ReadyPlanet.com
dot
dot
ใบอนุญาตนำเที่ยวเลขที่ 11/03347
dot
bulletบริษัท ลายไทย ทรานสปอร์ต แอนด์ แทรเวล จำกัด
dot
ติดต่อสอบถาม จองทัวร์ โทร. 02-8878802 , 02-8878803 และ 02-8879680
dot
bulletHome Page หน้าแรก
bulletด่วน......สมัคร สมาชิก ลายไทย ออนไลน์ รับส่วนลด และ สิทธิพิเศษ มากมาย
dot
รายการท่องเที่ยว ในและต่างประเทศ
dot
bulletท่องเที่ยว ในประเทศ
bulletท่องเที่ยว ต่างประเทศ
bulletโปรโมชั่น ตั๋วเครื่องบิน ในประเทศ จากการบินไทย
bullet โปรโมชั่น ตั๋วต่างประเทศ
bulletโปรโมชั่น ตั๋วกรุ๊ป 10 ท่านขึ้นไป
dot
ขั้นตอน การใช้บริการ
dot
bulletวิธีการชำระเงิน
bulletวิธีการจอง บริการต่าง ๆ
dot
สิ่งที่ควรรู้ ก่อนเดินทางท่องเที่ยว
dot
bulletมือใหม่ นั่งเครื่องบิน
bulletอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา
bulletสภาพอากาศ ทั่วโลก
bulletสภาพอากาศ ทั่วไทย
bulletแผนที่ ทั่วไทย
bulletลิ้งค์ สำหรับนักท่องเที่ยว
bulletสถานทูตต่างประเทศ ในไทย
bulletเวลาทั่วโลก
bulletข้อมูล สายการบิน
bulletข่าวจากหนังสือพิมพ์
bulletประเทศ ที่ต้องขอวีซ่า
bulletประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่า
bulletตรวจสอบเวลาเครื่องบิน ขึ้น-ลง
bulletมีอะไรใน...สนามบินสุวรรณภูมิ
bulletสัญลักษณ์แปลกตา หน้าห้องน้ำ
dot
What's new
dot
bulletคำถามที่พบบ่อย
bulletSpecial Guest
bulletรู้ไว้ใช่ว่า เรื่องน่าสนใจทั่วโลก
dot
ชมภาพการเดินทางของลูกค้า
dot
bulletภาพลูกค้า ล่องเรือแม่น้ำเจ้าพระยา
bulletผู้บริหารระดับสูงจาก กระทรวงพลังงาน-ปตท.-ปตท.สผ.-กฟผ.-เอกซอน-HESS สัมมนาวิชาการที่ ประเทศลาว
bulletรวมภาพ ทริปลูกค้าลายไทย
dot
สื่อจากใจ ลายไทย เพื่อ คุณ
dot
bulletรายการแลกของรางวัล
bulletลายไทยนิวส์ ฉบับที่ 55/2557
bulletแผนที่ บ.ลายไทย


ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว บ.ลายไทย ทรานสปอร์ต แอนด์ แทรเวล

 

 



ทัวร์ทิเบต หลังคาโลก ที่ราบสูงชิงไห่ สัมผัสบรรยากาศการนั่งรถไฟท่องเที่ยว 8 วัน by TG ( TI1201 )

 

สนใจติดต่อบริษัท ลายไทย ทรานสปอร์ต แอนด์ แทรเวล จำกัด โทร : 0 2887 8802-3, 0 2887 9680

ทัวร์ ทิเบต หลังคาโลก ที่ราบสูงชิงไห่ สัมผัสบรรยากาศการนั่งรถไฟท่องเที่ยว 8 วัน (TG)

ทิเบต..หลังคาโลก ดินแดนแห่งกงล้อมนตราอันศักดิ์สิทธิ์

สัมผัสบรรยากาศการนั่งรถไฟท่องเที่ยวบนเส้นทางที่สูงที่สุดในโลก

ชมเทือกเขาคุนลุ้นและดินแดนที่ธรรมชาติสรรค์สร้างเสมือนแดนสวรรค์บนดิน

 

สำหรับทางรถไฟสายทิเบต-ชิงไห่ ซึ่งเป็นเส้นทางรถไฟบนที่ราบสูงที่สูงที่สุดและยาว 1,142 กิโลเมตร ได้วางรางแล้วเสร็จเมื่อเดือนตุลาคมปีที่ 2548 และจะเริ่มทดลองใช้ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2549 ที่ผ่านมาประสบความสำเร็จด้วยดี โดยเส้นทางดังกล่าวเริ่มต้น จากเมืองซีหนิง (เมืองเอกมณฑลชิงไห่) ถึงเมืองลาซา (เมืองเอกเขตปกครองตนเองทิเบต) โดยส่วนหนึ่งของเส้นทางที่มีความยาวราว 960 กิโลเมตรได้สร้างอยู่บนความสูงมากกว่า 4,000 เมตรจนถึงสูงสุด 5,072 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ทำลายสถิติเส้นทางรถไฟที่สูงที่สุดในเปรู มาเป็นเส้นทางที่สูงที่สุดในโลก ที่ส่วนใหญ่เป็นเขตที่ไม่มีผู้คนอาศัยและอากาศหนาวเย็น

ขอเสนอโปรแกรมทิเบต-รถไฟ สำหรับผู้ที่รักการเดินทางกับเส้นทางที่ท้าทายสู่ดินแดนที่ชาติตะวันตกและรัสเซียเคยแข่งขันกันเข้าไปสำรวจ ท้ายที่สุดก็พบเพียงว่าดินแดนลึกลับแห่งนี้มีเพียงศาสนาเท่านั้นที่ดูมีค่ามากที่สุดสำหรับชาวทิเบต

 

 

โปรแกรมนี้ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่เป็นโรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง หอบหืด

กำหนดการเดินทาง    :    22 – 29 เมษายน // 20 – 27 พฤษภาคม // 2 – 9 กันยายน 2558

1) วันแรกของการเดินทาง  :               กรุงเทพ – เฉิงตู – เมืองโบราณหวงหลงซี

 

07.30 น.          คณะพร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 ประตู 2 เคาน์เตอร์ D สายการบินไทย โดยมีเจ้าหน้าที่และหัวหน้าทัวร์ของบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกก่อนการเดินทาง

10.15 น.          เหินฟ้าสู่ เมืองเฉิงตู ประเทศจีน โดยเที่ยวบินที่ TG618 (1015-1425) (อาหารกลางวันบนเครื่องบิน)

14.25            เดินทางถึง สนามบินนานาชาติเฉิงตูชวงหลิว เมืองเฉิงตู เมืองหลวงของมณฑลเสฉวน

