาคีรีวนารามจะได้กลิ่นหอมชนิดหนึ่งกระจายอยู่ทั่วบริเวณ เป็นกลิ่นของ 'ช้างกระ' กล้วยไม้ป่าดอกเล็กๆ สีขาว มีจุดม่วงอมชมพูแซมประปราย บานรวมกันเป็นช่อ ห้อยระย้าลงมาเป็นพวงสวยงาม ส่งกลิ่นหอมเย็นชื่นใจทุกยามเมื่ออากาศเย็น แทบไม่น่าเชื่อว่าสถานที่นี้มิได้ห่างไกลจากความเป็นเมืองเลย

วัดป่ามัญจาคีรี อยู่ห่างจากตัวอำเภอมัญจาคีรีประมาณ 1 กิโลเมตร มีพื้นที่ 15 ไร่ เป็นบริเวณที่มีอุณหภูมิที่เหมาะสม มีความชื้นตลอดปี และอยู่ใกล้กับบึงกุดเค้า แหล่งน้ำที่สำคัญของท้องถิ่น จึงพบกล้วยไม้ช้างกระที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ จำนวนกว่า 4,000 ต้น เกาะตามกิ่งและลำต้นของต้นไม้ใหญ่ที่มีอายุยาวนานนับร้อยปี เช่น ต้นมะขาม กว่า 280 ต้น ช้างกระ มีคุณลักษณะลำต้นตั้งตรง มีรากใหญ่และยาว ขนาดใบค่อนข้างใหญ่และหนา ซ้อนกันสลับซ้ายขวา ช่อดอกเอนโค้งเล็กน้อย ต้นที่สมบูรณ์จะมี พวงดอกยาวเกือบ 1 ฟุต ดอกจะเรียงกันแน่น ขนาดประมาณ 2 - 2.5 ซ.ม. มีกลีบดอกสีขาวแต้มสีม่วงอมชมพู จะบานได้ทนเป็นสัปดาห์ มีกลิ่น
หอม

 

ผามออีแดง อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร จังหวัดศรีสะเกษ

รูปแกะสลักโบราณ ซึ่งซ่อนตัวอยู่ใต้หน้าผามานับพันปี

             อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร อยู่ริมชายแดนไทย-กัมพูชา ในเขตอำเภอกันทรลักษณ์ ประกาศจัดตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2531 มีพื้นที่ตามแนวชายแดนตั้งแต่อำเภอน้ำยืนถึงอำเภอกันทรลักษณ์ เนื้อที่ราว 8 หมื่นไร่ บริเวณชายแดนไทยมีจุดชมทัศนียภาพทิวเขาพนมดงรัก แผ่นดินเขมรต่ำ ะสามารถมองเห็นปราสาทเขาพระวิหารซึ่งอยู่ห่างออกไป 1 กิโลเมตรได้ ใต้ลงไปบริเวณผามออีแดงมีภาพสลักหินนูนตํ่ารูปคล้ายนางอัปสรา 3 องค์ เป็นศิลปะเขมร อายุราวพุทธศตวรรษที่ 15 เป็นรูปสลักซึ่งเก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย
             ผามออีแดงเป็นผาหินสีแดงตั้งอยู่ปลายสุดทางหลวงหมายเลข 221 จะมีถนนและบันไดสู่เขาพระวิหาร มีลักษณะเป็นลานหินธรรมชาติ ริมหน้าผาสูงติดกับพื้นที่ประเทศกัมพูชา เป็นจุดชมทัศนียภาพเขาพระวิหาร ในระยะเพียง 1,000 เมตร ซึ่งมีวิหารประดิษฐานพระพุทธรูปนาคปรก

ในบริเวณอุทยานฯ มีที่พักให้นักท่องเที่ยวได้พักแรมกันได้ ซึ่งสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดที่พักและสถานที่กางเต็นท์ได้ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว 0 9522 4265, 0 1224 0779 หรือ อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ตู้ ปณ. 14 อ. กันทรลักษณ์ จ. ศรีสะเกษ 33110

โทรศัพท์ 0 4561 9214, 0 4561 9214 หรือ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กรุงเทพฯ โทรศัพท์ 0 2562 0760

 

รอยเท้าไดโนเสาร์ ภูหลวง จังหวัดเลย

 

ภูหลวงตำนานเล่าขานถึนภูอันยิ่งใหญ่ หลากหลายด้วยพืชพันธ์ดอกไม้ในทุกฤดุกาล เพรียกขานว่าเป็นภูมรกตแห่งอีสาน ใครจะเชื่อว่าแต่ครั้งบรรพกาล ณ ที่นี้มีไดโนเสาร์อาศัยอยู่ สามารถรู้ได้จากร่าองรอยบนหน้าผาน่าตื่นตะลึง

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง  พื้นที่บนภูหลวงจะมีลักษระเป็นที่ราบ อากาศเย็นตลอดปี มีพืชพรรณไม้ป่าดงดิบ ทุ่งหญ้า ป่าสน อันงดงาม และมากมายหลายหลายด้วยดอกไม้ภู แหล่างท่องเที่ยวที่น่าสนใจ บนภูหลวงซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเดินเท้าเที่ยวชม ก็คือสวนสน และลานหิน เช่น โหล่นสาวแยงคิง ลานสนโหล่นแต้ โหล่นหินแอ่วขัน อันเป็นลานธรรมชาติที่เรียงรายเป็นระเบียบ นอกจากนี้ยังมีผาหิน เช่น ผากบ และผารุ่งอรุณ อันเป็นผาชมพระอาทิตย์ขึ้น และชมวิว ได้งดงาม ทั้งยังสามารถเดินชมทุ่งหญ้ากว้างที่สนามกอล์ฟเช้างอันกว้างใหญ่ไพศาล

 

วัน เวลา ที่แนะนำ การไปชมรอยเท้าไดโนเสาร์ ช่วงระหว่างเดือน ธันวาคม - มีนาคม

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงาน ททท. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เขต ๕ โทร . 0๔๒-๓๒๕-๔0๖--๗

 

ฟอสซิลไดโนเสาร์ ภูกุ้มข้าว จังหวัดกาฬสินธุ์

เยือนถิ่นไดโนเสาร์ อดีตสายพันธุ์ผู้ยิ่งใหญ่บนแผ่นดินอีสาน
          ในยุคดึกดำบรรพ์ภาคอีสานเคยเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ดึกดำบรรพ์ มีการค้นพบฟอสซิลของสัตว์โลกยุคโบราณ ซึ่งหลายชนิดเป็นพันธุ์ใหม่ที่เพิ่งพบเจอเป็นครั้งแรกของโลก โดยเฉพาะภูเวียงโกซอรัส สิรินธรเน (Phuwiangosaurus sirindhornae) ไดโนเสาร์กินพืชตระกูลซอโรพอดส์ ซึ่งพบหลายซากในเขตจังหวัดขอนแก่นและกาฬสินธุ์ โดยเฉพาะบริเวณภูกุ้มข้าว ในวัดสักกะวัน อำเภอสหัสขันธ์ ขุดพบฟอสซิลไดโนเสาร์ชนิดนี้ถึง 8 ซากภายในหลุมเดียวกันเมื่อปี พ.ศ. 2537 นับเป็นหลุมขุดค้นที่มีซากไดโนเสาร์รวมกันมากที่สุดแห่งหนึ่งของเอเชีย
          ในเขตพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ มีการค้นพบซากรอยเท้าไดโนเสาร์เป็นจำนวนกว่า 20 แห่ง และที่พบซากไดโนเสาร์มี 3 คือ ภูกุ้มข้าว ภูปอ และภูผางัว การค้นพบซากไดโนเสาร์ที่ภูกุ้มข้าวเป็นการพบโดยบังเอิญ เจ้าอาวาสวัดสักกะวันพบชิ้นส่วนของไดโนเสาร์ แต่เข้าใจว่าเป็นแท่งไม้ที่กลายเป็นหิน จึงไม่ได้ใส่ใจอะไร จนกระทั้งเจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรธรณีและนักวิชาการขอนำไปศึกษา ความจึงปรากฎว่าเป็นกระดูกสัตว์ดึกดำบรรพ์ และมีการขุดพบซากไดโนเสาร์ชนิดกินพืช จำนวนมากกว่า 600 ชิ้น ในปี พ.ศ. 2537 สันนิษฐานว่ามีอายุประมาณ 130 ล้านปี

