ReadyPlanet.com
dot
dot
ใบอนุญาตนำเที่ยวเลขที่ 11/03347
dot
bulletบริษัท ลายไทย ทรานสปอร์ต แอนด์ แทรเวล จำกัด
dot
ติดต่อสอบถาม จองทัวร์ โทร. 02-8878802 , 02-8878803 และ 02-8879680
dot
bulletHome Page หน้าแรก
bulletด่วน......สมัคร สมาชิก ลายไทย ออนไลน์ รับส่วนลด และ สิทธิพิเศษ มากมาย
dot
รายการท่องเที่ยว ในและต่างประเทศ
dot
bulletท่องเที่ยว ในประเทศ
bulletท่องเที่ยว ต่างประเทศ
bulletโปรโมชั่น ตั๋วเครื่องบิน ในประเทศ จากการบินไทย
bullet โปรโมชั่น ตั๋วต่างประเทศ
bulletโปรโมชั่น ตั๋วกรุ๊ป 10 ท่านขึ้นไป
dot
ขั้นตอน การใช้บริการ
dot
bulletวิธีการชำระเงิน
bulletวิธีการจอง บริการต่าง ๆ
dot
สิ่งที่ควรรู้ ก่อนเดินทางท่องเที่ยว
dot
bulletมือใหม่ นั่งเครื่องบิน
bulletอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา
bulletสภาพอากาศ ทั่วโลก
bulletสภาพอากาศ ทั่วไทย
bulletแผนที่ ทั่วไทย
bulletลิ้งค์ สำหรับนักท่องเที่ยว
bulletสถานทูตต่างประเทศ ในไทย
bulletเวลาทั่วโลก
bulletข้อมูล สายการบิน
bulletข่าวจากหนังสือพิมพ์
bulletประเทศ ที่ต้องขอวีซ่า
bulletประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่า
bulletตรวจสอบเวลาเครื่องบิน ขึ้น-ลง
bulletมีอะไรใน...สนามบินสุวรรณภูมิ
bulletสัญลักษณ์แปลกตา หน้าห้องน้ำ
dot
What's new
dot
bulletคำถามที่พบบ่อย
bulletSpecial Guest
bulletรู้ไว้ใช่ว่า เรื่องน่าสนใจทั่วโลก
dot
ชมภาพการเดินทางของลูกค้า
dot
bulletภาพลูกค้า ล่องเรือแม่น้ำเจ้าพระยา
bulletผู้บริหารระดับสูงจาก กระทรวงพลังงาน-ปตท.-ปตท.สผ.-กฟผ.-เอกซอน-HESS สัมมนาวิชาการที่ ประเทศลาว
bulletรวมภาพ ทริปลูกค้าลายไทย
dot
สื่อจากใจ ลายไทย เพื่อ คุณ
dot
bulletรายการแลกของรางวัล
bulletลายไทยนิวส์ ฉบับที่ 56/2558
bulletแผนที่ บ.ลายไทย


ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว บ.ลายไทย ทรานสปอร์ต แอนด์ แทรเวล

 

 



ทัวร์ศรีลังกา ทัวร์มัลดีฟส์ แพ็คเกจทัวร์ศรีลังกา แพ็คเกจทัวร์มัลดีฟส์ ประเทศศรีลังกา ประเทศมัลดีฟส์ ศรีลังกา มัลดีฟส์ เที่ยวศรีลังกา เที่ยวมัลดีฟส์ ท่องเที่ยวศรีลังกา ท่องเที่ยวมัลดีฟส์ โคลัมโบ เนกอมโบ อนุราธปุระ ดัมบุลลา ฮาบาราน่า แคนดี้ เกาะมาเลย์ article
 

 

รหัสทัวร์

วันที่เดินทาง

รายการท่องเที่ยว

ราคา
( บาท )

หมายเหตุ
ดูรายละเอียด

   

มัลดีฟท์

   

MD18501

สอบถาม

แพ็คเกจทัวร์มัลดีฟส์ 3 วัน, 4 วัน, 5 วัน พักที่ Holiday Inn Kandooma Resort

สอบถาม

คลิ๊ก ที่นี่

MD18502

สอบถาม

แพ็คเกจทัวร์มัลดีฟส์ 3 วัน, 4 วัน, 5 วัน พักที่ Adaaran Select Club Rannalhi Resort

สอบถาม

คลิ๊ก ที่นี่

MD18503

สอบถาม

แพ็คเกจทัวร์มัลดีฟส์ 3 วัน, 4 วัน, 5 วัน พักที่ Fun Island Resort

สอบถาม

คลิ๊ก ที่นี่

   

ศรีลังกา

   

SR17601

สอบถาม

ทัวร์ศรีลังกา โคลัมโบ - เนกอมโบ - อนุราธปุระ - ดัมบุลลา - แคนดี้ 5 วัน 3 คืน (UL)

สอบถาม

คลิ๊ก ที่นี่

 

หมายเหตุ    
แพคเกจทัวร์   หมายถึง รายการท่องเที่ยวที่จัดเตรียมสำหรับ ผู้เดินทาง ตั้งแต่ 1-2 คน ขึ้นไป เหมาะสำหรับ ผู้ที่ต้องการเดินทาง
    ท่องเที่ยว และ พักผ่อน แบบอิสระ สบาย ๆ สามารถเลือกวันเดินทางได้เอง
รายการทัวร์   หมายถึง รายการท่องเที่ยวที่จัดเตรียมสำหรับ ผู้เดินทาง เป็นกลุ่มตั้งแต่ 15-30 คน ขึ้นไป ในรายการทัวร์ส่วนใหญ่
    จะมีการจัดเตรียมบริการเพื่อการท่องเที่ยวอย่างครบถ้วน เช่น อาหาร ที่พัก ค่าเข้าชมสถานที่ ค่าทัวร์ ค่าเดินทาง
    มัคคุเทศก์ ฯลฯ เพื่อความสะดวกสำหรับผู้เดินทาง

                 

 

 

ข้อมูลการท่องเที่ยว ประเทศ มัลดีฟส์

 

การเตรียมตัวก่อนการเดินทาง

1. ร่มหรือเสื้อกันฝนเพราะที่นั่นฝนตกค่อนข้างบ่อย เอาหมวกกันแดดเพราะที่โพลอนนารูวาก็ร้อนมากๆ

2. กล้องถ่ายรูปรวมไปถึงครีมกันแดดเพราะที่นั่นแดดร้อนมาก

3. ยาประจำตัว และเครื่องใช้ต่างๆเช่นยาสีฟัน โฟมล้างหน้าเครื่องสำอางต่างๆเพื่อความสะดวกในการใช้

4. ครีมกันแดดเพราะที่นั่นอากาศค่อนข้างร้อน

5. เนื่องจากที่นั่นมีอากาศร้อนจึงควรเตรียมเสื้อผ้าบางๆที่ระบายง่ายๆเช่นผ้าฝ้าย ลินินเพื่อความสะดวกสบายของร่างกาย

    - ยาประจำตัว สำหรับผู้มีโรคประจำตัว ควรมียาสามัญติดตัวไปบ้าง ถ้าจะมีรอบเดือนก็ควรติดผ้าอนามัยไปด้วย 
    - เครื่องใช้ไฟฟ้า เป็นแบบ 3 ขาเหลี่ยม ส่วนใหญ่ที่รีสอร์ทจะมีหัวปลั๊กที่ใช้ได้กับหัวปลั๊กทั่วโลก ให้ขอยืม 
    - มือถือ นำไปใช้ได้ ในระบบ GSM แต่ต้องเปิด Roamimg สัญญาณโทรศัพท์ระหว่างประเทศ ก่อนนำไปใช้ 

Visa

- เอกสารการยื่นวีซ่า

- หนังสือเดินทางที่เหลืออายุการใช้งานอย่างน้อย 6 เดือน

- แบบฟอร์ม + รูปถ่ายสีขนาด 2 นิ้ว2 รูป

- จดหมายรับรองการทำงาน

- หนังสือเชิญ

- สำเนาบัตรประชาชน

- ทะเบียนบ้าน

- รายละเอียดของการจองตั๋วเครื่องบินไป-กลับ

 

การพักอยู่ในเขตท่องเที่ยวของมัลดีฟส์ ในระยะเวลาไม่เกิน 30 วัน ไม่จำเป็นต้องใช้วีซ่าหรือใบอนุญาติอื่นๆ นอกจากพาสปอร์ตที่ยังไม่หมดอายุและเงินติดตัวอย่างน้อยวันละ 25 ดอลลาร์สหรัฐ สำหรับท่านที่ต้องการอยู่ในมัลดีฟส์ นานกว่าหนึ่งเดือนอาจทำเรื่องขอยืดอายุวีซ่าได้เป็นเวลา3เดือนนับจากวันที่เดินทางมาถึงมัลดีฟส์ ขั้นตอนติดต่อกับสำหนักงานตรวจคนเข้าเมืองเพื่อขอยืดอายุวีซ่าจะสะดวกกว่ามากถ้าดำเนินการผ่านรีสอร์ทหรือตัวแทนท่องเที่ยว เพราะผู้รับรองที่พักเป็นหลักฐานสำคัญในการยืดอายุวีซ่า ซึ่งต้องใช้ร่วมกับตั๋วเครื่องบินขากลับและหลักฐานทางการเงิน พร้อมค่าธรรมเนียม 300 รูเฟียการติดต่อด้วยตัวเองอาจมีขั้นตอนที่ต้องปฏิบัติมากขึ้นภายในช่วงเวลาทำการ คือ ตั้งแต่ 7.30 - 9.30 น.