                         หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรแล้ว นำท่านเดินทางไปชม เมืองโบราณหวงหลงซี เมืองเก่าแก่ที่รัฐบาลจีนใช้เงินลงทุนเพื่อการอนุรักษ์และปรับปรุงพื้นที่กว่า 300 ล้านหยวน สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์หมิง ตั้งอยู่ริมแม่น้ำหวงหลง ปัจจุบันอาคารบ้านเรือน โรงน้ำชา และวัดเก่ายังคงรักษาไว้ตามรูปแบบดั้งเดิม ที่นี่ได้ถูกพัฒนาถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของเฉิงตู และเป็นสถานที่ในการถ่ายทำภาพยนตร์ของจีนอีกด้วย เดินทางกลับเข้าไปในตัวเมืองเฉิงตู

ค่ำ                     รับประทานอาหารค่ำ (1)

                         จากนั้นนำท่านชมการแสดงโชว์ที่มีชื่อเสียงของชาวเฉิงตู “โชว์เปลี่ยนหน้ากาก” คณะที่ดีที่สุดในเฉิงตู ซึ่งในอดีตการแสดงเปลี่ยนหน้ากากนี้เป็นการแสดงที่ถูกถ่ายทอดเคล็ดลับให้เฉพาะในวงตระกูลเท่านั้น

                         เข้าพักที่โรงแรม Homeland hotel 5* หรือระดับเทียบเท่า

 

2) วันที่สองของการเดินทาง :              เฉิงตู – ซีหนิง – วัดถ่าเอ๋อร์ – ขึ้นรถไฟ

 

เช้าตรู่               รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม (2)

                          นำท่านเดินทางสู่ สนามบินเฉิงตู อาคารโดยสารภายในประเทศ เพื่อเดินทางไปยังเมืองซีหนิง

07.35 น.          เหินฟ้าสู่ เมืองซีหนิง โดยสายการบินแอร์ไชน่า CA4205 (07.35-09.15)

09.15 น.          เดินทางถึง เมืองซีหนิง

ซีหนิง อยู่ในเขตเชื่อมต่อระหว่างที่ราบสูงหวงถู่ (ที่ราบสูงดินเหลือง) กับที่ราบสูงชิงจั้ง (ที่ราบสูงชิงไห่-ทิเบต) ระหว่างเขตการเกษตรกับเขตปศุสัตว์ และระหว่างวัฒนธรรมฮั่นกับวัฒนธรรมทิเบต เป็นเมืองศูนย์กลางเพียงแห่งเดียวในที่ราบสูงชิงไห่-ทิเบตที่มีจำนวนประชากร เกินกว่า 1 ล้านคน ซึ่งประกอบด้วย 34 ชนเผ่า เช่น ชนเผ่าฮั่น หุย ทิเบต ถู่ มองโกล และซ่าลา ฯลฯ ขณะเดียวกัน ซีหนิงเป็นจุดที่ต้องแวะผ่านใน "เส้นทางสายไหม" โบราณทางตอนใต้ และ "เส้นทางโบราณซีอาน-ทิเบต" นับตั้งแต่สมัยราชวงศ์ถัง (ค.ศ. 618-907) ของจีนเป็นต้นมา ซีหนิงเป็นเส้นทางคมนาคมสายสำคัญและเป็นเมืองสำคัญทางการทหารในภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีนจนได้รับสมญานามว่าเป็น "ชัยภูมิระหว่างชิงไห่กับทิเบต" นำท่านไปชม วัดถ่าเอ๋อร์ ซึ่งเป็นบ้านเกิดขององค์จงคาปา ผู้ก่อตั้งนิกายหมวกเหลือง ที่ได้รับความนิยมและแพร่หลายดินแดนแถบเทือกเขาหิมาลัยและในทิเบตปัจจุบัน รับทราบเรื่องราวของผู้ก่อตั้งนิกายเป็นพื้นฐานก่อนเข้าสู่แดนพระพุทธศาสนาแห่งหลังคาโลก

กลางวัน           รับประทานอาหารกลางวัน (3)

บ่าย                  เดินทางสู่โรงแรมเพื่อพักผ่อนและอาบน้ำ เพื่อเตรียมตัวเช็คอินขึ้นรถไฟสายประวัติศาสตร์ เป็นรถไฟสายที่สูงที่สุดในโลก ทำลายสถิติรถไฟในเปรู ด้วยความสูง 5,072 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล สูงกว่าเปรู 255 เมตร

14.04 .          เดินทางถึงสถานีรถไฟ

15.04 น.          นำท่านขึ้นรถไฟขบวน K9801 มุ่งหน้าสู่ กรุงลาซา ดินแดนหลังคาโลกอันศักดิ์สิทธิ์ของชาวพุทธมหายาน

                         พักผ่อนบนรถไฟ

                         ขบวนรถไฟแล่นออกนอกเมืองซีหนิง ผ่านทะเลสาบชิงไห่ ทะเลสาบชิงไห่ (Qinghai Lake) เป็นทะเลสาบน้ำเค็มใหญ่ที่สุดของประเทศจีน อยู่ในมณฑลชิงไห่ สหประชาชาติจัดให้เป็น "พื้นที่ชุ่มน้ำแหล่งสำคัญของโลก" มีจุดเด่นคือ มีน้ำไหลเข้าอย่างเดียว โดยมีพื้นที่ทั้งหมด 4,500 ตารางกิโลเมตร อยู่เหนือระดับน้ำทะเล 3,196 เมตร มีความยาวจากตะวันตกถึงตะวันออก 106 กิโลเมตร และมีความกว้างจากเหนือถึงใต้ 63 กิโลเมตร น้ำลึกโดยเฉลี่ย 19 เมตร และลึกที่สุด 39 เมตร โดยมีภูเขาโอบล้อมอยู่ทุกทิศทาง (บนขบวนรถไฟมีอ่างล้างหน้า แปรงฟัน และน้ำอุ่นบริการตลอด 24 ชั่วโมง) ภายในตู้รถไฟมีเครื่องทำความร้อน หรือ ฮีตเตอร์ติดตั้ง และท่ออ๊อกซิเจน บริการตลอด 24 ชั่วโมง

 

3) วันที่สามของการเดินทาง               :     ที่ราบสูงชิงไห่ – เก๋อเอ๋อร์มู่  – เทือกเขาคุนลุ้น – ลาซา

 

