ปราสาทเมืองต่ำ จังหวัดบุรีรัมย์
อัศจรรย์ลวดลายบนเหลี่ยมหิน วิจิตรศิลป์แห่งศิลปะขอม
ณ ที่ราบอีกฟากเชิงเขาพนมรุ้ง แดดอุ่นนวลทาบไล้ลวดลายจำหลักบนหินทรายอันวิจิตรตระการตาของปราสาทเมืองต่ำ ยิ่งสร้างเสน่ห์และทำให้ปราสาทหลังนี้มากไปด้วยเรื่องราว ความงดงามของลวดลายสลักเสลาที่คงเหลืออยู่อย่างสมบูรณ์ที่สุด ทำให้ทุกสัดส่วนของปราสาทเมืองต่ำเป็นเสมือนบทบันทึกความรู้ของศิลปะขอมอันน่าศึกษาและใส่ใจตั้งอยู่ในบริเวณบ้านโคกเมือง ตำบลจรเข้มาก อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ อยู่ห่างจากตัวจังหวัดไปทาง ทิศใต้เป็นระยะทางประมาณ 64 กิโลเมตร กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานในราชกิจจานุเบกษา พ.ศ. 2478 และได้เข้ามาทำการบูรณะเมื่อ พ.ศ. 2531 แล้วเสร็จใน พ.ศ. 2539 ทำพิธีเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2540 โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จเป็นองค์ประธาน และปัจจุบันอยู่ในความดูแลของสำนักอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง ปราสาทหินเมืองต่ำเป็นศาสนสถานในศาสนาฮินดู ศิลปะขอมโบราณ สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในพุทธศตวรรษที่ 16-17 มีลักษณะเป็นกลุ่มปราสาทอิฐ 5 องค์ ตั้งอยู่บนศิลาแลงอันเดียวกัน เรียงเป็น 2 แถวตามแนวทิศเหนือใต้ แถวหน้า 3 องค์ องค์กลางมีขนาดใหญ่กว่าปรางค์อื่น ส่วนแถวหลังมีปรางค์อิฐจำนวน 2 องค์ วางตำแหน่งให้อยู่ระหว่างช่อง ของปรางค์ 3 องค์ ในแถวแรก ทำให้สามารถมองเห็นปรางค์ทั้ง 5 องค์ พร้อมกันโดยไม่มีองค์หนึ่งมาบดบัง ซึ่งเป็นรูปแบบที่แตกต่างจากปราสาทแห่งอื่นๆ ที่จะมีปรางค์องค์ใหญ่ตรงกลางและล้อมรอบด้วยปรางค์ขนาดเล็กกว่าทั้ง 4 มุม ปรางค์ประธาน ปัจจุบันมีสภาพให้เห็นเฉพาะฐานเท่านั้น โดยมีผนังเป็นรูป สี่เหลี่ยมจัตุรัสย่อมุมขนาด 7 x 7 เมตร โครงสร้าง โดยรวมนั้นมีลักษณะ เหมือนกับปรางค์บริวารทั้ง 4 องค์ จะต่างกันก็เพียงแต่ปรางค์ประธานมีมุขหน้า ส่วนปรางค์บริวารไม่มี ปรางค์ประธานจะหันหน้าไปทางทิศตะวันออก และเป็นด้านที่มีประตูเข้าสู่ภายในองค์ปรางค์เพียงด้านเดียว ส่วนที่เหลืออีก 3 ด้าน คือ ทิศเหนือ ทิศใต้ และทิศตะวันตกนั้น ทำเป็นรูปประตูหลอก จากการขุดค้นเพื่อทำการบูรณะปราสาทเมืองต่ำของกรมศิลปากร ได้ขุดพบหน้าบันและทับหลังของมุขปราสาทปรางค์ประธานทำจากหินทราย หน้าบันจำหลักเป็นรูปพระอินทร์ประทับนั่งในท่ามหาราชลีลาสนะ คือ นั่งชันเข่าขวาขึ้น ขาซ้ายพับ เหนือช้างเอราวัณสามเศียรในซุ้มเรือนแก้วอยู่บน หน้ากาล ลักษณะของซุ้มหน้าบันนี้ เป็นศิลปะเขมรแบบบาปวน มีอายุราวครึ่งหลังพุทธศตวรรษที่ 16 ปราสาททั้ง 5 จะล้อมรอบด้วยระเบียงคดซึ่งมีทับหลังและซุ้มประตูแกะสลักด้วยหินทรายอย่างงดงาม มีสระน้ำ หรือบาราย กรุด้วยศิลาแลง ทั้ง 4 ทิศ มุมสระมีพญานาคหินทราย 5 เศียร ทอดตัวยาวรอบขอบสระน้ำ ชั้นนอกปราสาทมีกำแพงศิลาแลงอีกชั้น