 

ข้อมูลทั่วไป

หมู่เกาะมัลดีฟส์ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศศรีลังกาในมหาสมุทรอินเดีย ประกอบด้วยเกาะเล็กๆ กว่าพันเกาะ ซึ่งมีประมาณ 200 เกาะที่มีผู้คนอาศัยอยู่ มัลดีฟส์ เป็นเกาะที่เกิดจากการก่อตัวของปะการังที่โผล่ขึ้นมาจากทะเล เกาะเหล่านี้ล้อมรอบไปด้วยหาดทรายสีขาวและ น้ำทะเลอุ่นซึ่งเต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเล 
เมืองหลวงของมัลดีฟส์ คือ Malé ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถมาลงเครื่องได้ที่ สนามบินนานาชาติ Malé นักท่องเที่ยวจะเข้ามาที่รีสอร์ทของ มัลดีฟส์ ได้ทางเครื่องบินหรือทางเรือสปีดโบ๊ตเท่านั้น เนื่องจากเกาะส่วนใหญ่ไม่มีถนนเชื่อมต่อ การเดินทางจากสนามบิน Malé ไปยังรีสอร์ทต่างๆ ที่กระจายอยู่ทั่วหมู่เกาะนั้นใช้เวลาไม่เกิน 45 นาทีด้วยการโดยสารเครื่องบินน้ำ รีสอร์ทเหล่านี้มอบความเป็นส่วนตัวและบรรยากาศอันเงียบสงบ ให้แก่แขกที่มาพัก เกาะ Malé ใต้ (South Malé Atoll) และเกาะ Malé เหนือ (North Malé Atoll) เป็นที่ตั้งของบรรดารีสอร์ทสุดหรูของมัลดีฟส์ 

 

ที่ตั้งอาณาเขต

มัลดีฟส์ มีพื้นที่ ประมาณ90,000 ตารางกิโลเมตร ซึ่ง 99% เป็นทะเล ส่วนที่เหลือประกอบไปด้วยเกาะใหญ่น้อยรวมกันถึง 1,190 เกาะ บนกลุ่มอะตอลขนาดใหญ่ 26 อะตอล ความสูงของเกาะต่างๆเหนือน้ำทะเล โดยเฉลี่ยประมาณ 1 - 2 เมตร แต่ละเกาะยาวไม่เกิน 7 กิโลเมตร บางเกาะก็มีพื้นที่ซึ่งยาวไม่ถึง 1 กิโลเมตร ความยาวจากทิศเหนือถึงทิศใต้ 820 กิโลเมตร และทิศตะวันออกจรดทิศตะวันตก 130 กิโลเมตร มีเกาะประมาณ 200 เกาะ ที่มีคนพักอาศัยอยู่ในจำนวนนี้มี 87 เกาะที่เป็นที่ตั้งของโรงแรมรีสอร์ทหรูหรา

 

ลักษณะภูมิประเทศ

มัลดีฟส์เป็นประเทศกลุ่มเกาะที่ประกอบด้วยเกาะขนาดเล็กมากมายวาง ตัวต่อเนื่องกันในแนวเหนือ-ใต้ มีลักษณะภูมิประเทศหลักจึงเป็นภูมิประเทศชายฝั่งและสัณฐานย่อยประกอบชายฝั่ง เช่น หาด อ่าว หัวแหลมซึ่งกลุ่มเกาะมัลดีฟส์จะมีชื่อเสียงมากในด้านภูมิทัศน์เพื่อการท่องเที่ยว 

 

ลักษณะภูมิอากาศ

จากทำเลที่ตั้งของกลุ่มเกาะที่ตั้งอยู่กลางมหาสมุทรอินเดียและอยู่ในละติจูดต่ำใกล้เส้นศูนย์สูตรจึงทำให้มีอุณหภูมิความชื้นสูงและฝนตกชุกอุณหภูมิเฉลี่ย27-30Cตลอดทั้งปีช่วงที่ปราศจากมรสุม ได้แก่ ช่วงเดือนธันวาคม — มีนาคม

 

ประชากร

ประชากรของมัลดีฟส์ มีประมาณ 270,000 คน นับเป็นประเทศที่มีประชากรน้อยที่สุดในทวีปเอเชีย ประชากรส่วนใหญ่ ประมาณ 75,000 คน จะอาศัยอยู่ที่มาเล ซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศ รองลงมาเป็นเกาะ Hithadhoo ใน Addu อะตอล 9,640 คน, เกาะ Fuamulah 7,243 คนและเกาะ Kulhudhufushi ใน Haa Dhaalu อะตอล 6,354 คน ตามลำดับ บางเกาะอาจมีประชากรไม่ถึง 200 คน ส่วนคนท้องถิ่นเดิมคือชาวมัลดิเวียน (Maldivian) มีประวัติการเข้ามาตั้งถิ่นฐานมากว่า 3,000 ปีมาแล้ว 

 

ศาสนา

ประชาชนส่วนใหญ่ในมัลดีฟท์ นับถือศาสนาอิสลาม วันหยุดหรือเทศกาลสำคัญในประเทศส่วนใหญ่จะเป็นวันสำคัญทางศาสนาอิสลาม

  

ภาษา

ภาษาท้องถิ่นของชาวมัลดีฟส์ คือ Dhivehi ตัวหนังสือเป็นแบบอารบิก สำหรับภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่ใช้ได้อย่างแพร่หลายเนื่องจาก มัลดีฟท์ เป็นเมืองท่องเที่ยว ภาษาต่างชาติอื่นๆที่เจ้าหน้าที่โรงแรมทั่วไปสามารถพูดได้ก็มี อาทิ ภาษาเยอรมัน ภาษาญี่ปุ่น ภาษาฝรั่งเศส และภาษาอิตาลี 

 

วันชาติ

วันชาติมัลดีฟส์ คือวันที่ Mohamed Thakurufaanu มีชัยชนะเหนือกองทัพโปรตุเกส ในปี ค.ศ. 1573 ชาวมัลดีฟท์ฉลองวันชาติในช่วงเดือนที่สามของปฎิทินอิสลาม

 

สกุลเงิน

เงินตราของมัลดีฟส์ คือ Rufiyaa และLaaree. อัตราแลกเปลี่ยนเงินต่อ1 US Dollar ประมาณ MRf.12.75 ค่าของเงิน 1 Rufiyaa เท่ากับ 100 laarees. ธนบัตรมีอัตรา 5, 10, 20, 50, 100 และ 500 เหรียญแบ่งเป็น MRf.2.00, MRf.1.00, 50 laarees, 20, 10, 5, 2 และ1 laaree. การเดินทางเที่ยวมัลดีฟควรแลกเงินUS Dollar ไม่จำเป็นต้องแลกเงินท้องถิ่น การใช้เงินส่วนใหญ่จะใช้เป็นเงินสด หรือ travellers’ cheques หรือบัตรเครดิตที่นิยมกันอย่างแพร่หลายเช่น American Express, Visa, Master Card, Diners Club, JCB และ Euro Card.

 

เวลา

เวลามาตรฐานของ มัลดีฟส์ ที่มาเลเซียช้ากว่าเวลามาตรฐานของไทยเพียงสองชั่วโมง แต่รีสอร์ทหลายๆแห่งมักกำหนดเวลาในเกาะให้เร็วกว่าเวลาในมาเลหนึ่งถึงสองชั่วโมง เพื่อให้ผู้ที่มาพักรู้สึกว่าพระอาทิตย์ตกเมื่อค่ำแล้วและมีเวลานอนตื่นได้สายขึ้นเขตเวลา GMT+05:00ช้ากว่าประเทศไทยประมาณ 2 ชั่วโมง

ระบบไฟ ฟ้า

ระบบไฟฟ้าเป็นแบบกระแสสลับ 230-240 Volts -AC **ปลั๊กเป็นแบบ 3 ขา (รีสอร์ทส่วนใหญ่มีหัวปลั๊กที่ใช้กับบ้านเราให้ยืม) 

  

โทรศัพท์ 

บริการโทรศัพท์ระหว่างประเทศ 008

คิดอัตราเดียวตลอด 24 ชั่วโมง ไม่มีการแบ่งภาคเวลา โดยอัตรา 008 จะขึ้นอยู่กับประเทศปลายทาง สามารถเลือกดูในแต่ละประเทศปลายทางที่ต้องการ 

การให้ทิป
การให้ทิปในมัลดีฟส์ เป็นเรื่องปกติในการให้ ถ้าบริการดีก็ควรให้ การให้ทิปแก่พนักงานโรงแรมหรือพนักงานเสริฟอาหารในรีสอร์ท ซึ่งจะให้ 10 ดอลลาร์ ต่อสัปดาห์ก็เพียงพอแล้ว หรือ บางรีสอร์ทอาจจะคิดเซอร์วิสชาร์จ 10 % รวมเข้าไป ซึ่งนั่นหมายความว่าไม่จำเป็นที่ต้องให้ทิปอีก