         ภูกุ้มข้าวอยู่ห่างจากตัวอำเภอเมืองประมาณ 30 กิโลเมตร เนื่องจากเป็นภูเขาเดี่ยวในพื้นที่ ทำให้สามารถมองเห็นทิวทัศน์โดยรอบได้เป็นอย่างดี นับจากปี พ.ศ. 2537 ได้มีการพัฒนาพื้นที่ภูกุ้มข้าวเรื่อยมา ได้แก่การสร้างอาคารคลุมหลุมขุด อาคารปฏิบัติการ อุทยานสัตว์โลกล้านปีภูกุ้มข้าว พิพิธภัณฑ์ การปรับปรุงระบบสาธารณูปโภค ถนนและลานจอดรถ รวมถึงการปลูกป่าฟื้นฟูระบบนิเวศ ปัจจุบันยังคงมีการดำเนินการขุดค้นและการวิจัยอย่างต่อเนื่อง

 

 น้ำตกลงรู   จังหวัดอุบลราชธานี

    ธารน้ำบนลานหินทรายหลากไหลชั่วนาตาปี มีธรรมชาติเป็นตัวกำหนดให้พลังแห่งสายน้ำ ทำงานของมันไปในวัฏจักรแห่งกาลเวลา ความหมายของสายน้ำบนลานหินทรายนี้ อาจไม่มีเรื่องราวแปลกประหลาด หากไร้ซึ่งก้อนกรวดทรายที่ พลังน้ำพัดเหวี่ยงหมุนวน สร้างหลุมกุมภลักษณ์ขึ้นที่เหนือเพิงผา ใครจะเชื่อว่า หลุมกุมภลักษณ์ที่ทะลุเพดานถ้ำจะกลาย เป็นสายน้ำที่ลอดทะลุลงมา เรียกขานว่าน้ำตกลงรูคู่อุทยานแห่งชาติผาแต้ม

 

 

อุบลราชธานี    อุบลเมืองแห่งสุนทรี รับสุรีย์แรกอรุณ จังหวัดแรกของประเทศไทย ที่เห็นพระอาทิตย์ยามเช้า ก่อนที่อื่น ๆ ทุกวัน  มีความมหัศจรรย์ของภูมิประเทศหลากหลาย เช่น ผาแต้ม ภาพเขียนประวัติศาสตร์ และลานดอกไม้หน้าฝน เสาเฉลียง หินเทินหินรูปร่างประหลาด ซึ่งเป็นพื้นที่ภูมิประเทศ ที่เคยอยู่ใต้ทะเลมาก่อน น้ำตกแสงจันทร์ หรือน้ำตกลงรู ก็เป็นความแปลกของลักษณะภูมิประเทศ นอกจากนี้ยังมีสถานที่น่าสนใจอื่นๆอีก ได้แก่ ผาเจ็ก ผาเมย ผานาทาม ภูโลง สวนหิน ภูกระบอ ภูจ้อมค้อม น้ำตกห้วยพอก ฯลฯ
วันเวลาที่แนะนำ   น้ำตกลงรูสามารถเที่ยวชมได้ตลอดทั้งปี แต่ฤดูที่มีน้ำสวยงามคือช่วงฤดูฝนระหว่างเดือนสิงหาคม ถึงเดือนพฤศจิกายน

กุ้งเดินขบวน Unseen in Thailand มหัศจรรย์ธรรมชาติ อ.น้ำยืน

กุ้งเดินขบวนอยู่ที่ไหน

กุ้งเดินขบวนอยู่บริเวณลานพันรู น้ำตกแก่งลำดวน ซึ่งอยู่ในพื้นที่ดูแลรับผิดชอบของสถานีพัฒนาและส่งเสริมการอนุรักษ์สัตว์ป่า อุบลราชธานี ตั้งอยู่ที่ ม.5 บ้านหนองขอน ตำบลโดมประดิษฐ์ อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี

กุ้งมาเดินขบวนทำไม          

เนื่องจากกุ้งเป็นสัตว์น้ำ รับยีนต์(Gene) และแรงผลักดันจากพ่อ/แม่ ให้เดินทางกลับสู่ต้นน้ำอันเป็นบ้านเกิด เพื่อมาสืบพันธุ์และวางไข่  การที่กุ้งเหล่านี้มาเดินบนพลาญหิน ลานพันรู มีสาเหตุมาจากการที่จะเดินทางมายังแหล่งต้นน้ำ ที่เป็นบ้านเกิด บนยอดเขาพนมดงรัก มันต้องฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆมากมาย นี่ก็เป็นบนพิสูจน์อีกอย่างหนึ่งคือ การเดินทางผ่านน้ำตกแก่งลำดวน ซึ่งมีกระแสน้ำไหลเชี่ยว จำเป็นต้องหลบความรุนแรงของกระแสน้ำ โดยการขึ้นมาเดินบนโขดหิน จนกลายเป็นเหตุการณ์ที่เห็นแล้วทึ่งดังกล่าว

กุ้งจะเดินขบวนช่วงเดือนไหน 

ช่วงฤดูน้ำหลากคือกลางเดือนสิงหาคมจนถึงสิ้นเดือนกันยายน ขึ้นอยู่กับระดับน้ำและความเชี่ยวของกระแสน้ำบริเวณน้ำตกแก่งลำดวน โดยจะขึ้นมาเดินบนพลาญหิน ลานพันรู อย่างน่ามหัศจรรย์ ในเวลากลางคืน เวลาประมาณ 19.00 น.-04.00 น.ของอีกวันหนึ่ง

กุ้งอะไร? ที่มาเดินขบวน 

กุ้งชนิดที่มาเดินขบวนที่น้ำตกแห่งนี้คือ กุ้งฝอย จัดว่าเป็นกุ้งน้ำจืดขนาดเล็ก มักอยู่รวมกันเป็นฝูง อาศัยตามผิวน้ำริมตลิ่ง แหล่งน้ำต่างๆ ชอบกินจุลินทรีย์และสัตว์น้ำขนาดเล็ก มีความยาวประมาณ 2-7 ซม.