00.16 น.          ขบวนรถไฟนำท่านเดินทางถึงสถานีเก๋อเอ๋อร์มู่ เมืองเก๋อเอ๋อร์ มู่เป็นไข่มุกดวงใหม่แห่งหลังคาโลก ห่างจากเมืองซีหนิง 800 กม. อยู่บนที่ราบสูงทิเบต-ชิงไห่และเชิงเขาคุนลุ้น เป็นเมืองที่มีพื้นที่ปกครองมากที่สุดของโลก และมีประวัติศาสตร์ยาวนานมากถึง 2,800 กว่าปี ตัวเมืองสร้างขึ้นในปี 1953 ตอนที่ทหารเหมาเจ๋อตุง สร้างทางหลวงเพื่อขนส่งสิงค้าให้เข้าทิเบตได้ง่ายขึ้น เป็นเมืองใหญ่อันดับสามของหลังคาโลก รองลงมาจากลาซาและซีหนิง

00.36 น.          ขบวนรถไฟเริ่มเคลื่อนออกจากสถานีเก๋อเอ๋อร์มู่

รถไฟออกจากเมืองเก๋อเอร์มู่ประมาณ 60 กม. ผ่านทะเลสาบเกลือฉา เออร์ ฮั่น เป็นทะเลสาบน้ำเกลือที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก มุ่งหน้าสู่ที่ราบสูงหลังคาโลก ก่อนขึ้นหลังคาโลกโปรดอย่ากังวลเรื่องอ๊อกซิเจน เพราะอยู่ในรถไฟที่ปิดมิดชิดมีระบบออกซิเจนทั้งในห้องพักบริเวณหัวเตียงและส่วนกลางตรงบริเวณทางเดิน หากท่านรู้สึกหายใจลำบาก บนรถไฟมีท่ออ๊อกซิเจนไว้บริการ
รถไฟผ่าน เขาหิมะยู่ จู (YU ZHU MTN (สูง 4,100 เมตร) เขาหิมะยู่ จูเป็นที่ตั้งของยอดเขาคุนลุ้นที่มีความสูงกว่าระดับน้ำทะเลถึง 6,178 เมตร แม้เดือนกรกฎาคม (หน้าร้อนสุดของจีน) ก็ยังมองเห็นปรากฏการณ์หลากหลายที่เปลี่ยนแปลงจากแสงแดดส่องหิมะและธารน้ำแข็งที่อยู่บนเขา เมื่อเข้าสู่หน้าร้อน น้ำแข็งกับหิมะละลายกลายเป็นแหล่งเกิดของน้ำพุคุนลุ้น และแม่น้ำเก๋อเอ๋อร์มู่ ในช่วงหน้าหนาวที่หลังคาโลกเต็มไปด้วยหิมะ แต่เขาหิมะยู่ จูจะ สวยงามกว่าใครเพื่อน จึงกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวดึงดูดสายตาของนักท่องเที่ยวทั่วโลก เทือกเขาคุนลุ้นแห่งนี้นับเป็นกระดูกสันหลังของภูเขาทั้งหลายของประเทศจีน รวมความยาว 2,400 กิโลเมตร กว้าง 70 กิโลเมตร มีความสูงเฉลี่ย 5,000 เมตร ยอดเขาสูงสุดสูงถึง 7,719 เมตรจากระดับน้ำทะเล ในนิทานโบราณจีนมักจะเรียกเป็นชีพจรมังกร เป็นต้นกำเนิดของลัทธิเต๋า ชาวจีนจึงนับให้เป็นแหล่งเกิดความศิวิไลกว่า 5,000 ปีของประเทศจีน รอดอุโมงค์คุนลุ้นซึ่งยาวถึง 1,684 เมตร สูงจากระดับน้ำทะเล 4,648 เมตร ช่วงหนาวสุดติดลบ 30 องศา เป็นอุโมงค์ที่ยาวสุดในเขตดินน้ำแข็ง

                         รถไฟวิ่งผ่าน สวนอนุรักษ์สัตว์เขอ เข่อ ซี ลี่ เป็นสวนอนุรักษ์สัตว์ป่าที่มีพื้นที่กว้างสุด มีระดับน้ำทะเลสูงสุดและมีจำนวนสัตว์ป่ามากที่สุดของจีน มีเนื้อที่ 8.3 ตร.กม. ระดับเหนือน้ำทะเล 4,800 เมตรขึ้นไป อากาศหนาวตลอดทั้งปี อุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปี -4 องศา หนาวสุด -40 องศา มีลมพัดแรงตลอดปี ( 30 เมตรต่อวินาที ) มีสภาพอากาศรุนแรงทำให้เป็นเขตไม่มีผู้คนพักอยู่อาศัยเลย เรียกว่าเป็นขั้วโลกแห่งที่สาม แต่กลับกลายเป็นสวนตามธรรมชาติที่อยู่ของสัตว์ชนิดต่างๆมากถึง 230 ชนิด เพื่อไม่เป็นการทำลายสิ่งแวดล้อมที่อยู่อาศัยของสัตว์ จำเป็นต้องสร้างสะพานลอยขึ้นเหนือพื้นดินเพื่อให้รถไฟวิ่งได้ อยู่ใต้สะพานซึ่งเป็นทุ่งหญ้าอันกว้างใหญ่แบบไร้ขอบเขตจำกัด รถไฟแล่นข้ามสะพานชิงสุยยาว 11.7 กิโลเมตร เพื่อข้ามแม่น้ำฉู่ หม่า เออร์ เป็นสะพานที่ยาวที่สุดของทางรถไฟสายยิ่งใหญ่แห่งนี้ ผ่าน หมู่บ้านอู่เพ้าเหลียง (WUPAOLIANG) สูง 4,700 เมตร ลอดอุโมงค์ลมไฟ เป็นอุโมงค์ที่มีระดับน้ำทะเลสูงสุดของโลก สูง 5,010 เมตร ยาว 1,338 เมตร พื้นดินของอุโมงค์ 80% เป็นดินน้ำแข็ง ใช้เวลา 10 เดือนสร้างเสร็จ มีนักวิชาการทั้งหมดสามรุ่นได้เก็บข้อมูล ณ ที่นี่นานถึง 73 ปี เพื่อเป็นข้อมูลศึกษาความเป็นไปได้ในการสร้างทางรถไฟเข้าสู่เมืองลาซา ชมทุ่งหญ้าบนเขาสูง ผ่านแม่น้ำโทงเทียน ซึ่งเป็นแม่น้ำลือชื่อสุดในเรื่องไซอิ๋ว ในฉากตอนที่พระถังซำจั๋งเดินทางไปเชิญพระไตรปิฎกจากอินเดียได้เดินทางผ่านที่นี่ พระไตรปิฎกโดนปลายักษ์กินไปหมด ต่อมาหลังจากได้พระไตรปิฎกคืนกลับมาแล้วจึงต้องนำมาตากแห้งบนสองฝั่งของแม่น้ำสายนี้ เป็นแม่น้ำสายต้นกำเนิดและแม่น้ำแยงซีเกียง  เขาถังกู่ล่า อันยิ่งใหญ่มโหฬาร ชมกลาเซียเจียงเกินตี๋หรู อยู่บนเขาเก๋อราตันตุงยาว 14 กิโลเมตร กว้าง 2 กิโลเมตร ซึ่งเป็นธารน้ำแข็งใหญ่