 

แหล่งช็อปปิ้ง

ตลาดสด อยู่ใกล้ๆกับตลาดปลา เป็นแหล่งรวมอาหารประเภทผักสด ผลไม้

Singapore Bazaar

ตลาดสิงคโปร์เป็นแหล่งรวมร้านค้าซึ่งขายสินค้านานาชนิดทั้งงานหัตถกรรมพื้นเมือง ผลิตภัณฑ์จากทะเล ของเก่า รวมถึงร้านขายอุปกรณ์ประมง และของตกแต่งบ้าน นอกจากนี้ยังมี ร้านน้ำชา อันเป็นสถานที่พบปะสังสรรของชาวมาเล่

 

อาหาร ขนมท้องถิ่น มัลดีฟส์ 

อาหารมัลดีฟส์ แบบดั้งเดิมจะขึ้นอยู่กับส่วนประกอบสามรายการหลักต่อไปนี้และเครื่องปรุงอื่นๆ

1. มะพร้าว

มะพร้าวจะใช้ในรูปแบบขูด คั้นให้ได้กะทิหรือเคี่ยวเป็นน้ำมันมะพร้าวสำหรับทอด Hunigondi เป็นอุปกรณ์พื้นบ้านของมัลดีฟส์ แบบดั้งเดิมที่ใช้ขูดมะพร้าว มันเป็นเก้าอี้เตี้ยทรงยาวกับใบมีดเหล็กเป็นซี่ ๆ ที่ส่วนปลาย (คล้ายกระต่ายขูดมะพร้าวของไทย) กะทิเป็นส่วนประกอบสำคัญในแกงหลายชนิดของมัลดีฟส์

2. ปลา

ปลาที่นิยมคือปลาทูน่าทั้งแห้งหรือสด ปลาที่ชื่นชอบอื่น ๆ จะได้แก่ปลา little tuny (latti) ปลาทูน่าเหลือง (kanneli) ปลาทูน่าฟริเกต (raagondi) bigeye scad (mushimas) wahoo (kurumas) and Mahi-mahi (fiyala) ปลาเหล่านี้สามารถรับประทานต้มหรือแปรรูป ปลาทูน่าแปรรูปอาจจะใช้ทั้งชิ้นหรือตัดแบ่ง ในการทำแกง ปลาดิบหรือปลาทูน่าแปรรูปถูกตัดออกเป็นชิ้นหนาขนาด 1/2 นิ้ว (13 มิลลิเมตร) ปลาทูน่าแห้งใช้เป็นหลักในอาหารที่เรียกว่า gulha kavaabu bajiyaa และ fatafolhi ชาวมัลดีฟส์ไม่ได้มีประเพณีการรับประทานปลาดิบ ซึ่งแตกต่างจากชาวหมู่เกาะแปซิฟิกส่วนใหญ่

3. แป้ง

แป้งที่นิยมบริโภค เช่นข้าวซึ่งต้มกินหรือบดเป็นแป้ง พืชหัวเช่นเผือก (ALA) มันเทศ (kattala) หรือมันสำปะหลัง (dandialuvi) เช่นเดียวกับผลไม้ เช่นสาเก (bambukeyo) ลำเจียกหรือเตยทะเล(kashikeyo) พืชหัวและสาเกจะต้มกิน ผลลำเจียกจะกินดิบหลังจากหั่นเป็นชิ้นบาง

 

อาหารท้องถิ่นมัลดีฟส์ เช่น

Gulha: เนื้อปลาที่นำมาปั้นห่อด้วยแป้งแล้วนำไปทอด มักรับประทานกับชา

Bajiyaa: เนื้อปลาแห้งทอดกับเครื่องเทศและมะพร้าวซึ่งห่อด้วยแป้งรูปสามเหลี่ยม 

 

แนะนำภัตตาคารอาหารใต้ทะเล

ภัตตาคารใต้น้ำ Ithaa (Ithaa Undersea Restaurant) เปิดบริการที่ Conrad Maldives Rangali Island ในมัลดีฟส์ ภัตตาคารแห่งนี้อยู่ลึกลงไปใต้มหาสมุทรอินเดียประมาณ 5 เมตร ซึ่งล้อมรอบด้วยแนวหินปะการังที่มีชีวิตชีวา ตัวภัตตาคารห่อหุ้มด้วยอคริลิคใสที่จะทำให้ผู้มารับประทานอาหารได้ชมวิวใต้ทะเลได้โดยรอบ 270 องศา

 

ช่วงเวลาที่เหมาะสมในเดินทางไปมัลดีฟท์
ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเดินทาง คือ ระหว่างเดือนธันวาคม ถึง เดือนเมษายน

 

การแสดงพื้นบ้านของมัลดีฟท์

Bodu Beru Music

เป็นหนึ่งในการแสดงพื้นเมืองที่ได้รับความนิยมมาก พบได้ตามหมู่เกาะที่มีคนพื้นเมืองอาศัยอยู่ การแสดงนี้เป็นการแสดงที่ผู้คนทุกวัยชื่นชอบ และเข้าร่วม อุปกรณ์การแสดงจะประกอบด้วยกลองสามหรือสี่อันซึ่งทำจากมะพร้าว มีนักร้องนำหนึ่งคนและผู้ร่วมวงร้องเสียงประสานอีกจำนวน 10 – 15 คน

 

Bandiyaa Jehun Dance

เป็นหนึ่งในการแสดงที่นิยมเช่นกัน โดยให้นักแสดงหญิงถือโถน้ำโลหะ ในขณะที่ทำการร้องเพลงซึ่งแต่งขึ้นก็จะทำการเคาะตามจังหวะด้วยนิ้วมือซึ่งสวมแหวนเบาๆ

 

สถานที่ท่องเที่ยว

แนะนำ รีสอร์ทต่าง ๆ ในหมู่เกาะมัลดีฟส์

คลับเมด คานิ (ดาว)

วิมานกลางมหาสมุทร รีสอร์ทที่คนไทยรู้จักมากที่สุด ห่างจากสนามบินมาเล่เพียง 25 นาที รีสอร์ทที่คุณใช้วันพักผ่อนแบบรวมทุกอย่างไว้ในราคาเดียว ไม่จำกัดในเรื่องเครื่องดื่ม อาหาร และกิจกรรมต่าง ๆ มากมาย และมีความสะดวกสำหรับลูกค้าคนไทย โดยทางรีสอร์ทจะมีเจ้าหน้าที่คนไทยคอยดูแลท่าน รวมทั้งมีครูฝึกในกิจกรรมต่าง ๆ ที่จะคอยแนะนำความปลอดภัยแก่ทุกท่าน และรอบเกาะจะสามารถพบเกาะจะพบกับแนวปะการังที่สวยงาม น้ำทะเลที่ใสเห็นตัวปลาชัดเจน ทำให้ท่านสามารถที่จะพักผ่อนบนเกาะสวรรค์อย่างมีความสุขยิ่ง

 

คลับ รานาลฮี รีสอร์ท ( 4 ดาว )

พิสูจน์ความน่าหลงใหลในมนต์เสน่ห์ของเกาะที่ล้อมรอบด้วยหาดทรายขาวสะอาด คลับรานาลฮีมีแนวหินปะการังใต้น้ำทะเลตื้นเขินที่ดึงดูดให้ผู้คนค้นหา ความงามใต้ท้องทะเล หรือสนุกกับกีฬาทางน้ำที่หลากหลายคุณจะสัมผัสกับความเป็นส่วนตัว และได้พักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงาม

 

พาราไดส์ ไอร์แลนด์ ( 5 ดาว )

พาราไดส์ ไอร์แลนด์ มีความโดดเด่นเป็นพิเศษด้วยการออกแบบบังกะโล กลางน้ำให้ดูสะดุดตา และพรั่งพร้อมด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน บนเกาะมีบริการชั้นเยี่ยม และมีร้านอาหารหลายแห่งที่มีไว้บริการท่านตามจุดต่างๆ รอบเกาะนอกจากนั้น คุณจะพบกับกิจกรรมที่หลากหลาย ทั้งกีฬาชายหาด และกีฬาทางน้ำที่ได้มาตรฐาน พร้อมศูนย์ดำน้ำขนาดใหญ่ ที่มีอุปกรณ์ดำน้ำคุณภาพเยี่ยม และครูฝึกที่มากด้วยประสบการณ์

 

ซันไอร์แลนด์ ( 5 ดาว )

เป็นรีสอร์ทที่ใหญ่ที่สุดในหมู่เกาะมัลดีฟส์ เต็มไปด้วยสิ่งที่น่าสนใจมากมายรอคอยให้ผู้คนไปค้นหา หากคุณกำลังมองหาเกาะที่เพียบพร้อมด้วยการบริการชั้นหนึ่งเฉกเช่นเมืองมหานครทั่วไป และเป็นที่ที่ผู้มาเยือนจากทุกประเทศทั่วโลกต่างเดินทางมาเพื่อพักผ่อนและหาความสนุก ได้ที่ ซันไอส์แลนด์