ปราสาทหินพนมรุ้ง บุรีรัมย์

ปราสาทหินพนมรุ้ง สถาปัตยกรรมอันเลื่องชื่อบนเส้นทางสายปราสาทหิน ตั้งตระหง่านผ่านวันเวลามา
เนิ่นนาน งดงาม อ่อนช้อย แข็งแรงทรงพลัง สัมผัสได้ถึงความรุ่งเรืองในครั้งอดีตกาล ใครจะเชื่อว่า ปราสาทหินแห่งนี้ตั้งอยู่เหนือปากปล่องภูเขาไฟ และในวันเวลา เดียวของปีคือวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 5 แสงอาทิตย์จะทำมุมลอดทะลุประตู ทั้ง 15 บานของปราสาทได้อย่างพอดี
ปราสาทหินพนมรุ้ง
ตั้งอยู่ในจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นเทวสถานของศาสนาฮินดู ลัทธิไศวนิกาย ตัวปราสาทสร้างอยู่บนยอดภูเขาไฟที่ดับสนิทแล้ว คำว่า พนมรุ้ง
ในภาษาเขมรหมายถึง ภูเขาใหญ่ แสดงถึงความอลังการของภูเขาไฟลูกนี้ ได้เป็นอย่างดี ปราสาทหินพนมรุ้งประกอบด้วยหมู่อาคารต่าง ๆ ตั้งเรียงรายจากลาดเขาทางขึ้น ต่อเนื่องขึ้นไปจนถึงองค์ปรางค์ประธานบนยอด เปรียบได้ดั่งวิมาน ที่ประทับของพระศิวะ ส่วนทางเดินขึ้นทอดไปสู่สะพานนาคราช คล้ายดั่งจุดเชื่อมโยง โลกมนุษย์กับแดนสวรรค์ นับเป็นโบราณสถานฝีมือชั้นเลิศชิ้นหนึ่งที่แสดงถึง ความเจริญรุ่งเรืองในครั้งอดีตของอาณาจักรขอมโบราณ
วันเวลาที่แนะนำ
สามารถชมความมหัศจรรย์ของแสงอาทิตย์ส่องทะลุซุ้มประตู 15 บาน พร้อมกันได้ในช่วงเดือน เมษายน เวลาประมาณ 06.30 ถึง 7.30 น. ในวันขึ้น 15 ค่ำ ในส่วนของการเยี่ยมชมปราสาทหินพนมรุ้ง เปิดให้ชมทุกวันตามเวลาราชการ
เมเปิ้ลแดงในป่าปิด
ภูกระดึง ภูอีสานตำนานแห่งการเดินทางของผู้คน เหลี่ยมผา ทุ่งหญ้า ป่าสนบนภูสูง คือมนต์เสน่ห์อันเป็นนิรันดร์ หากแต่ในวันฤดูหนาวที่อุณหภูมิเย็นเยียบ ใครจะเชื่อว่า ในผืนป่าปิดด้านเหนือ เมเปิ้ลกำลังผลัดใบเปลี่ยนสีแดงฉาน เล่าขานว่าเมืองไทยก็มีพันธุ์ไม้ชนิดนี้สวยงามไม่แพ้เมืองนอก
ภูกระดึง เป็นขุนเขามหัศจรรย์แห่งเมืองเลย ด้วยสัณฐานหินทรายที่มียอดตัดเรียบ เกิดพื้นที่ราบกว้างใหญ่ 37,500 ไร่ อุดมไปด้วยทุ่งหญ้าในป่าสน มีหน้าผาที่สวยงาม หลายแห่งเช่น ผานกแอ่น ผาหมากดูก และผาหล่มสัก ที่เปรียบเสมือนสัญลักษณ์อย่างหนึ่ง ของภูกระดึง นอกจากนี้บนยอดภูกระดึงยังมีทุ่งดอกไม้ ป่าดิบ และป่าเบญจพรรณ การเดินทาง ท่องเที่ยวสะดวกสบาย มีที่กินที่พักพรั่งพร้อม ท่ามกลางบรรยากาศหนาวเย็น บนภูกระดึง มีพรรณไม้งดงามแปลกตาอยู่หลายชนิด ทั้งกุหลาบป่าสีแดง กุหลาบป่าสีขาว และเมเปิ้ลแดง ในป่าปิดอันลึกลับ เป็นภูผาแห่งตำนานการท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมไม่เสื่อมคลาย
วันเวลาที่แนะนำ ชมเมเปิ้ลผลัดใบสีแดงสดตามริมธารน้ำใหญ่ป่าปิดได้ระหว่างฤดูหนาว ช่วงเดือนพฤศจิกายน ธันวาคม เหมาะสำหรับผู้ที่รักการผจญภัยเท่านั้น