น้ำตกแก่งลำดวน

น้ำตกแก่งลำดวน เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีผู้นิยมมาเที่ยวมากอีกแห่งหนึ่ง มีความสวยงามของแก่งหิน และรูหิน มีความใสสะอาดของลำน้ำลำโดมใหญ่ สามารถเล่นน้ำตกได้เกือบทั้งปี ยกเว้นช่วงกุ้งเดินขบวน เนื่องจากน้ำมากและกระแสน้ำเชี่ยว จัดได้ว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของอำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี เนื่องจากน้ำตกแก่งลำดวน เป็นแก่งหินที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติมีความอุดมสมบูรณ์ทางด้านทรัพยากรธรรมชาติ มีเกาะแก่งที่สวยงามกลางลำโดมใหญ่ ถึง 3 เกาะ

การเดินทาง   

จากจังหวัดอุบลราชธานี เดินทางตามทางหลวงแผ่นดินที่ 24 ไปถึงอำเภอเดชอุดม แล้วเดินทางต่อไปทางเส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2192 ไปทางอำเภอน้ำยืน ถึงทางแยกทางหลวงแผ่นดิน 2171เลี้ยวซ้ายไปเส้นทางไปอำเภอน้ำยืน ก่อนถึงตัวอำเภอน้ำยืน พบทางแยก ทางหลวงหมายเลข 2248 ให้เลี้ยวซ้ายไปตามเส้นทางไปอำเภอนาจะหลวย ประมาณ 16 กม. จะถึงหมู่บ้านหนองขอน ให้ตรงเข้าไปยังสถานีพัฒนาและอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าอุบลราชธานี และตรงไปยังน้ำตกแก่งลำดวน ระยะทางประมาณ 2.5 กม. การคมนาคมสะดวกรถยนต์ส่วนบุคลเข้าถึงสถานที่ได้โดยสะดวก

สถานที่ติดต่อ 

สถานีพัฒนาและส่งเสริมการอนุรักษ์สัตว์ป่าอุบลราชธานี ตู้ ปณ 10 บ้านหนองขอน อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี โทร 089-0399948, 089-2856153, 081-3890140, 081-0695419

 

ปราสาทเมืองต่ำ จังหวัดบุรีรัมย์

อัศจรรย์ลวดลายบนเหลี่ยมหิน วิจิตรศิลป์แห่งศิลปะขอม

ณ ที่ราบอีกฟากเชิงเขาพนมรุ้ง แดดอุ่นนวลทาบไล้ลวดลายจำหลักบนหินทรายอันวิจิตรตระการตาของปราสาทเมืองต่ำ ยิ่งสร้างเสน่ห์และทำให้ปราสาทหลังนี้มากไปด้วยเรื่องราว ความงดงามของลวดลายสลักเสลาที่คงเหลืออยู่อย่างสมบูรณ์ที่สุด ทำให้ทุกสัดส่วนของปราสาทเมืองต่ำเป็นเสมือนบทบันทึกความรู้ของศิลปะขอมอันน่าศึกษาและใส่ใจตั้งอยู่ในบริเวณบ้านโคกเมือง ตำบลจรเข้มาก อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ อยู่ห่างจากตัวจังหวัดไปทาง ทิศใต้เป็นระยะทางประมาณ 64 กิโลเมตร กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานในราชกิจจานุเบกษา พ.ศ. 2478 และได้เข้ามาทำการบูรณะเมื่อ พ.ศ. 2531 แล้วเสร็จใน พ.ศ. 2539 ทำพิธีเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2540 โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จเป็นองค์ประธาน และปัจจุบันอยู่ในความดูแลของสำนักอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง ปราสาทหินเมืองต่ำเป็นศาสนสถานในศาสนาฮินดู ศิลปะขอมโบราณ สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในพุทธศตวรรษที่ 16-17 มีลักษณะเป็นกลุ่มปราสาทอิฐ 5 องค์ ตั้งอยู่บนศิลาแลงอันเดียวกัน เรียงเป็น 2 แถวตามแนวทิศเหนือใต้ แถวหน้า 3 องค์ องค์กลางมีขนาดใหญ่กว่าปรางค์อื่น ส่วนแถวหลังมีปรางค์อิฐจำนวน 2 องค์ วางตำแหน่งให้อยู่ระหว่างช่อง ของปรางค์ 3 องค์ ในแถวแรก ทำให้สามารถมองเห็นปรางค์ทั้ง 5 องค์ พร้อมกันโดยไม่มีองค์หนึ่งมาบดบัง ซึ่งเป็นรูปแบบที่แตกต่างจากปราสาทแห่งอื่นๆ ที่จะมีปรางค์องค์ใหญ่ตรงกลางและล้อมรอบด้วยปรางค์ขนาดเล็กกว่าทั้ง 4 มุม ปรางค์ประธาน ปัจจุบันมีสภาพให้เห็นเฉพาะฐานเท่านั้น โดยมีผนังเป็นรูป สี่เหลี่ยมจัตุรัสย่อมุมขนาด 7 x 7 เมตร โครงสร้าง โดยรวมนั้นมีลักษณะ เหมือนกับปรางค์บริวารทั้ง 4 องค์ จะต่างกันก็เพียงแต่ปรางค์ประธานมีมุขหน้า ส่วนปรางค์บริวารไม่มี ปรางค์ประธานจะหันหน้าไปทางทิศตะวันออก และเป็นด้านที่มีประตูเข้าสู่ภายในองค์ปรางค์เพียงด้านเดียว ส่วนที่เหลืออีก 3 ด้าน คือ ทิศเหนือ ทิศใต้ และทิศตะวันตกนั้น ทำเป็นรูปประตูหลอก จากการขุดค้นเพื่อทำการบูรณะปราสาทเมืองต่ำของกรมศิลปากร ได้ขุดพบหน้าบันและทับหลังของมุขปราสาทปรางค์ประธานทำจากหินทราย หน้าบันจำหลักเป็นรูปพระอินทร์ประทับนั่งในท่ามหาราชลีลาสนะ คือ นั่งชันเข่าขวาขึ้น ขาซ้ายพับ เหนือช้างเอราวัณสามเศียรในซุ้มเรือนแก้วอยู่บน หน้ากาล ลักษณะของซุ้มหน้าบันนี้ เป็นศิลปะเขมรแบบบาปวน มีอายุราวครึ่งหลังพุทธศตวรรษที่ 16 ปราสาททั้ง 5 จะล้อมรอบด้วยระเบียงคดซึ่งมีทับหลังและซุ้มประตูแกะสลักด้วยหินทรายอย่างงดงาม มีสระน้ำ หรือบาราย กรุด้วยศิลาแลง ทั้ง 4 ทิศ มุมสระมีพญานาคหินทราย 5 เศียร ทอดตัวยาวรอบขอบสระน้ำ ชั้นนอกปราสาทมีกำแพงศิลาแลงอีกชั้น

 

           ปราสาทหินพนมรุ้ง บุรีรัมย์

ปราสาทหินพนมรุ้ง สถาปัตยกรรมอันเลื่องชื่อบนเส้นทางสายปราสาทหิน ตั้งตระหง่านผ่านวันเวลามา

เนิ่นนาน งดงาม อ่อนช้อย แข็งแรงทรงพลัง สัมผัสได้ถึงความรุ่งเรืองในครั้งอดีตกาล ใครจะเชื่อว่า ปราสาทหินแห่งนี้ตั้งอยู่เหนือปากปล่องภูเขาไฟ และในวันเวลา เดียวของปีคือวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 5 แสงอาทิตย์จะทำมุมลอดทะลุประตู ทั้ง 15 บานของปราสาทได้อย่างพอดี