 

ลากูน่า บีช รีสอร์ท (ดาว)

ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของหมู่เกาะมาเล่ เอโทล ห่างจากเมืองหลวง (มาเล่) เพียง 40 นาที พร้อมกิจกรรมและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน คุณจะพบกับหาดทรายสีขาวทอดยาวและแนวปะการังที่รายล้อมรีสอร์ท สนุกสนานกับกีฬาทางน้ำและดื่มด่ำกับภาพประทับใจในยามอาทิตย์อัสดง ลากูน่า บีช รีสอร์ทคือสวรรค์ของผู้ที่ชื่นชอบทะเลและแสงอาทิตย์ ใกล้ชิดกับธรรมชาติ และฝูงปลานานาชนิด

ฟูลมูน บีช รีสอร์ท (ดาว)

อยู่ห่างจากสนามบินนานาชาติมาเล่เพียงไม่กี่กิโลเมตร ที่นี่คือที่ที่จะเติมความฝันของผู้คนทั่วโลก ด้วยบรรยากาศที่แตกต่างกับแบบฉบับของการพักผ่อนในสไตล์ มัลดีฟส์แบบดั้งเดิม เดินเท้าเปล่า และเอนกายบนหาดทรายขาวที่ทอดยาว พร้อมๆ กับความหรูหราและสะดวกสบายของ สิ่งอำนวยความสะดวก เฉกเช่น รีสอร์ทในระดับแนวหน้าด้วยภาพลักษณ์ที่ทันสมัยและการบริการแบบ 5 ดาว

 

การแสดง

แสดงระบำแคนดี้

 

สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ

มัลดีฟส์เกาะสวรรค์บนโลกมษุษย์
เกาะสวรรค์มัลดีฟส์ใครๆก็อยากจะไปสักครั้งหนึ่งในชีวิต เพราะว่ากันว่าอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้เกาะนี้ประเทศนี้จะจมหายไปในมหาสมุทรอินเดียแล้ว เนื่องจากมัลดีฟส์เป็นเกาะที่สูงจากน้ำทะเลเพียงเล็กน้อย มัลดีฟส์เป็นประเทศไม่ใช่เกาะของประเทศอื่น มัลดีฟส์ประกอบด้วยเกาะเล็กเกาะน้อยนับร้อยเกาะ แต่ละเกาะเดินทางรอบเกาะใช้เวลาไม่กี่นาที ยืนบนเกาะก็สามารถเห็นได้รอบเกาะ เกาะมัลดีฟส์น้ำใสมากๆ ปลาตัวโตๆ เห็นได้ริมชายหาดกันเลยทีเดียว มัลดีฟส์จึงเป็นเกาะสวรรค์บนโลกของเราที่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกฝันที่จะเดินทางมาเที่ยวที่นี่สักครั้งหนึ่งในชีวิต "มัลดีฟส์เกาะสวรรค์บนโลกมนุษย์"
เกาะมัลดีฟส์เป็นประเทศที่เต็มไปด้วยเกาะต่างๆนับร้อยเกาะ พื้นที่ความยาวจากเหนือจรดใต้ 820 กิโลเมตร จากตะวันออกจรดตะวันตก 120 กิโลเมตร แต่เป็นพื้นที่ดินรวมเพียง 300 ตารางกิโลเมตรมีจุดสูงสุดเพียง 2.3 เมตร ประกอบด้วยหมู่เกาะปะการัง 26 กลุ่ม (atoll) รวม 1,190 เกาะ มีประชากรอาศัยอยู่เพียงประมาณ 200 เกาะ และได้รับการพัฒนาเป็นโรงแรมสำหรับนักท่องเที่ยว 74 เกาะ ภูมิอากาศเป็นแบบเขตร้อนชื้น อุณหภูมิเฉลี่ย 27 – 30 C (18-90 F) ตลอดทั้งบีช่วงที่ปราศจากมรสุม ได้แก่ ช่วงเดือนธันวาคม – มีนาคม มัลดีฟส์เป็นประเทศที่มีภูมิประเทศโดดเด่น พื้นที่ของประเทศทั้งหมดประกอบด้วยน้ำถึงร้อยละ 97 ส่วนที่เป็นพื้นดิน คือเกาะต่างๆ ที่เกิดจากการทับถมของแนวปะการัง เกาะเหล่านี้วางตัวเรียงรายกันคล้ายวงแหวน เรียกว่า Atoll* ซึ่งรวมแล้วมัลดีฟส์มีอะทอลวางตัวในแนวเหนือใต้ทั้งหมด 26 อะทอล โดยทั้ง 26 อะทอลแบ่งย่อยเป็นระบอบการปกครองได้ 19 เขตการปกครอง และ 1 เขตการปกครองพิเศษ คือ มาเล่ ซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศ ในบรรดาเกาะทั้ง 1,190 เกาะของมัลดีฟส์ มีเพียง 200 เกาะเท่านั้นที่มีคนอยู่อาศัย บางเกาะอาจเป็นที่ตั้งของรีสอร์ทใดรีสอร์ทหนึ่งกินบริเวณทั่วทั้งเกาะ เกาะคานิ คานิเป็นเกาะที่มีต้นไม้นานาพรรณที่โดดเด่นอยู่กลางมหาสมุทรอินเดีย ราวกับว่ารีสอร์ทแห่งนี้ผลุดโผล่มาจาก ใต้ทะเลขึ้นมายืนโดดเด่นข้างหาดทรายขาว ที่แห่งนี้จึงเหมาะยิ่งนักสำหรับผู้ที่มองหากลิ่นอายของความ โรแมนติคและ ผู้ที่ชื่นชอบการดำน้ำ แนวปะการังที่สั่นไหวไปตามแรงกระเพื่อมของน้ำใต้มหาสมุทรและสีสันตระการตาของบรรดาสัตว์และพืช ใต้น้ำถือเป็นประสบการณ์สุดยอดในวันหยุดที่มิอาจลืมเลือน พร้อมต้อนรับท่านด้วยห้องลากูนสวีทและบีชวิลล่า กล่าวได้ว่าคานิเป็นที่พักผ่อนที่ดีสุดบนโลกใบนี้สำหรับคู่ฮันนีมูนหรือคู่รักที่ท่องเที่ยวด้วยความหวานชื่นได้โดย ไม่ต้องมีข้อกังขาใดๆ เจ้าเกาะคานิแห่งนี้เป็นเกาะที่คลับเมดเขาเช่าเพื่อทำเป็นรีสอร์ทสุดหรูหรา ตามแบบฉบับของคลับเมท (คลับเมทเป็นของฝรั่งเศส มีรีสอร์ทอยู่ทั่วโลกรวมทั้งไทยที่ภูเก็ตที่จะรวมทุกอย่างขายอยู่ในเพ็กเกทเรียบร้อย ตั้งแต่การเกินทางตั้งแต่ขึ้นเครื่องบิน อาหารการกินบนเกาะ ทั้งเครื่องดื่ม เหล้า เบียร์ ไวน์ อาหารต่างๆ แบบคุณภาพ นี่คือแบบฉบับของคลับเมด คลับ เมด คานิตั้งอยู่ในหมู่เกาะมัลดีฟส์กลางมหาสมุทรอินเดียทางตอนตะวันตกเฉียงใต้ของศรีลังกา อยู่ห่างจากเมืองหลวงซึ่งมีชื่อว่ามาเลประมาณ 20 กม. ใช้เวลา 20 นาที ก็จะถึง เมื่อถึงแล้วเขาจะต้อนรับเราด้วยเครื่องดื่มwelcome drink และตั้งแต่นาทีนี้ไปทุกอย่างฟรีตลาดบนเกาะแห่งนี้ เนื่องจากเราไปเที่ยวมัลดีฟส์ที่เกาะคานิเดินรอบเกาะ 20 นาทีก็รอบเกาะแล้ว ดังนี้จึงมีกิจกรรมต่างๆมากมายเช่น วิลเซิร์ฟ วอลเล่ย์บอลชายหาด ดำน้ำดูประการัง เรือใบ ซึ่งแน่นอนทุกอย่างฟรี แต่หากต้องการไปเที่ยวที่อื่นๆก็มีบริการรทัวร์แบบครึ่งวัน หรือเต็มวันก็ได้ เช่นนั่งเครื่องบินชมรอบเกาะต่างๆของมัลดีฟส์ ซึ่งการซื้อทัวร์เที่ยวแบบนี้ต้องเสียเงินเพิ่มเอง ที่เกาะคานิช่วงกลางคืนก็มีกิจกกรรมสนุกๆทั้งคืน มีโชว์ต่างๆ ที่เหล่าบรรดา Staff ของคลับเมดจะมาแสดงให้เราชม มีดนตรี มีการเต้นรำบนฟลอร์ตามแบบฉบับของฝรั่งเศส และแน่นอนที่สุด ทุกอย่างที่บาร์ฟรี เหล้าเบียร์ ทุกอย่างไม่อั้น ช่วงเวลากลางคืนที่แสนสนุกแบบนี้ยาวไปถึงตีหนึ่ง ที่เรียกว่าเกาะสวรรค์มัลดีฟส์ไม่ได้กล่าวเกินไปเพราะว่าที่มัลดีฟส์ น้ำทะเลรอบเกาะใสมากๆ เราสามารถเดินเอาไฟฉายไปฉายดูปลาตัวโตๆชายหาดได้ โดยเฉพาะที่ระเบียงกิจกรรมกลางคืน เรามองเห็นปลาฉลามเป็นฝูงว่ายน้ำมาทักทายเรา มาเล่เมื่อหลวงที่มีเสน่ย์ของมัลดีฟส์ มาเล่กว้าง 1 กิโลเมตร ยาว 2 กิโลเมตร เดินด้วยเท้าไม่กี่นาทีก็รอบเกาะแล้ว ที่เมืองหลวงมีจุดที่น่าสนใจคือตลาดปลา ตลาดสดของชาวมัลดีฟส์ เพราะจะมีชาวประมงมาขายปลากันอย่างคึกคัก นอกจากตลาดปลาแล้วตลาดผัก ผลไม้ก็ดูคึกคักได้เห็นความเป็นอยู่ของชาวมัลดีฟส์อย่างแท้จริง