ภาพเขียนก่อนประวัติศาสตร์ผาแต้ม
ผาแต้ม เพิงผาซึ่งทอดตัวยาวเหยียดเคียงคู่แม่น้ำโขงมาแต่ครั้งบรรพกาล ผ่านพ้นวันเวลา มากว่า 3000 ปี มีเรื่องราวจารึกเล่าขาน จานไว้ว่าเป็นเพิงผาถิ่นอาศัยเก่าแก่ของมนุษย์ ก่อนประวัติศาสตร์ใครจะเชื่อว่าใต้เพิงผาแห่งนี้ มีภาพเขียนฝาผนังครั้งโบราณ ที่ยาวที่สุดในโลกซ่อนอยู่
ผาแต้ม
ผาแต้ม ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติผาแต้ม อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี ผาแต้มมีชื่อเสียงโด่งดัง เพราะปรากฏการเขียนสีอายุเก่าแก่กว่า 2,000 ปี มากถึง 300 ภาพ มีทั้งภาพสัตว์ สัญลักษณ์ข้าวของเครื่องใช้ของมนุษย์ ส่วนแหล่งท่องเที่ยวในบริเวณใกล้เคียงที่น่าเที่ยวชม เช่น เสาเฉลียง ตั้งอยู่ก่อนถึงผาแต้มประมาณ 2 กิโลเมตร มีลักษณะเป็นเสาหินธรรมชาติสวยงามซ้อนกันอยู่ตามธรรมชาติ น้ำตกสร้อยสวรรค์ น้ำตกแสงจันทร์ น้ำตกทุ่งนาเมือง ป่าดงนากาม มีสภาพเป็นป่าม้และภูผาหินหลากรูปลักษณ์พิษดารไม่าว่าจะเป็นเสาหินเฉลียงคู่ ผาหินแตก หินโยก ลายหินพลาญถ้ำไฮ ฯลฯ เหมาะเป็นจุดชมทะเลหมอกริมโขง และป่าเปลี่ยนสีในหนาแล้ง
วันเวลาที่แนะนำ ท่องเที่ยวได้ตลอดปี
การเดินทาง เริ่มจากอำเภอโขงเจียมใช้เส้นทาง 2134 ต่อด้วย 2112 แล้วแยกขวาไปผาแต้มอีกเพียง 5 กิโลเมตร
UNSEEN แหล่งเที่ยวแนวผจญภัย

ผจญภัยในสวนหินผางาม จังหวัดเลย
เที่ยวไปในเขาวงกต หนึ่งในความอัศจรรย์ของขุนเขาเมืองเลย
แนวผาหินปูนสูงใหญ่แลดูเป็นสง่า ทอดตัวเป็นแนวยาว โดดเด่นท่ามกลางทุ่งหญ้าเขียวขจี พื้นที่บริเวณนี้คือที่ตั้งของสวนหินผางามเมืองเลย ภายในมีเส้นทางเดินสลับซับซ้อน บางช่วงดูลึกลับตื่นเต้นคล้ายกับผจญภัยอยู่ในเขาวงกต บางช่วงต้องปีนป่ายเพิงหิน หรืออาจต้องมุดลอดโพรงถ้ำ นอกจากนี้ตลอดเส้นทางยังมีโอกาสพบเห็นต้นไม้หายาก และต้นไม้ยักษ์ อย่างปรงเขาที่มีอายุ
หลายร้อยปีสวนหินแห่งนี้ ตั้งอยู่ที่บ้านผางาม หมู่ 10 ตำบลปวนพุ กิ่งอำเภอหนองหิน แยกจากทางหลวงสายเมืองเลยชุมแพ ช่วงระหว่างอำเภอวังสะพุงกับภูกระดึง เข้าไปทางทิศตะวันตกตามถนนลาดยางตลอดสาย ผ่านหมู่บ้านต่างๆ ประมาณ 15 กม. จะมีป้ายบอกทางตลอดทางจนถึงบริเวณทุ่งหญ้าพื้นที่กว้างพอสมควร มีภูเขาแท่งหินปูน ซึ่งเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ อยู่กระจายเป็นลูกๆ ใหญ่บ้างเล็กบ้าง สลับกันไป บางลูกก็สามารถเดินผ่านทะลุได้ จะมีชื่อเรียกต่างๆกันตามลักษณะรูปร่างที่ปรากฎ เช่น หินไดโนเสาร์ หน้าผาท้อแท้ ซุ้มคารวะ ถ้ำอรทัย เขาวงกต เจดีย์หิน กรอบรูปธรรมชาติ กำแพงเมืองจีน ประตูโขง หินมงกุฎ สวนหิน ซุ้มนรก รูรันตู(รูตัน) มีต้นไม้นานาพันธ์ขึ้นแซม ซึ่งพบต้นไม้หายากและต้นไม้ยักษ์อย่างปรงเขาที่มีอายุหลายร้อยปี จึงมีชื่อเรียกอีกชื่อว่าคุนมิงเมืองเลย สันนิษฐานกันว่าในอดีตเคยเป็นพื้นของท้องทะเลมาก่อน และมีอายุมากว่า 225 ล้านปี ภายในมีทางเดินสลับซับซ้อน บางช่วงดูลึกลับน่าตื่นเต้นคล้ายกับผจญภัยอยู่ในเขาวงกต บางช่วงต้องปีนป่ายเพิงหิน หรืออาจต้องมุดลอดโพรงถ้ำ