ปราสาทหินพนมรุ้ง
ตั้งอยู่ในจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นเทวสถานของศาสนาฮินดู ลัทธิไศวนิกาย ตัวปราสาทสร้างอยู่บนยอดภูเขาไฟที่ดับสนิทแล้ว คำว่า “พนมรุ้ง”
ในภาษาเขมรหมายถึง “ภูเขาใหญ่” แสดงถึงความอลังการของภูเขาไฟลูกนี้ ได้เป็นอย่างดี ปราสาทหินพนมรุ้งประกอบด้วยหมู่อาคารต่าง ๆ ตั้งเรียงรายจากลาดเขาทางขึ้น ต่อเนื่องขึ้นไปจนถึงองค์ปรางค์ประธานบนยอด เปรียบได้ดั่งวิมาน ที่ประทับของพระศิวะ ส่วนทางเดินขึ้นทอดไปสู่สะพานนาคราช คล้ายดั่งจุดเชื่อมโยง โลกมนุษย์กับแดนสวรรค์ นับเป็นโบราณสถานฝีมือชั้นเลิศชิ้นหนึ่งที่แสดงถึง ความเจริญรุ่งเรืองในครั้งอดีตของอาณาจักรขอมโบราณ
วันเวลาที่แนะนำ
สามารถชมความมหัศจรรย์ของแสงอาทิตย์ส่องทะลุซุ้มประตู 15 บาน พร้อมกันได้ในช่วงเดือน เมษายน เวลาประมาณ 06.30 ถึง 7.30 น. ในวันขึ้น 15 ค่ำ ในส่วนของการเยี่ยมชมปราสาทหินพนมรุ้ง เปิดให้ชมทุกวันตามเวลาราชการ

 

เมเปิ้ลแดงในป่าปิด
ภูกระดึง ภูอีสานตำนานแห่งการเดินทางของผู้คน เหลี่ยมผา ทุ่งหญ้า ป่าสนบนภูสูง คือมนต์เสน่ห์อันเป็นนิรันดร์ หากแต่ในวันฤดูหนาวที่อุณหภูมิเย็นเยียบ ใครจะเชื่อว่า ในผืนป่าปิดด้านเหนือ เมเปิ้ลกำลังผลัดใบเปลี่ยนสีแดงฉาน เล่าขานว่าเมืองไทยก็มีพันธุ์ไม้ชนิดนี้สวยงามไม่แพ้เมืองนอก
ภูกระดึง  เป็นขุนเขามหัศจรรย์แห่งเมืองเลย ด้วยสัณฐานหินทรายที่มียอดตัดเรียบ เกิดพื้นที่ราบกว้างใหญ่ 37,500 ไร่ อุดมไปด้วยทุ่งหญ้าในป่าสน มีหน้าผาที่สวยงาม หลายแห่งเช่น ผานกแอ่น ผาหมากดูก และผาหล่มสัก ที่เปรียบเสมือนสัญลักษณ์อย่างหนึ่ง ของภูกระดึง นอกจากนี้บนยอดภูกระดึงยังมีทุ่งดอกไม้ ป่าดิบ และป่าเบญจพรรณ การเดินทาง ท่องเที่ยวสะดวกสบาย มีที่กินที่พักพรั่งพร้อม ท่ามกลางบรรยากาศหนาวเย็น บนภูกระดึง มีพรรณไม้งดงามแปลกตาอยู่หลายชนิด ทั้งกุหลาบป่าสีแดง กุหลาบป่าสีขาว และเมเปิ้ลแดง ในป่าปิดอันลึกลับ เป็นภูผาแห่งตำนานการท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมไม่เสื่อมคลาย
วันเวลาที่แนะนำ  ชมเมเปิ้ลผลัดใบสีแดงสดตามริมธารน้ำใหญ่ป่าปิดได้ระหว่างฤดูหนาว ช่วงเดือนพฤศจิกายน – ธันวาคม เหมาะสำหรับผู้ที่รักการผจญภัยเท่านั้น

 

ภาพเขียนก่อนประวัติศาสตร์ผาแต้ม
ผาแต้ม เพิงผาซึ่งทอดตัวยาวเหยียดเคียงคู่แม่น้ำโขงมาแต่ครั้งบรรพกาล ผ่านพ้นวันเวลา มากว่า 3000 ปี มีเรื่องราวจารึกเล่าขาน จานไว้ว่าเป็นเพิงผาถิ่นอาศัยเก่าแก่ของมนุษย์ ก่อนประวัติศาสตร์ใครจะเชื่อว่าใต้เพิงผาแห่งนี้ มีภาพเขียนฝาผนังครั้งโบราณ ที่ยาวที่สุดในโลกซ่อนอยู่

 

ผาแต้ม
ผาแต้ม ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติผาแต้ม อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี ผาแต้มมีชื่อเสียงโด่งดัง เพราะปรากฏการเขียนสีอายุเก่าแก่กว่า 2,000 ปี มากถึง 300 ภาพ มีทั้งภาพสัตว์ สัญลักษณ์ข้าวของเครื่องใช้ของมนุษย์ ส่วนแหล่งท่องเที่ยวในบริเวณใกล้เคียงที่น่าเที่ยวชม เช่น เสาเฉลียง ตั้งอยู่ก่อนถึงผาแต้มประมาณ 2 กิโลเมตร มีลักษณะเป็นเสาหินธรรมชาติสวยงามซ้อนกันอยู่ตามธรรมชาติ น้ำตกสร้อยสวรรค์ น้ำตกแสงจันทร์ น้ำตกทุ่งนาเมือง ป่าดงนากาม มีสภาพเป็นป่าม้และภูผาหินหลากรูปลักษณ์พิษดารไม่าว่าจะเป็นเสาหินเฉลียงคู่ ผาหินแตก หินโยก ลายหินพลาญถ้ำไฮ ฯลฯ เหมาะเป็นจุดชมทะเลหมอกริมโขง และป่าเปลี่ยนสีในหนาแล้ง

วันเวลาที่แนะนำ    ท่องเที่ยวได้ตลอดปี
การเดินทาง            เริ่มจากอำเภอโขงเจียมใช้เส้นทาง 2134 ต่อด้วย 2112 แล้วแยกขวาไปผาแต้มอีกเพียง 5 กิโลเมตร

 

UNSEEN แหล่งเที่ยวแนวผจญภัย

 

ผจญภัยในสวนหินผางาม จังหวัดเลย

ที่ยวไปในเขาวงกต หนึ่งในความอัศจรรย์ของขุนเขาเมืองเลย
แนวผาหินปูนสูงใหญ่แลดูเป็นสง่า ทอดตัวเป็นแนวยาว โดดเด่นท่ามกลางทุ่งหญ้าเขียวขจี พื้นที่บริเวณนี้คือที่ตั้งของสวนหินผางามเมืองเลย ภายในมีเส้นทางเดินสลับซับซ้อน บางช่วงดูลึกลับตื่นเต้นคล้ายกับผจญภัยอยู่ในเขาวงกต บางช่วงต้องปีนป่ายเพิงหิน หรืออาจต้องมุดลอดโพรงถ้ำ นอกจากนี้ตลอดเส้นทางยังมีโอกาสพบเห็นต้นไม้หายาก และต้นไม้ยักษ์ อย่างปรงเขาที่มีอายุ