 

แหล่งท่องเที่ยวใน มัลดีฟส์

มาเล่ 

ตั้งอยู่ในอะทอลคาฟู (Kaafuu Atoll) หรือบ้างเรียกว่าอะทอลมาเล่ เป็นเกาะขนาด 2 ตารางกิโลเมตร ที่ตั้งของเมืองมาเล่ เมืองหลวงของสาธารณรัฐมัลดีฟส์ มาเล่เป็นทั้งศูนย์กลางการเมืองการปกครอง ธุรกิจการค้า และศาสนาวัฒนธรรมของประเทศ ทว่าผู้คนในมาเล่ซึ่งส่วนใหญ่เป็นมุสลิมยังคงใช้ชีวิต อย่างเรียบง่ายและยึดมั่นในศาสนา บรรยากาศในเมืองจึงค่อนข้างแตกต่างจากเกาะอื่นๆ ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งรีสอร์ทหรือสถานบันเทิงต่างๆ

 

Islamic Centre

ศูนย์กลางศาสนาอิสลามหรือมัสยิดกลางเป็นเหมือนศูนย์รวมทางจิตใจของชาวมาเล่ และถือเป็นสถาปัตยกรรมที่สำคัญที่สุดของเกาะ พื้นที่ภายในมัสยิดสามารถจุคนได้ถึง 5,000 คน ส่วนมินาเร็ทหรือหอสูงสำหรับแจ้งเวลาสวดมนต์ ด้านข้างนั้นสูงโดดเด่น สามารถมองเห็นได้ตั้งแต่เรือ ยังเดินทางมาไม่ถึงชายฝั่งของเกาะ ภายในตกแต่งด้วยไม้แกะสลัก และ ลวดลายตัวอักษรอาราบิกที่สวยงาม

เปิดให้เข้าชมเวลา 09:00 - 17:00 น. ผู้เข้าชมต้องแต่งกายสุภาพ ชายสวมกางเกงขายาว หญิงสวมชุด กรอมเท้าบ่าและแขนมีผ้าปิดมิดชิด

 

Hukuru Miskiiy (Old Friday Mosque)

เป็นมัสยิดเก่าแก่ที่สุดในประเทศ สร้างขึ้นราวปี 1656 ลักษณะภายนอกของมัสยิดอาจดูไม่โดดเด่น แต่ผนังด้านในสร้างขึ้นจากซากปะการังและแกะสลักลวดลายแบบอิสลาม อย่างสวยงาม ผนัง กรอบประตู และกรอบหน้าต่างของมัสยิดสร้างขึ้นจากไม้ชนิดต่างๆ อาทิ ไม้สัก ไม้จันทร์ และ เร้ดวูด นอกจากนี้ภายในยังประดับตกแต่งด้วยเครื่องไม้ลงแล็กเกอร์ ฝีมือช่างชาวมัลดีเวียน มัสยิดแห่งนี้เป็น ที่ฝังศพของสุลต่าน ขุนนางชั้นสูง และบุคคลสำคัญของมัลดีฟส์

การเข้าชมภายในอาจต้องขออนุญาตจากกระทรวงกิจการอิสลาม สอบถามข้อมูลโทร (096) 332-2266

 

Esjehi Gallery

ที่ตั้งแกลเลอรี่เอสเจฮิถือได้ว่าเป็นตึกเก่าแก่ที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในมาเล่ สร้างขึ้นตั้งแต่ราวปี ค.ศ. 1870 เดิมเป็นบ้านขุนนาง ปัจจุบันถูกใช้เป็นที่แสดงงานศิลปะ ทั้งศิลปะร่วมสมัยและศิลปะพื้นเมืองของมัลดีฟส์ ซึ่งตั้งอยู่ที่ถนน Medhuziyaaraiy Magu

 

National Musem

พิพิธภัณฑ์แห่งชาติมัลดีฟส์จัดแสดงศิลปวัตถุโบราณวัตถุที่สำคัญ อาทิ สมบัติและของใช้ส่วนพระองค์ ของอดีตสุลต่าน อาวุธ งาน ปักผ้าฝีมือชาวมัลดีเวียน รวมถึงศิลปะการแกะสลักหินของชาวมุสลิม และโบราณวัตถุซึ่งนักโบราณคดี Thor Heyerdahl รวบรวมมาจากทั่วประเทศ

ตั้งอยู่ที่ถนน Medhuziyaaraiy Magu โทร. (960) 332-2254 เปิดให้เข้าชมทุกวันอาทิตย์-พฤหัสบดี เวลา 08:00-18:00 น.

 

Medhu Ziyaaraiy

ชาวมัลดีฟส์มีตำนานเล่าขานว่า ในสมัยโบราณ ชาวมัลดีฟส์จะต้องนำสาวพรหมจรรย์ไปบูชายัญต่อเทพเจ้า Rannamaari แห่งท้องทะเลทุกเดือน เพื่อให้เทพเจ้าพอใจจนต่อมามีชาวอาหรับชื่อ Abu-al-Barakath เดินทางเข้ามาและช่วยไล่เทพเจ้าที่ดุร้ายไปได้ด้วยการอ่านพระคัมภีร์อัลกุรอานให้ฟัง ชาวมัลดีฟส์ จึงยึดมั่นในศาสนาอิสลามนับแต่นั้นมา

 

Medhu Ziyaarai สร้างขึ้นเพื่ออุทิศแก่ Al-Sheikh-Abu-al-Barakath Yusuf al Barbaree นักปราชญ์ ชาวโมร็อกโคผู้ก่อตั้งศาสนาอิสลามในมัลดีฟส์ เป็นสถานที่หนึ่งที่ไม่ควรพลาด

 

Theemuge

สถานที่พำนักของประธานาธิบดีแห่งมัลดีฟส์และครอบครัว เป็นอาคารสมัยใหม่ที่สวยที่สุดอาคารหนึ่ง ในมัลดีฟส์

 

Mulee-aage

เป็นอาคารที่ผสมผสานสถาปัตยกรรมยุคใหม่และสถาปัตยกรรมแบบอิสลามได้อย่างลงตัว เดิมเป็นวังเก่าของสุลต่าน สร้างขึ้นโดยสุลต่าน Shamsudheen III ในช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่ 1 หลังจากมัลดีฟส์ ล้มเลิกระบบสุลต่าน Mulee-aage กลายเป็นที่พำนักของประธานาธิบดี จนกระทั่งที่พำนักแห่งใหม่สร้างแล้วเสร็จ

 

กิจกรรมที่น่าสนใจบนเกาะมัลดีฟส์

ที่มัลดีฟส์

- นอนพักผ่อน

ถือว่าเป็นกิจกรรมการเติมพลังกายและพลังใจได้อย่างดีเลยทีเดียว ที่มัลดีฟเนี่ย แค่นอนดูท้องฟ้า ดูทะเลสวย ๆ แค่นี้ก็สวรรค์แล้ว

 

- ดำน้ำดูปะการัง

เป็นกิจกรรมที่ไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง การดำน้ำก็จะมีทั้งดำน้ำลึกและดำแบบผิวน้ำ โดยเฉพาะการดำน้ำลึกจะทำให้เห็นความสวยงามของปะการังและสัตว์ทะเลอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ที่มัลดีฟส์ยังมีจุดดำน้ำที่เป็นซากเรืออับปางที่กลายมาเป็นแนวปะการังอยู่หลายจุดด้วยกัน แต่ในการดำน้ำลึกเราก็ต้องผ่านการฝึกมาอย่างดีและต้องมีใบอนุญาติไปแสดงด้วย ส่วนการดำผิวน้ำก็ไม่ต้องมีใบอนุญาติ แต่อาจจะต้องมีการทดสอบความพร้อมของร่างกายก่อนลงน้ำอยู่บ้าง

 