08.53 - 08.55 น. ขบวนรถไฟจอด สถานีอัมโด (Amdo Station)

อิสระอาหารเช้าบนรถไฟ

                         รถไฟจะแล่นช้าๆให้ท่านชม วิวช่องเขาถังกู่ล่า สูง 5,072 เมตร ซึ่งเป็นประตูเข้าทางสู่ดินแดนทิเบตและเป็นจุดที่สูงที่สุดที่รถไฟสายนี้แล่นผ่าน รถไฟลงจากเขาถังกูล่ามายังทิศใต้

10.13-10.19 น. ขบวนรถไฟถึง สถานีน่าชู (Nagchu Station)

                         บริเวณเชิงเขาแห่งนี้เป็น ทุ่งหญ้าเชียงถัง พื้นที่กว่า 6 แสนตารางกิโลเมตร ดูเหมือนผ้าฮาต๋าสีเขียวผืนหนึ่งปูไว้บนที่ราบสูง รถไฟวิ่งท่ามกลางท้องทุ่งดอกหญ้าทุ่งมัสตาร์ด ขอบฟ้าสุดสายตาสองข้างทางรถไฟเป็นภาพแนวภูเขาหิมะติดๆ กันยืดยาวไปตามเส้นขอบฟ้า นอกจากนั้นยังมีทะเลสาบน้อยใหญ่ และน้ำพุร้อนอีกมากมายกระจายอยู่ในทุ่งหญ้า ในช่วงเวลาเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคม จะพบเห็นชาวทิเบตแข่งม้าบนทุ่งหญ้าแห่งนี้นานถึงครึ่งเดือน มีนักท่องเที่ยวมาจากทั่วโลกชมงานแข่งม้า ณ ที่นี่ รถไฟแล่นผ่านเลียบริม ทะเลสาบชัวนาซึ่งมีความสูงจากน้ำทะเล 4,300 เมตร รถไฟจะแล่นห่างจากทะเลสาบในระยะใกล้เป็นเวลานานพอสมควร ท่านสามารถเก็บภาพความงดงามของทะเลสาบได้อย่างจุใจ ในช่วงเดือนสิงหาคมและกันยายน หญ้าในริมน้ำสีแดงไปหมดตัดกับสีน้ำเงินของน้ำและสีขาวของหิมะบนยอดเขาริมทะเลสาบ บางครั้งอาจพบนกแปลกตาอันสวยงามเป็นฝูงๆ บินอยู่เหนือน้ำ

                         ถึง เมืองตังโสง เมืองที่ตั้งอยู่ในทุ่งหญ้าทิเบต รอบๆเมืองเต็มไปด้วยเขาหิมะ

11.56-11.58 น.  ขบวนรถไฟจอดสถานี (Damxumg Station)

                         อิสระอาหารกลางวัน

ถึง เมืองหยัง ปา จิ๋ง เป็นเมืองที่มีน้ำแร่ร้อนมากที่สุดของทิเบต ขณะนั่งบนรถไฟเห็นไอน้ำร้อนกำลังลอยขึ้นมา จากตามพื้นทั่วไป

                         หลังจากรถไฟลอดออกจากอุโมงค์หยัง ปา จิ๋ง ซึ่งยาว 42.5 เมตร จากนั้นรถไฟจะแล่นข้ามสะพานแม่น้ำลาซา เพื่อรอดอุโมงค์ หลิ่ว อู๋ อุโมงค์แห่งสุดท้ายที่รถไฟสายนี้ต้องแล่นผ่าน

14.55 น.          ขบวนรถไฟถึง สถานีลาซา จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม หลังจากเหน็ดเหนื่อยกับการนั่งรถไฟมาตลอดวัน

ค่ำ                     รับประทานอาหารค่ำ (4)

เข้าพักที่โรงแรม BRAHMAPUTRA GRAND HOTEL 5* หรือระดับเทียบเท่า

 

4) วันที่สี่ของการเดินทาง :             วัดกานเดน – ตำหนักนอร์บุลิงฆา – พิพิธภัณฑ์ทิเบต

 

เช้า                    รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม (5)

นำท่านเดินทางสู่ทิศตะวันออกเฉียงเหนือของกรุงลาซา 40 กิโลเมตร ( บนเส้นทางเดียวกันนี้เป็นเส้นทางรถอีกทางหนึ่งที่มีผู้นิยมเดินทางสู่ทิเบตโดยเริ่มที่มลฑลยูนนาน ) สู่ยอดเขาที่ความสูง 4,500 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ก่อนถึงวัดกานเดนใ ห้ท่านบันทึกภาพวัดในมุมแบบกว้างณ.จุดชมวิว ท่านจะได้เห็นอาณาเขตของวัดที่ดูเหมือนตั้งอยู่บนหน้าผาสูงแล้ว ท่านได้ชื่นชมกับทัศนียภาพของธรรมชาติอันสวยงามของขุนเขาที่สลับซับซ้อนกว้างไกลสุดตา วัดกานเดน (GANDEN MONASTERY) สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1409 โดยซงฆาปา เป็นผู้ริเริ่มลามะนิกายหมวกเหลือง ซึ่งถือเป็นวัดแห่งแรกในนิกายหมวกเหลือง หรือ นิกายกานเดน เป็นสถาปัตยกรรมแบบทิเบตโดยแท้จริง (กานเดน หมายถึง มีความสุขในภาษาทิเบต และยังเป็นชื่อเรียกของสวรรค์ของตะวันตก ซึ่งเป็นที่ประทับของพระศรีอริยะเมตไตรย (พระพุทธเจ้าในอนาคต)) วิหารที่ใหญ่ที่สุดมีพื้นที่ 1,600 ตร.ม. สามารถจุรองรับลามะได้ถึง 3,500 รูป ในช่วงปี ค.ศ.1959 - 1966 ที่มีการปฏิวัติวัฒนธรรมของจีน วัดกานเดนได้รับความเสียหายจากไฟไหม้และระเบิดโดยพวกขบวนการเรดการ์ด กองทัพแดง และได้บูรณะซ่อมแซมขึ้นใหม่ในภายหลัง

กลางวัน           รับประทานอาหารกลางวัน (6)