ในบริเวณ มีสถานีบริการนักท่องเที่ยว ที่จอดรถ ห้องน้ำ ร้านขายของที่ระลึก และร้านอาหารให้บริการแก่นักท่องเที่ยว ที่สถานีบริการนักท่องเที่ยวมีบริการนำทางและให้คำบรรยาย ค่าบริการเพียง 100 บาทต่อนักท่องเที่ยวหนึ่งคณะ มีจุดชมวิวเพื่อถ่ายภาพยอดเขาคุนหมิงเมืองเลยไว้เป็นที่ระลึก หลังจากนั้นเดินลงบันไดทางด้านหลังเขา ซึ่งเป็นบริเวณที่ตั้งของร้านค้า ฝั่งตรงข้ามจะปากทางเข้าถ้ำลอด ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นการเดินท่องเที่ยวศึกษา
ธรรมชาติอีกเส้นทางหนึ่ง ซึ่งมีสถานที่น่าสนใจหลายแห่ง ได้แก่ อุโมงค์ลานเพลิน 7 สี ป่าเฟิร์นที่บรรยากาศร่มรื่นเย็นสบาย หินยาย หินตา ซึ่งตั้งชื่อตามลักษณะที่ปรากฏอีกเช่นกัน
แนวผาหินปูนสูงใหญ่แลดูเป็นสง่า ทอดตัวเป็นแนวยาว โดดเด่นท่ามกลางทุ่งหญ้าเขียวขจี พื้นที่บริเวณนี้คือที่ตั้งของสวนหินผางามเมืองเลย หรือที่รู้จักกันในชื่อคุนหมิงเมืองเลย ภายในมีเส้นทางเดินสลับซับซ้อน บางช่วงดูลึกลับตื่นเต้น คล้ายกับผจญภัยอยู่ในเข้าวงกต บางช่วงต้องปีนป่ายเพิงหิน หรืออาจต้องมุดลอดโพรงถ้ำ นอกจากนี้ตลอดเส้นทางยังมีโอกาสพบเห็นต้นไม้หายาก และต้นไม้ยักษ์อย่างปรงเขา ที่มีอายุหลายร้อยปี
กระทิงเขาแผงม้า อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ นครราชสีมา

กระทิงเขาแผงม้า กระทิงสัตว์ในตระกูลวัวป่าขนาดใหญ่ ที่ใกล้วสูญพันธุ์ อาศัยอยู่ในดงทึบตอนกลางวัน และออกหากินในถิ่นทุ่งหญ้าระบัดยามเย็น จัดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองซึ่งยากที่จะพบเห็นได้ในธรรมชาติ ใครจะเชื่อว่าที่เขาแผงม้าปราจีนบุรี ยังพบกระทิงหากินตามธรรมชาติได้อย่างไม่น่าเชื่อ
อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่
ผืนป่าอันเปรียบเสมือนตำนานในอดีตแห่งดงพญาไฟ นับตั้งแต่ป่าดิบดงดำยังปกคลุมดินแดนอันเต็มไปด้วยเทือกเขาสลับซับซ้อน ดังปราการธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ของผู้คนบนที่ราบสูง วันนี้อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ยังคงความยิ่งใหญ่ในความงดงามทางะรรมชาติเป็นสถานที่พักผ่านหย่อนใจ ตลอดจนทำหน้าที่เป็นจุดเริ่มต้น ของคนเดินทาง เป็นผืนป่าอนุรักษ์เก่าแก่ที่ยังคงทำหน้าที่เป็นสื่อตัวแทนธรรมชาติซึ่งเพรียบพร้อมไปด้วยสถานที่ และกิจกรรมอันเปรียบเสมือน โรงเรียนธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่สมบูรณ์แบบ