หลายร้อยปีสวนหินแห่งนี้ ตั้งอยู่ที่บ้านผางาม หมู่ 10 ตำบลปวนพุ กิ่งอำเภอหนองหิน แยกจากทางหลวงสายเมืองเลยชุมแพ ช่วงระหว่างอำเภอวังสะพุงกับภูกระดึง เข้าไปทางทิศตะวันตกตามถนนลาดยางตลอดสาย ผ่านหมู่บ้านต่างๆ ประมาณ 15 กม. จะมีป้ายบอกทางตลอดทางจนถึงบริเวณทุ่งหญ้าพื้นที่กว้างพอสมควร มีภูเขาแท่งหินปูน ซึ่งเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ อยู่กระจายเป็นลูกๆ ใหญ่บ้างเล็กบ้าง สลับกันไป บางลูกก็สามารถเดินผ่านทะลุได้ จะมีชื่อเรียกต่างๆกันตามลักษณะรูปร่างที่ปรากฎ เช่น หินไดโนเสาร์ หน้าผาท้อแท้ ซุ้มคารวะ ถ้ำอรทัย เขาวงกต เจดีย์หิน กรอบรูปธรรมชาติ กำแพงเมืองจีน ประตูโขง หินมงกุฎ สวนหิน ซุ้มนรก รูรันตู(รูตัน) มีต้นไม้นานาพันธ์ขึ้นแซม ซึ่งพบต้นไม้หายากและต้นไม้ยักษ์อย่างปรงเขาที่มีอายุหลายร้อยปี จึงมีชื่อเรียกอีกชื่อว่าคุนมิงเมืองเลย สันนิษฐานกันว่าในอดีตเคยเป็นพื้นของท้องทะเลมาก่อน และมีอายุมากว่า 225 ล้านปี ภายในมีทางเดินสลับซับซ้อน บางช่วงดูลึกลับน่าตื่นเต้นคล้ายกับผจญภัยอยู่ในเขาวงกต บางช่วงต้องปีนป่ายเพิงหิน หรืออาจต้องมุดลอดโพรงถ้ำ

ในบริเวณ มีสถานีบริการนักท่องเที่ยว ที่จอดรถ ห้องน้ำ ร้านขายของที่ระลึก และร้านอาหารให้บริการแก่นักท่องเที่ยว ที่สถานีบริการนักท่องเที่ยวมีบริการนำทางและให้คำบรรยาย ค่าบริการเพียง 100 บาทต่อนักท่องเที่ยวหนึ่งคณะ มีจุดชมวิวเพื่อถ่ายภาพยอดเขาคุนหมิงเมืองเลยไว้เป็นที่ระลึก หลังจากนั้นเดินลงบันไดทางด้านหลังเขา ซึ่งเป็นบริเวณที่ตั้งของร้านค้า ฝั่งตรงข้ามจะปากทางเข้าถ้ำลอด ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นการเดินท่องเที่ยวศึกษา

ธรรมชาติอีกเส้นทางหนึ่ง ซึ่งมีสถานที่น่าสนใจหลายแห่ง ได้แก่ อุโมงค์ลานเพลิน 7 สี ป่าเฟิร์นที่บรรยากาศร่มรื่นเย็นสบาย หินยาย หินตา ซึ่งตั้งชื่อตามลักษณะที่ปรากฏอีกเช่นกัน

แนวผาหินปูนสูงใหญ่แลดูเป็นสง่า ทอดตัวเป็นแนวยาว โดดเด่นท่ามกลางทุ่งหญ้าเขียวขจี พื้นที่บริเวณนี้คือที่ตั้งของสวนหินผางามเมืองเลย หรือที่รู้จักกันในชื่อคุนหมิงเมืองเลย ภายในมีเส้นทางเดินสลับซับซ้อน บางช่วงดูลึกลับตื่นเต้น คล้ายกับผจญภัยอยู่ในเข้าวงกต บางช่วงต้องปีนป่ายเพิงหิน หรืออาจต้องมุดลอดโพรงถ้ำ นอกจากนี้ตลอดเส้นทางยังมีโอกาสพบเห็นต้นไม้หายาก และต้นไม้ยักษ์อย่างปรงเขา ที่มีอายุหลายร้อยปี

กระทิงเขาแผงม้า อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่   นครราชสีมา

กระทิงเขาแผงม้า กระทิงสัตว์ในตระกูลวัวป่าขนาดใหญ่ ที่ใกล้วสูญพันธุ์ อาศัยอยู่ในดงทึบตอนกลางวัน และออกหากินในถิ่นทุ่งหญ้าระบัดยามเย็น จัดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองซึ่งยากที่จะพบเห็นได้ในธรรมชาติ ใครจะเชื่อว่าที่เขาแผงม้าปราจีนบุรี ยังพบกระทิงหากินตามธรรมชาติได้อย่างไม่น่าเชื่อ

อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

ผืนป่าอันเปรียบเสมือนตำนานในอดีตแห่งดงพญาไฟ นับตั้งแต่ป่าดิบดงดำยังปกคลุมดินแดนอันเต็มไปด้วยเทือกเขาสลับซับซ้อน ดังปราการธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ของผู้คนบนที่ราบสูง วันนี้อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ยังคงความยิ่งใหญ่ในความงดงามทางะรรมชาติเป็นสถานที่พักผ่านหย่อนใจ ตลอดจนทำหน้าที่เป็นจุดเริ่มต้น ของคนเดินทาง เป็นผืนป่าอนุรักษ์เก่าแก่ที่ยังคงทำหน้าที่เป็นสื่อตัวแทนธรรมชาติซึ่งเพรียบพร้อมไปด้วยสถานที่ และกิจกรรมอันเปรียบเสมือน โรงเรียนธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่สมบูรณ์แบบ

วันเวลาที่แนะนำ  กระทิงเขาแผงม้าสามารถไปเที่ยวชมได้ทุกวันตลอดทั้งปี ช่วงเวลาที่กระทิงออกหากินมักเป็นในช่วงบ่าย และเย็นที่มีโอกาสได้พบเห็นตัวได้มากกว่าเวลาอื่น

ปฏิมากรรมหินภูผาเทิบ

ภูผาเทิบ ประติมากรรมธรรมชาติแห่งหินผาน่าอัศจรรย์ กำเนิดมาจากการกัดกร่อน ของสายน้ำสายลมนานับร้อยล้านปี มีรูปลักษณ์แตกต่างมากมายเรียงราย ราวภูผาแห่งงานศิลป์ชิ้นเอก ใครจะเชื่อว่า ธรรมชาติสร้างให้ก้อนหินซ้อนทับกัน ได้อย่างวิจิตรพิศดาร

 

 

ภูผาเทิบ  หรืออีกชื่อหนึ่ง คือกลุ่มหินเทิบ เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร ภูมิประเทศเป็นช่วงปลายสุดของทิวเขาพูพานขนานแนวเหนือ-ใต้ ห่างจากแม่น้ำโขงประมาณ 4 กิโลเมตร สภาพป่าที่โดดเด่น เป็นป่าเต็งรัง ผสมผสาน กับป่าเบญจพรรณ และป่าดิบแล้งอุดมสมบูรณ์ ลักษณะทางธรณีวิทยาของภูผาเทิบ คือกลุ่มหินทรายซ้อนทับกัน เกิดประติมากรรมหินรูปร่างประหลาดงดงาม ทั้งรูปหินจระเข้ มงกุฎ เก๋งจีน และจานบิน เป็นต้น หินทรงสวยเหล่านี้เกิดจากผลงานการกัดเซาะ นับล้านปีของแสงแดด ลม และฝน นานนับล้านปี นอกจากนี้ยังมีถ้ำฝ่ามือแดง ถ้ำพระ และถ้ำลอด ซึ่งปรากฎร่องรอยของภาพเขียนสี และถ้วยชามโบราณมากมาย
วันเวลาที่แนะนำ ภูผาเถิบสามารถท่องเที่ยวได้ตลอดปี โดยเฉพาะช่วงเดือนตุลาคมถึงธันวาคม อากาศจะเย็นสบาย และตามลานหินจะมีดอกไม้กินแมลงสีสวยขึ้นอยู่มากมาย