บ่าย                  นำชม ตำหนักนอร์บุหลิงฆา อันเป็นพระราชวังฤดูร้อนคู่กันกับพระราชวังฤดูหนาวโปตาลา ความหมายเดิมของชื่อ นอร์บุหลิงฆา แปลว่า “สวนอัญมณี” สร้างขึ้นในช่วงหลังศตวรรษที่ 18 (ตรงกับปี พ.ศ. 2298 ก่อนกรุงศรีอยุธยาจะแตก 12 ปี) โดยดาไลลามะที่ 7 สมัยต่อๆ มา ดะไลลามะองค์อื่นๆ ได้สร้างต่อเติมส่วนของตนเองขึ้นมาเรื่อยๆ แม้แต่ดาไลลามะองค์ที่ 14 ก็ยังได้ต่อเติมพระราชวังของตนเองก่อนที่จะหนีออกจากทิเบต ในบริเวณโถงรับรองมีบัลลังก์เทวราช และงานจิตรกรรมฝาผนังเกี่ยวกับประสบการณ์ชีวิตในแง่มุมต่างๆ โดยมีกรอบเป็นภาพเขียนพุทธชาดก ตามต่อด้วยการนำชม พิพิธภัณฑ์ทิเบต สถานที่สะสมวัตถุโบราณ และภาพพระบฏสำคัญต่างๆ

ค่ำ                     รับประทานอาหารค่ำ HOT POT (7)

เข้าสู่โรงแรมที่พัก BRAHMAPUTRA GRAND HOTEL 5* หรือระดับเทียบเท่า

 

5) วันที่ห้าของการเดินทาง :             พระราชวังโปตาลา – วัดเซรา – วัดโจคัง – ตลาดบาร์ฆอร์

 

เช้า                    รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม (8)
นำชม พระราชวังโปตาลา ตั้งอยู่บนยอดเขาแดง (เดินขึ้นประมาณ 25-30 นาที) ซึ่งมีความสูงราว 117 เมตร พระราชวังโปตาลาเป็นอาคารสูง 13 ชั้น ยาว 400 เมตร กว้าง 350 เมตร มีห้องหับต่างๆ เกือบ 1,000 ห้อง เริ่มสร้างเมื่อคริสต์ศตวรรษที่ 7 โดยกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ที่ได้รวบรวมทิเบให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันได้สำเร็จ คือ กษัตริย์ซองเซิน กัมโป (Songtsen Gampo) แรกเริ่มต้องการเพียงจะสร้างเป็นตำหนักให้แก่มเหสีชาวจีน และ ชาวเนปาลของพระองค์เอง ต่อมาได้ใช้ป้อมแห่งนี้เป็นสถานที่ในการศึกษาพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สัมมาสัมพุทธเจ้า จวบจนกระทั่งสมัยเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นลามะ เป็นผู้ปกครองประเทศ ปัจจุบันส่วนก่อสร้างเดิม 2 ลังนี้ยังคงเหลือให้เห็นอยู่ท่ามกลางสิ่งก่อสร้างใหม่ต่อเติมนยุคหลัง อาคารที่ต่อเติมในช่วงหลังนี้ส่วนหลักๆ สร้างในสมัยของดาไลลามะที่ 5 ประมาณปี .ศ. 1645-1693  (องค์ดาไลลามะองค์ปัจจุบันคือ องค์ที่ 14 ซึ่งลี้ภัยไปอยู่ที่ธรรมศาลาในประเทศอินเดีย) เพื่อให้เป็นพระราชวังฤดูหนาว พระราชวังโปตาลา แบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนของพระราชวังสีขาว, สีแดง และส่วนเชื่อมที่เป็นสีเหลือง โดยใช้พระราชวังสีขาวเป็นส่วนของสังฆาวาส พระราชวังสีแดงเป็นส่วนพุทธาวาสสำหรับใช้ทำกิจของสงฆ์และบรรจุพระศพขององค์ดาไลลามะ ( องค์ที่ 5, 7, 8, 9, 10, 11, 12 และ 13 ) และห้องสมุดที่ใช้สำหรับเก็บพระไตรปิฎก

เที่ยง                 รับประทานอาหารกลางวัน (9)

บ่าย                  นำชม วัดเซรา (Sera Monastery) ซึ่งอยู่ห่างไปทางเหนือ 5 กิโลเมตร บริเวณเชิงเขาตาติปู และสร้างขึ้นบนพื้นที่ซึ่งเคยเป็นที่ตั้งของกระท่อมที่พระซงฆาปาศึกษาธรรมและปฎิบัติกรรมฐาน ทางเหนือของเมืองลาซาขึ้นไป สร้างโดยศิษย์รูปหนึ่งของซงฆาปา (Tsong Khapa) เมื่อปี ค.ศ. 1419 ( ซงฆาปา มีอายุอยู่ระหว่างปี ค.ศ. 1357-1416 เป็นผู้ปฏิรูปและก่อตั้งพุทธศาสนา ลัทธิเกลุคปา (Gerlugpa Sect) หรือ นิกายคุณธรรม ซึ่งนิยมเรียกนิกายหมวกเหลือง ตามประวัติเล่ากันว่า ซงฆาปา ก็คือพระอาจารย์ขององค์ดาไลลามะที่ 1 อารามแห่งนี้เคยมีพระจำวัดอยู่ถึงเกือบ 5,000 รูป เป็นอารามที่รู้จักกันดีทั่วทิเบต เนื่องจากมีสำนักสงฆ์ที่มีคุณภาพ ปัจจุบันมีพระจำวัดอยู่ประมาณ 300 รูป  อาคารหลัก ๆ ของอารามยังคงอยู่ในสภาพดี เนื่องจากไม่ถูกทำลายลงในช่วงการปฏิวัติวัฒนธรรม ทุกๆวันช่วงบ่ายแก่จะมีการฝึกฝนทางธรรมโดยการใช้การตั้ง และตอบคำถาม โดยที่ลามะแต่ละรูปจะมารวมตัวที่ลานวัด เพื่อทดสอบพระธรรมในรูปแบบการตั้ง “ปุจฉา” และ “วิสัชนา” และอาจได้ชมพระที่วัดนี้ นำชม วัดโจคัง ในภาษาจีนเรียกว่า วัดต้าเจ้าซื่อ ( Jokhang Temple ) เป็นวัดที่ถือว่าเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวทิเบตทั้งมวล เพราะเมื่อมีพิธีถือศีลกัน พระลามะจำนวนมากก็จะเดินทางมารวมกันทำพิธีที่นี่ สร้างในสมัยของกษัตริย์ซองเซิน กัมโป (ปีค.ศ.620-649  เป็นผู้ที่รวมอาณาจักรทิเบตให้เป็นปึกแผ่น) เพื่อไว้เป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูป ที่มเหสีชาวต่างชาติสององค์ของพระองค์ คือ เจ้าหญิงเหวินเฉิงแห่งจีน และเจ้าหญิงภริคุติแห่งเนปาลนำเข้ามายังทิเบต ศิลปะการก่อสร้างมีจุดเด่นตรงที่นำเอาศิลปะของ 4 ชาติมาผสมกันคือ ทิเบต จีน เนปาลและแคชเมียร์ มีตำนานเล่ากันว่า ก่อนที่กษัตริย์ซองเซิน กัมโป จะสร้างวัดต้าเจาซื่อหรือวัดโจคัง ได้อธิษฐานว่าพระองค์จะโยนแหวนขึ้นไปบนอากาศ หากแหวนนั้นตกลงที่ใดก็จะสร้างวัดลงตรงนั้น ปรากฎว่าแหวนลอยลงไปตกในสระน้ำกระทบกับหินที่โผล่ขึ้นมา ทันใดนั้นเองภาพนิมิตของสถูปก็ปรากฏให้แก่คนทั่วไปได้เห็น จึงนับว่าเป็นนิมิตที่ดี กษัตริย์ซองเซิน กัมโป ก็เลยให้สร้างวัดลงตรงนั้นเอง ภายในวัดนี้เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปที่พระนางเหวินเฉิงนำมาจากประเทศจีนเมื่อ 1300 ปีก่อน  ซึ่งได้รับการกราบไหว้และยอมรับกันอย่างมากว่าศักดิ์สิทธิ์ที่สุด แม้แต่พวกขบวนการเรดการ์ด หรือกองทัพแดงที่ทำลายทุกอย่างตอนที่มีการปฏิวัติวัฒนธรรมจีนในประเทศจีน ยังไม่กล้าแตะต้องพระพุทธรูปองค์นี้เลย บริเวณหน้าวัดท่านจะเห็นชาวทิเบตจำนวนมากนอนกราบแบบอัษฎางคประดิษฐ์ ชาวทิเบตที่เดินเข้าแถวเพื่อเข้าไปด้านใน บ้างถือกระติกน้ำมันเนย บ้างถือถุงเนยแข็ง เพื่อไปเติมตะเกียงบูชาพระจากนั้นนำท่านออกมาเดินชมวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวทิเบตที่ ถนนบาร์ฆอร์ หรือ ถนนแปดเหลี่ยม ที่ล้อมรอบวัดโจคัง และอิสระให้ท่านได้ช้อปปิ้ง ชื้อสินค้าพื้นเมืองอันหลากหลาย