- ออกกำลังกายริมชายหาด

นอกจากกิจกรรมในทะเลแล้วที่มัลดีฟส์ยังมีกิจกรรมริมชายหาดอีกด้วยเช่น วอลเล่ย์บอลชายหาด, การเต้นแอโรบิคในสระน้ำ, เล่นบอลในสระน้ำ ฯลฯ โดยจะมีเจ้าหน้าที่ของทางเกาะมาอำนวยความสะดวกและร่วมเล่นเกมต่าง ๆ กับเราด้วย เป็นกิจกรรมที่น่าสนใจทีเดียวสำหรับผู้ที่ชอบบรรยากาศทะเลแต่ไม่ชอบลงเล่นน้ำทะเล

 

- เล่นวินเซิร์ฟหรือเรือใบ

ในส่วนของวินเซิร์ฟ ทางเกาะจะมีครูฝึกสอนให้ สำหรับผู้ที่ตั้งใจจะไปลองเล่นก็ควรจะนัดจองครูฝึกล่วงหน้าก่อน ส่วนการเล่นเรือใบก็จะง่ายขึ้นมาหน่อยโดยสามารถเล่นได้โดยไม่ต้องมีครูฝึกก็ได้

 

- นั่งเครื่องบินชมทิวทัศน์บนเกาะมัลดีฟส์

 

สิ่งที่ไม่ควรปฎิบัติเมื่ออยู่ในมัลดีฟส์

-   ไม่ควรนำทราย หอย ปะการัง ปลาทะเล และสิ่งที่อยู่ในธรรมชาติออกจากมัลดีฟส์
-   ไม่ควรนำทราย หอย ปะการัง ปลาทะเล และสิ่งที่อยู่ในธรรมชาติออกจากมัลดีฟส์
-   การเปลือยกายในที่สาธารณะ เป็นเรื่องผิดกฎหมาย
-   ไม่ควรตกปลาในบริเวณที่พัก หากชื่นชอบกีฬาตกปลา ควรติดต่อขอข้อมูลจากทางรีสอร์ท
-   สุภาพสตรีไม่ควรสวมสายเดี่ยว เกาะอก กางเกงขาสั้นเที่ยวในเมืองมาเล่ เนื่องจากในเมืองเคร่งครัดเรื่องศาสนา ผู้หญิงท้องถิ่นจะแต่งกายมิดชิดมาก
-   อาหาร เกือบทุกรีสอร์ทจะรวมค่าอาหารแบบบุฟเฟ่ต์ อาหารส่วนใหญ่ก็จะมีทั้งแบบเอเซีย และตะวันตก สลับกันไป ถ้าขาดรสชาติแบบไทยๆ ไม่ได้ ก็สามารถนำ น้ำพริก ซอสพริก น้ำจิ้มซีฟู้ด บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ติดตัวไปได้ตามชอบใจ 
   
-   ศุลกากร ไม่อนุญาตให้นำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาเสพติด สื่อสิ่งพิมพ์ลามก และอาวุธเข้าประเทศ ส่วนบุหรี่ก็เตรียมไปได้ตามความเหมาะสม 
-   ห้ามนำเข้า วัตถุที่สื่อถึงการต่อต้านศาสนาอิสลาม วัตถุบูชา หนังสือ สิ่งพิมพ์ลามก ยาที่ออกฤทธิ์ทำให้ง่วง หมู 
-   ดำน้ำแบบ Scuba ต้องมีบัตรดำน้ำ ถ้ามี Log book ควรนำไปด้วย ร้านดำน้ำส่วนใหญ่นอกจากตรวจบัตรแล้วยังจะให้ทดสอบ Test dive การดำ Scuba ด้วย อุปกรณ์ดำน้ำถ้ามีก็ติดไปด้วยจะได้ไม่ต้องเสียค่าเช่าเพิ่ม
   

 

ข้อแนะนำสำหรับการดำน้ำในมัลดีฟส์

-   สำหรับท่านที่ต้องการดำน้ำ Scuba แบบต้องมีบัตรดำน้ำและสมุดบันทึกติดตัวไปด้วย และบันทึกการดำน้ำในหนังสือเข้าสู่ระบบภายใน 3-4 เดือน เพราะทุกรีสอร์ทจะให้การทดสอบดำน้ำมีเพื่อความปลอดภัยก่อนส่วนประเภทมีชีวิตอยู่บนเรือ (Safari)
   
-   ระดับการดำน้ำในมัลดีฟส์ท่านควรจบหลักสูตรแอดวานซ์เปิดน้ำเพราะจุดดำน้ำส่วนใหญ่อยู่ในระดับ 8-30 เมตรหากท่านจบหลักสูตรเปิดน้ำก็สามารถดำได้เช่นกัน แต่จะไม่สามารถลงในจุดที่ลึกกว่า 18 เมตรตามหลักสูตรที่เรียนมา และจะมีการเปลี่ยนจุดดำน้ำทุกวัน
   
-   ดำน้ำสนุกราคาโดยทั่วไปประมาณ 40-50 USD ต่อ 1 ดำน้ำไม่รวมอุปกรณ์ส่วนค่าเช่าอุปกรณ์ทั่วไปประมาณ 30-40 USD ต่อวันรวมถึงคอมพิวเตอร์ดำน้ำ
-   ผู้ที่ต้องการเน้นการดำน้ำโดยเฉพาะควรพักอยู่ในกลุ่มอะทอลล์ 'ชายเว็บไซต์ดำน้ำเพราะมีปะการังมากกว่าอื่น ๆ และการเดินทางเข้ารีสอร์ทง่ายโดยเรือเร็วเรือได้เลยในวันแรกถ้าเป็นรีสอร์ทอะทอลล์ในอื่น ๆ ที่ไกล ออกไปจะต้องเสียเวลานอนในเมืองมาเล่ 1 คืนก่อนขึ้นเครื่องบิน หากเคยดำน้ำในกลุ่มนี้แล้วอีกกลุ่มที่แนะนำคือกลุ่มที่พักในAtoll อารีย์ซึ่งเว็บไซต์ดำน้ำมีที่น่าสนใจเช่นกัน
   

 

********************************

ข้อมูลการท่องเที่ยว ประเทศ ศรีลังกา

 

การเตรียมตัวก่อนการเดินทาง

1. ช้อนกินข้าวทุกอย่างที่ศรีลังกาใช้มือรับประทานแนะนำเป็นช้อนที่ไม่ใช้ส้อมเพราะอาจจะไม่ผ่านตอนตรวจได้ ทุกที่ต้องใช้มือหมดยกเว้นถ้าที่โรงแรมจะมีช้อนให้แนะนำนำติดตัวไปด้วยก็จะดีมาก

2. ร่มหรือเสื้อกันฝนเพราะที่นั่นฝนตกค่อนข้างบ่อย เอาหมวกกันแดดเพราะที่โพลอนนารูวาก็ร้อนมากๆ

3. สเปรย์กันยุงหรือแบบครีมทาก็ได้ เพราะที่นั่นค่อนข้างยุงเยอะมากจะได้เกิดการเจ็บป่วยระหว่างการเดินทาง

4. มาม่าคัพ หมูหยอง หรือน้ำพริกก็ได้เพราะเผื่ออาหารไม่ถูกปากและที่นั่นจะมีเอาไปกับข้าวแบบศรีลังกาที่เป็นห่อๆ สามารถทานได้เลย

5. กล้องถ่ายรูปรวมไปถึงครีมกันแดดเพราะที่นั่นแดดร้อนมาก

 

Visa

เอกสารการยื่นวีซ่า

- หนังสือเดินทางที่เหลืออายุการใช้งานอย่างน้อย 6 เดือน

- แบบฟอร์ม + รูปถ่ายสีขนาด 2 นิ้ว2 รูป

- จดหมายรับรองการทำงาน

- หนังสือเชิญ

- สำเนาบัตรประชาชน

- ทะเบียนบ้าน

- รายละเอียดของการจองตั๋วเครื่องบินไป-กลับประเทศศรีลังกา

**คนไทยสามารถเข้าประเทศศรีลังกาโดยไม่ต้องขอวีซ่าแต่อยู่ได้ไม่เกิน 30 วัน กรณีเดินทางเข้าไปท่องเที่ยว**

  

ข้อมูลทั่วไป

เมืองหลวง: โคลัมโบ

ที่ตั้งอาณาเขต

ที่ตั้ง เป็นเกาะในมหาสมุทรอินเดีย อยู่ทางตอนใต้ของอินเดียประมาณ 80 กิโลเมตร โดยมี Gulf of Mannar และช่องแคบ Palk 
คั่นกลาง อาณาเขต 
ทิศเหนือและตะวันออกจรดอ่าวเบงกอล 
ทิศใต้และทิศตะวันตกจรดมหาสมุทรอินเดีย
พื้นที่ มี 9 จังหวัด รวมพื้นที่ทั้งหมด 65,610 ตารางกิโลเมตร (25,332 ตารางไมล์ ขนาดเท่ากับภาคกลางของประเทศไทย)

 

ลักษณะภูมิประเทศ

เป็นเกาะใหญ่เป็นอันดับที่ 24 ของโลก มีรูปร่างคล้ายหยดน้ำ ตั้งอยู่ในมหาสมุทรอินเดีย ห่างจากเส้นศูนย์สูตร 550  ไมล์ หรือ 880 กิโลเมตร ตั้งอยู่ห่าง จากจุดใต้สุดของสาธารณรัฐอินเดียเพียง 28 ไมล์ หรือ 35 กิโลเมตร