 

UNSEEN แหล่งเที่ยวมุมมองใหม่สิ่งศักดิ์สิทธิ์

 

โบสถ์คริสต์บ้านซ่งแย้ จังหวัดยโสธร

เพื่อดินแดนแห่งพระเจ้า ศรัทธาที่ไม่อาจปิดกั้น
มีประวัติเล่าสืบกันมาว่าในปี ค.ศ.1908 มีผู้หนีตายอพยพจากที่ต่างๆ กัน เข้ามาอาศัยอยู่ในพื้นที่นี้รวม 5 ครอบครัว ซึ่งหนีมาด้วยสาเหตุเดียวกัน คือ ถูกกล่าวหาว่าเป็นผีปอบ ชาวบ้านในหมู่บ้านจึงรุมทำร้ายและขับไล่ จากนั้นได้เดินทางไปหาบาทหลวงเดชาแนล และบาทหลวงออมโบรซีโอ ที่บ้านเซซ่ง ต.เชียงเพ็ง อ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร ขอให้ไปช่วยขับไล่ผีปิศาจที่สิงสู่อยู่กับตนและ ครอบครัว ซึ่ง บาทหลวงทั้ง 2 ท่าน ก็ยอมเข้าป่าลึกไปตามคำขอ เมื่อรู้สึกดีขึ้น ทั้ง 5 ครอบครัว จึงเข้านับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก ต่อมาบ้านหนองซ่งแย้ มีผู้คนอพยพ ไปอยู่มากขึ้น ในปี ค.ศ. 1909 ชาวบ้านปลูกกระต๊อบ ฝาขัด แตะเล็กๆ ใช้ประกอบพิธีทางศาสนา นับว่าเป็นจุดกำเนิดวัดซ่งแย้ หรือชื่ออย่าง เป็นทางการ เป็นภาษาละตินว่า วัดอัครเทวดามิคาแอล ตามชื่อนักบุญองค์สำคัญ เป็นภาษาอังกฤษคือโบสถ์ เซนต์ไมเคิล เป็นภาษาฝรั่งเศสคือ โบสถ์แซงต์ มิเชล โดยมีบาทหลวงเดชาแนล เป็นอธิการโบสถ์คนแรก และคนในบ้านหนองซ่งแย้ซึ่งล้วนแต่เป็นชาวไทยอีสาน ได้มาเข้ารีต ถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก เกือบทั้งหมด
หลังจากนั้น ได้มีการสร้างอาคารโบสถ์ใหม่หลายครั้ง โบสถ์ไม้เนื้อแข็งหลังปัจจุบันนี้ เป็นโบสถ์หลังที่ 4 วางแผนก่อสร้างปี ค.ศ. 1936 ชาวบ้านพากันรวบรวมไม้ ลงมือสร้างปี ค.ศ. 1947 ตัวโบสถ์รูปทรงที่สร้างขึ้นมีลักษณะแบบศิลปะไทย กว้าง 16 เมตร ยาว 57 เมตร จัดเป็นโบสถ์ไม้ที่ใหญ่ที่สุด ในประเทศไทย ใช้แผ่นไม้เป็นแป้นมุง หลังคา 80,000 แผ่น ใช้เสาขนาดต่างๆกันถึง 360 ต้น ส่วนใหญ่เป็นเสาไม้เต็ง เสาในแถวกลางมีขนาดใหญ่ยาวที่สุดมี 260 ต้น สูงจากพื้นดินกว่า 10 เมตร พื้นแผ่นกระดานเป็นไม้แดงและไม้ตะเคียนขนาดใหญ่ ม้านั่งไม้จุคนได้กว่าพันคน ระฆังโบสถ์มีเส้นผ่าศูนย์กลางเกือบ 2 ฟุต อยู่ในหอระฆังสูงที่สร้างแบบหอระฆังตามวัดไทยทั่วไป แต่แปลกตรงที่แยกต่างหากจากโบสถ์ และเนื่องจากไม้ที่ได้รวบรวมมามีจำนวนมาก จึงได้นำไม้ที่เหลือมาสร้างโรงเรียนบ้านซ่งแย้พิทยา

 

สักการสถานพระมารดาแห่งมรณสักขี วัดสองคอน

วัดสองคอน  ตั้งอยู่ที่ บ้านสองคอน ต.ป่งขาม อ.หว้านใหญ่ เป็นโบสถ์คริสต์นิกายโรมันคาทอลิก สร้างแบบ  สถาปัตยกรรมสมัยใหม่ ที่มีความสวยงามและใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เคยได้รับรางวัล      สถาปัตยกรรมดีเด่น สมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ ปี 2539 มีหุ่นขี้ผึ้งของนักบุญราศีทั้งเจ็ด ที่อุทิศชีวิตในป่าศักดิ์สิทธิ์เพื่อพิสูจน์ศรัทธาที่มีต่อพระเจ้า ทุกๆปี ในวันที่ 22 ตุลาคม จะมีพิธีเฉลิมฉลองรำรึกถึงการสถาปนาแต่งตั้ง"บุญราศีมรณสักขี" และในวันที่ 16 ธันวาคมของทุกปี จะมีพิธีรำลึกบุญราศีสองคอน วัดสองคอนมีบริเวณกว้างขวางและมีพื้นที่ติดกับแม่น้ำโขง เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมและสักการะทุกวันระหว่างเวลา 08.00-18.00 น. คริสตชนสามารถร่วมพิธีบูชามิสซาได้ในวันอาทิตย์ เวลา 07.00 น. 

 การเดินทาง    อยู่ห่างจากตัวจังหวัดมุกดาหาร 40 กม. จากมุกดาหารใช้ทางหลวงหมายเลข 212 (มุกดาหาร-นครพนม) ไปทางนครพนมถึงหลัก กม. ที่ 28 แยกขวาที่บ้านสองคอน อำเภอหว้านใหญ่ ตรงไปยังริมแม่น้ำโขง ประมาณ 12 กม. ตัวโบสถ์คริสต์อยู่ริมน้ำ และเป็น Unseen in Thailand II

 

บ้านคำชะโนด จังหวัดอุดรธานี

ความประหลาดของเมืองคำชะโนด หนึ่งในตำนานพญานาคราช
คำชะโนด ตั้งอยู่บนพื้นที่ราว 20 ไร่ ซึ่งมีลำน้ำโอบล้อมเกือบรอบคล้ายดังเกาะ อยู่ในตำบลวังทอง อำเภอบ้านดุง เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านบริเวณใกล้เคียงให้ความเคารพนับถือ เป็นสถานที่ 1 ใน 3 แห่งที่ผู้คนแห่งลุ่มน้ำโขงทั้งไทย-ลาว เชื่อว่าเป็นประตูลงสู่เมืองบาดาล สถานที่อาศัยของพญานาคแห่งแม่น้ำโขง แผ่นดินศักดิ์สิทธ์อันมีตำนานเกี่ยวกับพญานาค และกำเนิดของแม่น้ำโขงแห่งนี้ เรียกกันว่า…'วังนาคินทร คำชะโนด' หรือเมืองชะโนด ตามความเชื่อของชาวอีสาน และชาวลาวบริเวณนี้กล่าวว่าเมื่อประมาณ 10 กว่าปีที่ผ่านมา มีผีจ้างหนังของบริษัทแจ่มจันทร์ภาพยนตร์ไปฉายหนังและมีผู้เข้าชมเป็นจำนวนมาก และมีการพิสูจน์ว่าผู้เข้าชมเหล่านั้นไม่ใช่ชาวบ้าน ปัจจุบันบริเวณดังกล่าว ปกคลุมไปด้วยปาล์มลักษณะประหลาด ลักษณะคล้ายกับต้นตาล และต้นมะพร้าวรวมกัน เรียกว่า ต้นชะโนด ภายในสถานที่แห่งนี้มีศาลเจ้า และบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ให้กราบไหว้