ค่ำ                     รับประทานอาหารค่ำ (10)
เข้าสู่โรงแรมที่พัก BRAHMAPUTRA GRAND HOTEL 5*
หรือเทียบเท่า

 

6) วันที่หกของการเดินทาง :             ลาซา – ทะเลสาบยัมดก – วัดเพลกอร์ – เจดีย์คุมบุม – กังสเต – ชิกัตเช่

 

เช้า                    รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม (11)
นำท่านออกเดินทางบนเส้นทางทิศตะวันตกสู่ เมืองกังสเต บนเส้นทางส่วนหนึ่งของถนนสายมิตรภาพที่เชื่อมระหว่างเนปาลและทิเบต รถวิ่งลัดเลาะภูเขาและแม่น้ำยาร์ลุงหรือแม่น้ำพรหมบุตร ชมทิวทัศน์สองข้างทาง บนดินแดนหลังคาโลก นำท่านแวะชมทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่บนหลังคาโลก ครอบคลุมพื้นที่ 600 ตร.กม. ซึ่งสูงจากระดับน้ำทะเลถึง 4,641 เมตร นั่นคือ ทะเลสาบยัมดร็อก (YAMDOK TSO) ตั้งอยู่ห่างจากเมืองลาซา 80 กม. เป็น 1 ใน 3 ทะเลสาบสวรรค์ของทิเบต น้ำใสจนเห็นภาพสะท้อนของภูเขา ท้องฟ้า เมฆ อย่างชัดเจน สีของน้ำในทะเลสาบออกสีเขียวอมฟ้า จนได้รับฉายาว่า ทะเลสาบเทอร์ควอยส์ ซึ่งหินเทอร์ควอยส์เป็นหินประดับที่มีค่ามากและพบเห็นได้มากในดินแดนแห่งนี้ (แต่จะจริงหรือปลอมก็ต้องพิสูจน์กันอีกทีนะ) จุดชมทะเลสาบสูง 4,990 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล เป็นจุดสูงสุดที่เราไปยืนและเก็บภาพความประทับใจบนเส้นทางนี้ ได้เวลาพอสมควรเดินทางต่อไป ระหว่างทางเราจะผ่านหมู่บ้านชาวทิเบตแท้ๆ ที่หาชมได้ยากแล้วในเมือง ความเป็นอยู่ของชาวบ้านที่อยู่กันเป็นครอบครัวใหญ่ ถึงแม้ทุกวันนี้ความเจริญได้คืบคลานเข้ามาอย่างรวดเร็ว เรายังอาจได้พบเห็นวิถีความเป็นอยู่แบบดั้งเดิมอยู่บ้าง นับจากจีนได้นำความเจริญพุ่งตรงเข้าสู่ใจกลางเมืองลาซาในปัจจุบัน ทำให้ความเป็นอยู่เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะหนุ่มสาวรุ่นใหม่ที่เข้ามาหางานในเมือง อย่างไรก็ดีความศรัทธาในพระพุทธศาสนาของชาวทิเบตยังคงไม่ได้ลดน้อยลงไป

กลางวัน           รับประทานอาหารกลางวัน ระหว่างทาง (12)

บ่าย                  บ่ายแก่ๆ เดินทางถึง เมืองกังสเต เมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสามรองจากกรุงลาซาและเมืองซิกัทเซ่ เป็นหนึ่งในเมืองสำคัญบนเส้นทางการค้าไม้และขนสัตว์ระหว่างทิเบตและอินเดีย  เมืองกังสเตแห่งนี้เคยเป็นสถานที่ที่ทหารทิเบตต้านทานกองกำลังทหารจากอังกฤษ ซึ่งนำโดย Fransis Younghusband ชมอนุสาวรีย์ที่ระลึกถึงการต่อสู้ของทหารทิเบตที่มีเพียงดาบและทังก้าที่ห้อยอยู่ที่หน้าอก นำชม วัดเพลกอร์ สร้างในปีค.ศ. 1418 ประกอบด้วยอารามน้อยใหญ่ 15 หลัง ชมภาพทังก้าและรูปปั้นธรรมบาลที่ปกติจะเป็นภาพเขียน แต่ที่นี่จะเป็นรูปปั้น จากนั้นชมสถานที่ซึ่งถือว่าเป็นสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ และเป็นสถาปัตยกรรมชิ้นเลิศที่ชาวทิเบตภาคภูมิใจ คือ เจดีย์ เจียนเซ่คุมบุม (Gyangtse Kumbum Stupa) ตรงกลางของสถูปเป็นสัญลักษณ์แทนทางอันศักดิ์สิทธิ์ที่จะนำไปสู่การปลดปล่อยทางวิญญาณ หรือ มัณฑาลา (Mandala) และยังมีภาพจิตรกรรมฝาผนังที่วาดไว้เมื่อศตวรรษที่ 15 โดยชาวเนปาล จากนั้นเดินทางต่อไปยัง เมืองชิกัตเช่ ( 3,900 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ) ห่างจากเมืองกังสเตราว 67 กิโลเมตร ซึ่งเป็นเมืองใหญ่เป็นอันดับสองรองจากลาซา