พื้นที่ของสาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกา แบ่งออกเป็น 2 เขตคือ

  1. เขตชุ่มชื้น ได้แก่ บริเวณภาคตะวันออกเฉียงใต้ทั้งหมด มีฝนตกมากกว่า 1,905 มิลลิเมตรต่อปีในที่สูงกว่า 3,750 มิลลิเมตร ฤดูแล้งสั้นประมาณ 1 – 3 เดือน อันได้แก่ภาค ตะวันออกเฉียงใต้ มีอุณหภูมิในที่ราบ 27 องศาเซลเซียสพิสัยน้อยกว่า 3 องศาเซลเซียส เขตชุ่มชื้นนี้มีฝนตกหนักช่วงเดือนพฤษภาคมถึงเดือนตุลาคม และฝนตกน้อยช่วงเดือน มกราคมถึงกุมภาพันธ์ ประชาชนประกอบอาชีพด้วยการปลูกข้าว ยางพารา ชา กาแฟ และมะพร้าว
  2. เขตที่ราบ ได้แก่ บริเวณชายฝั่งตะวันออกทั้งหมด และชายฝั่งทะเลด้านตะวันตก โคลัมโบ พื้นที่มีทั้งที่ราบสูงและที่ราบต่ำ เหมาะแก่การเพาะปลูกยางพารา ข้าว ชา โกโก้ เป็นต้น 

ลักษณะภูมิอากาศ

อากาศแบบเมืองร้อน ฝนตกชุกในช่วงมรสุมซึ่งมี 2 ช่วง คื อมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ (ตุลาคม– มกราคม) ฝนตกในภาคตะวันตกภาคใต้และภาคกลางของประเทศและมรสุมตะวันตกเฉียงใต้(พฤษภาคม-สิงหาคม) ฝนตกในภาคเหนือและตะวันออกของประเทศ

  • กรุงโคลัมโบ อุณหภูมิเฉลี่ย 27 องศาเซลเซียส
  • เมืองแคนดี อุณหภูมิเฉลี่ย 20 องศาเซลเซียส
  • ช่วงอากาศร้อน ( มีนาคม – มิถุนายน ) อุณหภูมิเฉลี่ย 35 องศาเซลเซียส 
  • ช่วงอากาศเย็น ( พฤศจิกายน – มกราคม ) อุณหภูมิเฉลี่ย 27 องศาเซลเซียส

ประชากร

จำนวนประชากรในประเทศศรีลังกา มีจำนวนประมาณ 19.4 ล้านคน (สถิติในปี 2551) ประกอบด้วยชาวสิงหล ร้อยละ 74 ชาวทมิฬ ร้อยละ 18 ประชากรมุสลิม (แขกมัวร์และชาวมาเลย์) ร้อยละ 7 และอื่น ๆ ร้อยละ 1 ความหนาแน่นของประชากร ศรีลังกามีความหนาแน่นประชากร 298 คน ต่อตารางกิโลเมตรมีการกระจายของประชากรไม่สม่ำเสมอ โดยประชากรจะหนาแน่นมากที่ด้านราบชายฝั่งตะวันตก และจะเบาบางในเขตภูเขา และชายฝั่งตะวันออก

 

ศาสนา

ประเทศศรีลังกามีการนับถือศาสนาที่หลากหลาย แต่ประชากรส่วนใหญ่นับถือพุทธศาสนา คือร้อยละ 69.3 รองลงมาคือศาสนาฮินดู ร้อยละ 15.5 ศาสนาอิสลาม ร้อยละ 7.6% คริสต์ศาสนา ร้อยละ 7.5 และผู้ที่นับถือศาสนาอื่น ๆ อีกร้อยละ 0.1 ศาสนาพุทธในประเทศศรีลังกา พระพุทธศาสนาเข้ามาสู่ประเทศลังกาเมื่อ พ.ศ. 236 ในรัชสมัยของพระเจ้าเทวานัมปิยติสสะ ทรงเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา จนพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรืองอยู่ในลังกา และได้เสื่อมถอยจากลังกา เนื่องจากการเข้ารุกรานของชาติตะวันตก ได้แก่ ฮอลันดา และอังกฤษ ต่อมาภายหลังพุทธศาสนาได้รับการฟื้นฟูอีกครั้ง โดยได้นิมนต์พระสงฆ์ชาวไทยไปเผยแผ่และในขณะเดียวกันก็ได้เกิดนิกายอมรปุรนิกายจากพระชาวลังกาที่ไปอุปสมบทจากประเทศพม่า และรามัญนิกาย ไปอุปสมบทจากเมืองมอญ พุทธศาสนาได้เจริญรุ่งเรือง และเป็นพื้นฐานของวัฒนธรรมลังกา เป็นศาสนาประจำชาติ มีอิทธิพลต่อวิถีชีวิตคนลังกามาก

  

ความสำคัญและอิทธิพลของพุทธศาสนาต่อสังคมลังกา

ความสำคัญของพุทธศาสนาที่รองรับโดยกฎหมายของรัฐที่มีอยู่สูงมาก เช่น ในกฎหมายสิงหลโบราณว่า "ผู้ทำลายเจดีย์และต้นโพธิ์ กับผู้ที่ปล้นสะดมทรัพย์ของศาสนามีโทษถึงตาย" กฎหมายนี้ใช้บังคับชาวศรีลังกาทุกระดับชั้น รวมถึงชาวต่างชาติด้วย และคงมีการบังคับใช้มานานแล้ว ตั้งแต่รัชกาลพระเจ้าเอลระ ซึ่งเป็นชาวทมิฬ ในพุทธศตวรรษที่ ความสำคัญต่อสังคมและวัฒนธรรม รวมถึงการดำเนินชีวิต อิทธิพลทางด้านการเมืองการปกครอง พระภิกษุมีบทบาทอย่างมาก พระภิกษุมีความผูกพันกับประชาชนและชนชั้นปกครองอย่างใกล้ชิด จึงมีบทบาทหลายประการ

 

ภาษา

ในประเทศศรีลังกานั้นใช้ภาษากัน 3 ภาษาด้วยกันคือ ภาษาสิงหล ภาษาทมิฬ และภาษาอังกฤษ โดยใช้ ภาษาสิงหลเป็นภาษาราชการ ภาษาอังกฤษใช้ติดต่อสื่อสารเป็นภาษากลาง

 

สกุลเงิน

สกุลเงินของศรีลังกาคือรูปี

 

เวลา

โคลัมโบเวลามาตรฐานโลก +5:30 ช้ากว่าไทยประมาณ 1 ชั่วโมง

 

ช่วงเวลาที่ควรไปเที่ยวประเทศศรีลังกา

- เวลาที่เหมาะสมในการเดินทาง ฤดูร้อนอยู่ระหว่างเดือนธันวาคม - เมษายน ในเดือนกุมภาพันธ์ - เมษายน อากาศจะร้อนและแห้งที่สุด นักท่องเที่ยวที่ชอบแสงแดดจะมาในช่วงนี้เป็นจำนวนมาก แม้จะมีฝนตกบ้างแต่ก็ไม่มากและความชื้นก็ไม่สูงไป ส่วนเดือนพฤษภาคม - พฤศจิกายน เป็นฤดูที่ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดผ่าน ก็ถูกจัดว่าเป็นช่วงเวลาที่มีความพิเศษ เพราะเชื่อกันว่าเป็นระยะเปลี่ยนผ่านของลมมรสุมซึ่งจะทำให้น้ำทะเลใสเป็นพิเศษ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดำน้ำโดยเฉพาะ และช่วงนี้มีพายุฝนกระหน่ำอยู่บ่อยๆ ราคาค่าที่พักจะถูกมากเหมาะกับคนอยากมาเที่ยวแต่งบน้อย


ระบบไฟฟ้า

- ไฟฟ้า ระบบไฟฟ้าในศรีลังกา เป็นระบบไฟฟ้า 230 V 50 Hz D/G/M และรูปแบบปลั๊กขากลม 3 ขา แต่ว่าควรมี Adapter ติดตัวไปด้วย บางครั้งก็มีการดับไฟเพื่อเป็นการประหยัดด้วย

 