 

สุริยปฏิทิน ปราสาทภูเพ็ก ตำบลนาหัวบ่อ อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร

ศาสตร์โบราณในการคำนวณดาราศาสตร์ ที่ปรากฏบนแท่งหินพันปี

ยามแสงเรื่อเรืองอาบไล้ปราสาทหินเก่าแก่ที่อวลด้วยกลิ่นอายศิลปะขอม ไม่ใช่เพียงแค่ความงดงามศักดิ์สิทธิ์ หากยังปรากฏความอัศจรรย์ลงบนแท่งหินอายุนับ 1,000 ปี ที่เป็นเครื่องบ่งบอกคืนวันและฤกษ์ยามในการดำเนินชีวิตของบรรรพชนที่ผูกร้อยอยู่กับดวงตะวัน
ในบริเวณปราสาทภูเพ็ก ซึ่งอยู่บนยอดเขาหินทรายบนเทือกเขาภูพาน เขตอุทยานแห่งชาติภูพาน และตำบลนาหัวบ่อ อำเภอพรรณนานิคม จังหวัดสกลนคร ปรากฎแท่นหินทราย ขนาด 56 X 56 เซนติเมตร สูง

60 เซนติเมตร ด้านบนมีการแกะสลักเป็นรูปสี่เหลี่ยมเรียงรอบเป็นรูปทรงเรขาคณิตจำนวน 16 ช่อง ใช้ตามติดตามตำแหน่งของดวงอาทิตย์ จากทิศทางของแสง จะได้ทราบฤดูกาลและกำหนดเวลาทำการเกษตร การก่อสร้างได้

นักพิภพวิทยาท่านหนึ่ง คือ คุณสรรค์สนธิ บุณโยทยาน สนใจศึกษาการใช้แท่งหินนี้ และนำเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์มาประมวลผลด้านดาราศาสตร์ พบว่าเมื่อใส่ข้อมูลพิกัดตำแหน่งของปราสาท เส้นรุ้งที่ 17 องศาเหนือ และใส่วันที่ปรากฏการณ์สำคัญต่างๆ จะได้มุมกวาดเป็น 65, 90 และ 115 องศา ซึ่งเป็นตำแหน่งดวงอาทิตย์ขึ้นหมุนเวียน โดยในวันเริ่มต้นของปี จะเป็นวันที่เวลากลางวันจะเท่ากับเวลากลางคืน ดวงอาทิตย์ทำมุมฉากกับเส้นศูนย์สูตรของโลก ตรงกับวันที่ 21 มีนาคม เป็นฤดูใบไม้ผลิ หลังจากนั้นดวงอาทิตย์จะค่อยๆ เคลื่อนไปทางทิศเหนือ จนถึงจุดที่ไกลที่สุด ซึ่งจะเป็นวันที่กลางวันจะยาวที่สุด ตรงกับวันที่ 21 มิถุนายน จัดว่าเป็นฤดูร้อน จ.สกลนคร อยู่เส้นรุ้ง 17 องศาเหนือ กลางวันจะมี 13 ชั่วโมง ขณะเดียวกันเมื่อดวงอาทิตย์เคลื่อนมาถึงจุดที่ไกลที่สุดทางทิศใต้ ช่วงกลางวันจะสั้นที่สุดในรอบปี ตรงกับวันที่ 21 ธันวาคม ซึ่งเป็นช่วงฤดูหนาว จ. สกลนคร จะมี 11 ชั่วโมง ได้มีการทดสอบแนวแสงอาทิตย์ด้วยลูกดิ่งหลายครั้งพบว่า แนวแสงจะพาดผ่านช่องสี่เหลี่ยมช่องใดช่องหนึ่งพอดี เมื่อตรงกับวันที่ดังกล่าวข้างต้น

เพราะฉะนั้นตำแหน่งที่ใช้ก่อสร้างปราสาทขอม ซึ่งรวมถึงปราสาทภูเพ็ก จึงต้องเป็นบริเวณที่โล่งแจ้ง ไม่มีสิ่งรกร้าง ที่จะกั้นแสงอาทิตย์ได้ การสร้างปราสาทหินภูเพ็กนี้สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในยุคสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ประมาณปี พ.ศ. 1742 สร้างจากก้อนหินทรายทรงสี่เหลี่ยม วางทำมุมฉาก ตามแนวทิศตะวันออก-ตก มีศิวลึงค์อยู่ด้านตะวันออก โดยมีด้านเปิดให้แสงอาทิตย์เข้าไปเพียงด้านเดียว ให้แสงสาดตรงที่ ณ ตำแหน่งของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในปราสาทซึ่งแสดงถึงศาสตร์แห่งสุริยปฏิทินของขอมโบราณ อย่างไรก็ดี ยังไม่มีผู้ใดทราบถึงสาเหตุที่ว่าเหตุใดปราสาทหินภูเพ็กแห่งนี้ จึงสร้างไม่เสร็จ

 

UNSEEN แหล่งเที่ยว ประเพณี วัฒนธรรม และวิถีชีวิต

 

  งานบวชนาคช้างเดือน 6 บ้านตากลาง จังหวัดสุรินทร์

ชุมชนชาวกูยเลี้ยงช้าง และหมู่บ้านช้าง บ้านตากลาง ตำบลกระโพ อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ มีวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม จารีต ประเพณี ที่มีเอกลักษณ์อันโดดเด่นทั้งในด้านภาษาพูดความเป็นอยู่ร่วมกันระหว่างคนกับช้าง ภูมิปัญญาชาวบ้าน ยึดถือการเคารพช้างว่าเท่ากับการเคารพศาลปะกำและการเคารพศาลปะกำก็เท่ากับเคารพบรรพบุรุษ คนและช้างเปรียบเสมือนสมาชิกในครอบครัวที่มีความผูกพันกันอย่างแนบสนิท

ตามฐานะอายุของช้างและคน ถ้าช้างมีอายุมากก็เปรียบช้าง เสมือน พ่อ-แม่-ปู-ย่า-ตา-ยาย ถ้าช้างมีอายุน้อยก็เปรียบช้างเสมือนลูก-หลาน ตามธรรมเนียมชาวกูยเลี้ยงช้างจะไม่รับประทานเนื้อช้างโดยเด็ดขาด เพราะช้างคือสัตว์คู่บ้านคู่เมือง คู่พระพุทธศาสนา มีคุณค่าต่อชาวโลกด้านวัฒนธรรมประเพณีมาทุกยุคทุกสมัย