เย็น                   รับประทานอาหารเย็น (13)

                         เข้าสู่โรงแรมที่พัก TASHI CHOTAR GRAND HOTEL 5* หรือระดับเทียบเท่า

 

7) วันที่เจ็ดของการเดินทาง :             ชิกัทเซ่ – วัดทาชิลุนโป – ลาซา – ชมโชว์อลังการ Princess Wencheng Large Live

 

เช้า                    รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม (14)

นำท่านชม วัดทาชิลุนโป 1 ใน 6 วัดสำคัญของนิกายหมวกเหลือง หรือเกลุคปา อันประกอบด้วย วัดเดรปุง วัดเซรา วัดกานเดน วัดคุมบุม และวัดลาบังในเขตอัมโด ส่วนวัดทาชิลุนโปเป็นสถานที่พำนักขององค์ปัญเชนลามะ สร้างในสมัย ค.ศ. 1447 โดยท่านจงคาปา องค์ปัญเชนลามะ ถือว่าเป็นอาจารย์ขององค์ดาไลลามะ รับรู้เรื่องราวความเป็นมาของวัดจากไกด์ท้องถิ่น ภายในบริเวณวัด ท่านจะได้ชมสถูปขององค์ปัญเชนลามะองค์ต่างๆรวมถึงองค์ที่ 10 ซึ่งสร้างอย่างยิ่งใหญ่ ใช้ทองคำและเครื่องประดับที่มีค่ามหาศาลอย่างมากมาย ชมวิหารที่ประดิษฐานพระอริยเมตไตรยหรือพระพุทธเจ้าในกาลอนาคต ซึ่งมีขนาดใหญ่สูง 26 เมตร

( ข้อมูลเพิ่มเติม  หากท่านมาเยือนในช่วงเทศกาลโลซา หรือปีใหม่ทิเบต ท่านจะได้พบกับพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ เรียกว่า Gudor ซึ่งเป็นการเปลี่ยนขนจามรีสีดำที่ผูกอยู่ที่ปลายเสาด้านบน ซึ่งเป็นตัวแทนป้องกันสิ่งชั่วร้าย  และผูกธงพร 5 สีใหม่ พร้อมกันนั้นชาวบ้านก็จะนำผงข้าวสาลี ซึ่งเป็นตัวแทนของความอุดมสมบูรณ์มาโปรย และขว้างใส่กันเหมือนเทศกาลสงกรานต์บ้านเรา แต่ใช้ผงแป้งข้าวแทนน้ำ )

กลางวัน           รับประทานอาหารกลางวัน (15)

บ่าย                  นำท่านเดินทางกลับ กรุงลาซา ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง ถึงลาซา ช่วงบ่ายแก่ๆ อิสระให้ท่านช้อปปิ้งเลือกชื้อสินค้าพื้นเมืองอันหลากหลายในบริเวณรอบวัดโจคังอีกครั้งก่อนอำลาเมืองหลวงแห่งอาณาจักรทิเบตในวันรุ่งขึ้น

เย็น                   รับประทานอาหารเย็น (16)

หลังอาหารเย็น นำท่านชมสุดยอดการแสดงโชว์ Princess Wencheng Large Live ที่เพิ่งเปิดตัวล่าสุด ใหญ่อลังการงานสร้างจริงๆ

เข้าพักที่โรงแรม BRAHMAPUTRA GRAND HOTEL 5* หรือระดับเทียบเท่า

 

8) วันที่แปดของการเดินทาง  :            ลาซา – เฉิงตู – กรุงเทพ

 

เช้า                    รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม (17)

                         อำลา เมืองลาซา นำท่านเดินทางสู่สนามบิน

10.10 น.          เหินฟ้าสู่ เมือง เฉิงตู โดยสายการบินแอร์ไชน่า เที่ยวบินที่ CA4402  (10.10-11.55)

11.55 น.          เดินทางถึงสนามบินเมืองเฉิงตู

                         นำท่านรับประทานอาหารกลางวันภายในสนามบิน (18)

15.30 น.          อำลาเมืองเฉิงตู ออกเดินทางกลับกรุงเทพฯ โดยเที่ยวบินที่ TG 619 (15.30-17.35)

17.35 น.          ถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ

 

 

**********************************************

 

อัตราค่าบริการ   :        ชิงไห่ – ทิเบต โดยรถไฟ 8 วัน (TG)

 

เดินทาง

ราคาผู้ใหญ่  2 ท่าน/ห้อง

10-12 ท่าน / 13-15 ท่าน

พักเดี่ยวจ่ายเพิ่ม

เฉพาะโรงแรม

22 – 29 เมษายน 2558

20 – 27 พฤษภาคม 2558
2 – 9 กันยายน 2558

91,900.- / 89,900.-
91,900.- / 89,900.-

91,900.- / 89,900.-

12,000.-
12,000.-

12,000.-

ราคารวมทิป น้ำดื่ม ตลอดการเดินทาง

 

หมายเหตุ :

1.   เนื่องจากทิเบตเป็นเขตปกครองพิเศษที่ทางการจีนสามารถสั่งปิด หรือไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางได้ โดยไม่แจ้งให้ทราบอย่างเป็น

       ทางการ ดังนั้นโปรแกรมการเดินทางอาจมีการเปลี่ยนแปลง หรือยกเลิกได้ตามสถานการณ์

2.   บริษัท ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายการ หรือจัดเส้นทางการท่องเที่ยวได้ตามความจำเป็นและเหมาะสม แต่จะยึดผลประโยชน์ของลูกค้า

       เป็นสำคัญทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาวะของสายการบิน เวลาการเดินรถไฟ โรงแรมที่พัก ภูมิอากาศ ภัยธรรมชาติ การนัดหยุดงานฯลฯ ตลอดจนสภาวะ

       ทางเศรษฐกิจและสถานการณ์ทางการเมืองภายในของทิเบต อันเป็นสาเหตุให้ต้องเลื่อนการเดินทางหรือไม่สามารถจัดพาคณะท่องเที่ยวได้ตาม

       รายการ

หมายเหตุ :