ในวันขึ้น 13, 14 และ 15 ค่ำเดือน 6 (ประมาณกลางเดือนพฤษภาคม) ของทุกปี บุตรหลานชายอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ ที่มีจิตศรัทธาจะเข้าบรรพชาอุปสมบทในวันดังกล่าว พร้อม ๆ กันครั้งเดียว ทุกครัวเรือนในเขตรัศมีวัดจะร่วมกันเป็นเจ้าภาพโดยไม่จำเพาะเจาะจงว่าเป็นบุตรหลานของใคร ผู้ใดมีช้างก็ให้นำมาร่วมขบวนแห่ ชาวกูยนิยมให้บุตรหลานบรรพชาอุปสมบทในวันเพ็ญเดือน 6 ซึ่งเป็นวันคล้ายวันที่พระพุทธเจ้าทรง ประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพาน และเชื่อถือว่าหากได้นั่งช้างแห่นาคด้วยแล้วจะได้อานิสงส์มหาศาล โดยจะแห่นาคไปที่วังทะลุ และทำการบรรพชาอุปสมบท ณ จุดนั้น ซึ่งเป็นวังน้ำวนที่เกิดจากการไหลมาบรรจบกันของแม่น้ำสองสาย คือ แม่น้ำชีและแม่น้ำมูล ทำให้เกิดดินดอน หรือเนินดินขึ้นตรงกลาง มีแม่น้ำล้อมรอบ ชาวบ้านเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า "สิมน้ำ" และเนื่องจากเป็นบริเวณที่จัดอุปสมบทหมู่ จึงเรียกกันในอีกชื่อหนึ่งว่า "ดอนบวช" ทั้งนี้ เป็นผลจากความเชื่อว่าผู้ใดได้บูชาด้วยการปฏิบัติตามผู้นั้นชื่อว่า ได้เห็นพระพุทธเจ้า ซึ่งตามพุทธประวัติ ตอนเป็นเจ้าชายสิทธัตถะก่อนอุปสมบท พระองค์ได้ทรงม้ากัณฑกะโดยมีนายฉันนะตามเสด็จไปสู่แม่น้ำอโนมา ทรงปลงผมและผนวช ณ ที่ริมแม่น้ำอโนมา

ในปัจจุบัน ชาวกูย จะตั้งขบวนช้างแห่ไปยัง 'วังทะลุ' และควาญช้างจะนำช้างลงอาบน้ำให้ร่างกายสะอาด เพื่อเตรียมเข้าพิธีบวชช้าง ซึ่งจะทำก่อนบวชนาคที่วัด พิธีบวชช้างจะกระทำที่ศาลปะกำ สถานศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านนับถือ โดยมีหมอเฒ่าหรือปะกำหลวงเป็นผู้ประกอบพิธีบวชให้ช้าง จากนั้นขบวนช้างและชาวกูยจะแห่นาคไปยังพัทธสีมา เพื่อบรรพชาอุปสมบทนาคให้เป็นภิกษุในพระพุทธศาสนาต่อไป

 

หาดทรายทองแห่งลำน้ำโขง นครพนม

หาดทราบทองแห่งลำน้ำโขง แม่โขง มหานทีที่กำเนินจากแดนหลังคาโลก เดินทางยาวไกลให้ชิวิต และเรื่องราวหลากหลายในวิถีแห่งสายน้ำท่วมท้นล้นฝั่งไหลหลั่งรุนแรงยามฤดูฝน ใครจะเชื่อว่าคราเมื่อฤดูแล้งสายน้ำหลากไหลจะลดลง จนเกิดหาดทรายมากมายสองฝั่ง หนึ่งเดียวในนั้น หาดทรายทองศรีโคตรบูรณ์ งดงามด้วยลอนทรายมากมายคล้ายอยู่ริมทะเล

 

นครพนม เป็นจังหวัดหนึ่งที่อยู่ติดชายแดงฝั่งลำน้ำโขง มีพระธาตุพนมเป็นสัญลักษณ์ ของจังหวัด และพระธาตุท่าอุเทน พระธาตุมหาชัย เป็นที่เคารพของคนนครพนม นอกจากนี้ยังเป็นที่อยู่อาศัยของคนเผ่าภูไท เรณูนคร ที่รักษาขนบธรรมเนียมประเพณีดั่งเดิมของตนเองไว้อย่างน่าดู มีอุทยานแห่งชาติภูลังกา  น้ำตกตาดขามเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ  และมีลำน้ำโขงหน้านครพนม ยามฤดูแล้ง 

จะปรากฎสันทรายสวยงามคือ หาดทรายทองศรีโคตรบูรณ์

 

ที่มา : http://thai.tourismthailand.org/

          http://www.ezytrip.com/unseen/index.php

          http://www.unseentourthailand.com/

          http://www.toursabuy.com/unseenhome.asp

           http://www.isangate.com/

 

ข้อมูลจังหวัดต่างๆ ของภาคอีสาน  แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว ตามจังหวัด ดังนี้

จังหวัดกาฬสินธุ์                http://www.unseentourthailand.com/76/kalasin.pdf

จังหวัดขอนแก่น                 http://www.unseentourthailand.com/76/khonkaen.pdf

จังหวัดชัยภูมิ                       http://www.unseentourthailand.com/76/chaiyaphum.pdf

จังหวัดนครพนม                http://www.unseentourthailand.com/76/nakhonphanom.pdf

จังหวัดนครราชสีมา          http://www.unseentourthailand.com/76/nakhonrachasima.pdf

จังหวัดบุรีรัมย์                     http://www.unseentourthailand.com/76/burirum.pdf

จังหวัดมหาสารคาม          http://www.unseentourthailand.com/76/mahasarakham.pdf

จังหวัดมุกดาหาร                http://www.unseentourthailand.com/76/mukdahan.pdf

จังหวัดยโสธร                      http://www.unseentourthailand.com/76/yasothon.pdf

จังหวัดร้อยเอ็ด                   http://www.unseentourthailand.com/76/roiet.pdf

จังหวัดเลย                           http://www.unseentourthailand.com/76/loei.pdf

จังหวัดศรีสะเกษ                http://www.unseentourthailand.com/76/sisaket.pdf

จังหวัดสกลนคร                 http://www.unseentourthailand.com/76/sakonnakhon.pdf

จังหวัดสุรินทร์                    http://www.unseentourthailand.com/76/surin.pdf

จังหวัดหนองคาย               http://www.unseentourthailand.com/76/nongkhai.pdf

จังหวัดหนองบัวลำภู         http://www.unseentourthailand.com/76/nognbualamphu.pdf

จังหวัดอำนาจเจริญ           http://www.unseentourthailand.com/76/amnatcharoen.pdf

จังหวัดอุดรธานี                  http://www.unseentourthailand.com/76/udonthani.pdf

จังหวัดอุบลราชธานี          http://www.unseentourthailand.com/76/ubonratchathani.pdf




รายการท่องเที่ยว ในประเทศ ภาคอีสาน




Copyright © 2010 All Rights Reserved.
แก้ไขปรับปรุงข้อมูลล่าสุด เดือน กรกฎาคม 2557 รับรองความถูกต้องของข้อมูลโดย Admin
บ.ลายไทย ทรานสปอร์ต แอนด์ แทรเวล จำกัด
เลขที่ 22/20 ม.15 ถ. จรัญสนิทวงศ์ 35 แขวงบางพรม เขตตลิ่งชัน กรุงเทพ 10170
โทร. 02-8878802, 02-8878803 และ 02-8879680 แฟกซ์ 02-8877818
Email : info@linethaitravel.com