-   ตู้นอนบนรถไฟ ไม่สามารถระบุหมายเลขตู้และหมายเลขเตียงล่วงหน้า เนื่องจากอาจมีการเปลี่ยนแปลงการใช้ขบวนรถไฟ กรณีที่ไม่สามารถจัดหา

    เตียงนุ่มได้ บริษัทฯ จะแจ้งให้ท่านทราบล่วงหน้าก่อนการเดินทางอย่างน้อย 7 วัน

-   ลักษณะของเตียงนุ่ม ห้องประกอบด้วย 4 เตียง ฝั่งละ 2 เตียง บนล่าง มีเบาะรองนุ่ม พร้อมหมอนและผ้าห่มชนิดหนา มีเครื่องทำความร้อนและท่อ

    ออกซิเจน มีทีวี หูฟัง และมีประตูปิดมิดชิดเป็นสัดส่วน

-   บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกการเดินทางหรือการเปลี่ยนแปลงรายการหรือเปลี่ยนแปลงราคาได้ตามความจำเป็นและเหมาะสม เวลาที่ใช้ในการ

    เยี่ยมชมสถานที่ แต่จะยึดผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาวะของสายการบิน การเดินรถไฟ โรงแรมที่พัก ภูมิอากาศ ภัยธรรมชาติ 
   
การนัดหยุดงานฯลฯ  ตลอดจนสภาวะทางเศรษฐกิจและการเมือง อันเป็นสาเหตุให้ต้องเลื่อนการเดินทางหรือไม่สามารถจัดพาคณะท่องเที่ยวได้ตาม
    รายการ

-   บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงราคาในกรณีที่คณะผู้เดินทางต่ำกว่า 10 ท่าน

 

อัตราค่าบริการรวม

-   ตั๋วเครื่องบิน ไป-กลับ กรุงเทพ-เฉิงตู-กรุงเทพ ชั้นประหยัด โดยสายการบินไทย

-   ตั๋วเครื่องบิน เฉิงตู-ซีหนิง // ลาซา-เฉิงตู ชั้นประหยัดโดยสายการบินแอร์ไชน่า หรือ เสฉวนแอร์ไลน์

-   ค่าตั๋วรถไฟตู้นอนเตียงนุ่ม 4 เตียงต่อห้อง เส้นทาง ซีหนิง – ลาซา

-   ค่าภาษีสนามบินทุกแห่งตามรายการ

-   ค่าใช้จ่ายในต่างประเทศ ประกอบด้วย

    -   ค่าที่พักตามระบุในรายการ

    -   ค่าอาหารตามระบุในรายการ (ไม่รวมค่าอาหารบนรถไฟ)

    -   ค่ารถโค้ชนำเที่ยวตามรายการ

    -   ค่าธรรมเนียมเข้าชมสถานที่ต่าง ๆ ตามรายการ

-   ค่าธรรมเนียมวีซ่าประเทศจีน และเพอร์มิทเข้าทิเบต

-   ค่าน้ำหนักกระเป๋า 1 ใบ ไม่เกิน 20 กก.

-   มัคคุเทศก์ท้องถิ่นพูดภาษาอังกฤษและหัวหน้าทัวร์จากบริษัท อำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง

-   ค่าประกันอุบัติเหตุคุ้มครองชีวิตระหว่างการเดินทางในวงเงิน 1,000,000.- บาท ตามเงื่อนไขของกรมธรรม์

-   ค่าทิปมัคคุเทศก์ท้องถิ่น พนักงานขับรถ พนักงานยกกระเป๋า

-   น้ำดื่มตลอดรายการ

  

ค่าบริการไม่รวม

-   ค่าอาหารบนรถไฟ

-   ค่าธรรมเนียมหนังสือเดินทาง

-   ค่าใช้จ่ายต่างๆ  อาทิ ค่าอาหารและเครื่องดื่มน้ำอัดลม เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ นอกเหนือจากที่ระบุในรายการ

-   ค่าโทรศัพท์ ค่าซักรีด ฯลฯ

-   ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และค่าภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% จากค่าบริการ

-   ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ไทย

 

ข้อแนะนำสำหรับผู้ร่วมเดินทาง (โปรแกรมนี้สำหรับผู้ที่รักการเดินทางอย่างแท้จริง)

ลาซา สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 3,500 - 4,000 เมตร บางช่วงสูงถึง 5,000 เมตร ปริมาณอ๊อกซิเจนจึงน้อยกว่าพื้นราบของกรุงเทพฯ เมื่อไปถึงเมืองลาซา พยายามเคลื่อนไหวช้าๆ โดยเฉพาะวันแรกที่ไปถึง โปรดพักผ่อนเพื่อปรับร่างกายให้คุ้นเคยกับอากาศเบาบาง ปัญหาโรคแพ้ความสูงไม่เกี่ยวกับ เพศ, วัย, อายุ หรือ ความฟิต ผู้ใหญ่บางคนอาจไม่มีปัญหา แต่หนุ่มสาวอาจมีปัญหาก็เป็นได้

 

ข้อควรพึงปฏิบัติ และความเข้าใจก่อนการเดินทาง

1.   ให้เตรียมการตรวจสภาพร่างกายให้สมบูรณ์ เนื่องจากทิเบตมีความกดอากาศสูง ท่านจะรู้สึกเหนื่อยง่าย

2.   ดื่มน้ำแบบจิบให้บ่อยๆ และหายใจช้าๆ ลึกๆ

3.   งดสูบบุหรี่เด็ดขาด หรือ ถ้างดไม่ได้ต้องสูบให้น้อยที่สุด

4.   ถ้าตื่นนอนกลางดึกแล้วหายใจไม่ออก อย่าตกใจ เพราะร่างกายกำลังปรับตัวค่อย ๆ หายใจเข้าออกตามปกติ

5.   โปรดเน้นตัวเองว่าเรื่องนี้ ไม่มีอันตราย นี่คือการปรับตัว

6.   กรุณาปฏิบัติตามคำแนะนำของมัคคุเทศก์ท้องถิ่น และหัวหน้าทัวร์เพื่อให้การเดินทางเป็นไปด้วยดี

 




ข้อมูลท่องเที่ยวทิเบต




Copyright © 2010 All Rights Reserved.


แก้ไขปรับปรุงข้อมูลล่าสุด เดือน ตุลาคม 2557 และ รับรองความถูกต้องของข้อมูลโดย Admin
บ.ลายไทย ทรานสปอร์ต แอนด์ แทรเวล จำกัด
เลขที่ 7 ซอยบางพรม 66 ถนนบางพรม แขวงบางพรม เขตตลิ่งชัน กรุงเทพ 10170
โทร. 02-8878802, 02-8878803 และ 02-8879680 แฟกซ์ 02-8877818

Email
: info@linethaitravel.com