การโทรศัพท์ในศรีลังกา

การซื้อเบอร์โทรศัพท์มือถือ และอินเตอร์เน็ทในศรีลังกา ใครที่มาศรีลังกา ไม่ต้องกังวลเรื่องโทรศัพท์มือถือหรืออินเตอร์เน็ท ที่นี่เขามีผู้ให้บริการระบบมือถือกับอินเตอร์อยู่ประมาณ 4 บริษัท ก็มี ไดอะล๊อก (Dialog), แอร์เทล (Airtel), ฮัทช์ (Hutch), และ ศรีลังกาเทเลคอมโมบิเทล (Srilanka Telecom Mobitel)  อาจจะมีบริษัทอื่นอีก แต่ที่เห็นป้ายทั่วไปมีแค่นี้ ระบบมือถือโดยทั่วไปเป็นระบบเหมือนของไทย มือถือจากไทยสามารถใช้ได้กับซิมที่นี่ แค่มาซื้อ Simcard ก็ใช้ได้เลย 3G ก็เริ่มมีใช้ แต่ไม่มีรายละเอียดมาเสนอค่ะ
Dialog เป็นระบบมือถือกับอินเตอร์เน็ทที่คนใช้มากที่สุด มีสาขาเยอะที่สุด
Dialog ราคาขั้นต่ำก็อยู่ที่ 400 Rp มีค่าเปิดเบอร์ 150 Rp จะเปิดเบอร์มือถือใหม่ เขาจะขอ copy passport ด้วยนะ ทำเหมือนเมืองไทย คือคนต่างชาติเปิดมือถือ ต้องขอ copy passport ค่าโทรในประเทศค่อนข้างถูก แต่ถ้าโทรต่างประเทศละก้อแพงสุด
สำหรับอินเตอร์เน็ท ก็เหมือนบ้านเรา เราสามารถใช้ air card ของเมืองไทยมาใช้กับซิมอินเตอร์เน็ทได้ที่นี่ การเปิดซิมอินเตอร์เน็ทก็เหมือนซิมมือถือ คือต้องใช้ copy passport เหมือนกัน การให้บริการมีทั้งแบบเติมเงิน (Prepaid) กับรายเดือน (Postpaid)
สำหรับแบบเติมเงิน ที่คุ้มก็ราคาก็ 400 Rp ใช้ได้ 7 วันตลอด 24 ชั่วโมง ความเร็วก็ประมาณ 1 GB แต่ก็ยังมีแบบอื่นระยะสั้นอีก ราคาตั้งแต่ 20 Rp ขึ้น ส่วนแบบรายเดือนก็คงสำหรับผู้ที่อาศัยที่ศรีลังกาเลย ต้องมีค่ามัดจำอีก 5000 Rp ค่ารายเดือน 1500 Rp แต่ชั่วโมงใช้งานไม่จำกัด

 

การติดต่อสื่อสารจากไทยไปศรีลังกา

กด 008 + รหัสประเทศ + รหัสเมือง / รหัสโทรศัพท์เคลื่อนที่ + เลขหมายปลายทาง

  

แหล่งช็อปปิ้ง

ร้านค้าและห้างสรรพสินค้าที่ขาย เสื้อผ้า เฟอร์นิเจอร์แต่งบ้านและเครื่องประดับ ได้แก่ 

Fashion House – ตั้งอยู่ที่โคลัมโบ ที่ 28 Duplication Road, Colombo 4 เมืองหลวงของประเทศศรีลังกา เป็นสถานที่ซึ่งมีเสื้อผ้าสำเร็จรูปหลากหลายแบบให้เลือกซื้อ ทั้งเสื้อผ้าวัยรุ่นและเสื้อผ้าสำหรับผู้ใหญ่ซึ่งเป็นทั้งสวมใส่สบายและสวมใส่อย่างเป็นทางการ 

ODEL - เป็นอีกสถานที่หนึ่งซึ่งนักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมาช้อปปิ้งเนื่องจากมีราคาถูก 

PARADISE ROAD – เป็นสถานที่ขายเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้าน สินค้าทำมือต่างๆ 

CRESCAT BOULEVARD - ตั้งอยู่ที่89 Galle Road, Colombo 3 เป็นห้างสรรพสินค้าที่มีสินค้ามากมายให้เลือกซื้อ

Ibrahim Jewelry – เป็นสถานที่ขายเครื่องประดับ จิวเวอร์รี่ต่างๆมากมาย 

 

อาหาร

อาหารการกินศรีลังกา

 

อาหารศรีลังกามีความหลากหลายเนื่องจากเป็นการรวมเอาอาหารของต่างชาติซึ่งมีอิทธิพลกับประเทศศรีลังกา ทั้งโปรตุเกส ดัตช์ อังกฤษ รวมทั้งอินเดีย อาหรับ มาเลย์ และมัว ในหนึ่งมื้อนั้นก็จะมีข้าว แกง ผัก รับประทานกับของคั่วกรอบอย่าง ปาปาดัม และมัลลัม ซึ่งเป็นผักหั่นผสมกับเนื้อมะพร้าวแล้วนำไปผัดจนแห้ง และมีฮอดดา การรับประทานอาหารคนศรีลังกาจะรับประทานข้าวด้วยมือ ชาวศรีลงกาจะรับประทานอาหารโดยตักข้าวใส่จานและตักแกงมาคลุกทำเป็นก้อนพอคำ และใช้มือหยิบเข้าปาก การทำอาหารแต่ละชนิดจะมีวิธีการปรุงที่แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ และเนื่องจากศรีลังกามีมะพร้าวอยู่มาก ดังนั้นชาวศรีลังกาจึงนิยมทำขนมที่มีมะพร้าวและกะทิเป็นส่วนประกอบหลัก

 

ข้อควรทราบ มารยาทและข้อควรกระปฏิบัติและไม่ควรปฏิบัติ

คำแนะนำจึงมีดังต่อไปนี้

- การแต่งกาย ริมทะเลจะใส่ทูพีซ บิกินี โนบราได้ตามสบาย ควรมีชุดสวมสบาย ซักง่ายแห้งเร็ว รองเท้าแตะรัดส้น ใช้เดินเล่นบนหาดทราย หาดปะการัง โขดหิน หรือเล่นน้ำ 
- สุภาพสตรี ไม่ควรใส่สายเดี่ยว เสื้อเกาะอก กางเกง ขาสั้น เที่ยวบนเกาะเมืองมาเล เพราะคนที่นี่เคร่งครัดในศาสนาอิสลามมากๆ 

- คนไทยไปศรีลังกาต้องขอวีซ่าจากสถานทูตศรีลังกาประจำประเทศไทย โดยขอออนไลน์หรือสามารถไปขอที่สนามบินนานาชาติโคลัมโบได้

- ไม่มีวัดไทยในศรีลังกาเช่นในอินเดีย มีแต่วัดพุทธซึ่งไม่ค่อยมีพระไทยไปจำวัด การจะไปพักที่วัดเช่นในอินเดียจึงไม่มี

- เทศกาลต่างๆ ในศรีลังกาจะเป็นงานที่มีคนมาร่วมฉลองมากโดยเฉพาะตามวัดต่างๆ เช่นงานวิสาขบูชา งานแห่พระบรมสารีริกธาตุที่วัดพระเขี้ยวแก้วที่แคนดี้งานในลักษณะนี้ควรต้องระวังเรื่องพาสปอร์ตหรือกระเป๋าเงินหาย จึงควรระวังตัวและเก็บรักษาให้ดี อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ กล้องดิจิตอล แบตเตอรี่ แผ่นบันทึกความจำ ที่ชาร์จไฟ ควรเตรียมให้พร้อม 

ช่วงเวลาที่ควรไปเที่ยวประเทศศรีลังกา

- เวลาที่เหมาะสมในการเดินทาง ฤดูร้อนอยู่ระหว่างเดือนธันวาคม - เมษายน ในเดือนกุมภาพันธ์ - เมษายน อากาศจะร้อนและแห้งที่สุด นักท่องเที่ยวที่ชอบแสงแดดจะมาในช่วงนี้เป็นจำนวนมาก แม้จะมีฝนตกบ้างแต่ก็ไม่มากและความชื้นก็ไม่สูงไป ส่วนเดือนพฤษภาคม - พฤศจิกายน เป็นฤดูที่ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดผ่าน ก็ถูกจัดว่าเป็นช่วงเวลาที่มีความพิเศษ เพราะเชื่อกันว่าเป็นระยะเปลี่ยนผ่านของลมมรสุมซึ่งจะทำให้น้ำทะเลใสเป็นพิเศษ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดำน้ำโดยเฉพาะ และช่วงนี้มีพายุฝนกระหน่ำอยู่บ่อยๆ ราคาค่าที่พักจะถูกมากเหมาะกับคนอยากมาเที่ยวแต่งบน้อย

 

สถานที่ท่องเที่ยว

อนุราเดอปุระ
อนุราเดอปุระเป็นเมืองที่มีพิธีกรรมเฉลิมฉลองมากที่สุดในบรรดาเมืองเก่าแก่ต่างๆ ของศรีลังกา ทรัพย์สมบัติที่มีค่ามากที่สุดของเมืองนี้คือ ดากาบา (เจดีย์) สร้างด้วยอิฐตากแห้งก้อนเล็กๆ สร้างเป็นรูปทรงกลมผ่าครึ่ง สำหรับดากาบาที่เด่นๆ มีอยู่ 3 แห่งคือ หนึ่งที่ รูวันเวลี มีเส้นผ่าศูนย์กลางยาวถึง 300 ฟุตและมีอายุสืบไปในสมัยศตวรรษที่ 2 ก่อนคริสตกาล สองที่ เจตวันนาราม มีเส้นผ่าศูนย์กลางยาว 370 ฟุต และ สามที่ ธูปะราม ซึ่งประดิษฐานอัฐิพระรากขวัญของพระพุทธเจ้า สำหรับโบราณวัตถุที่มีชื่อเสียง เป็นที่รู้จักกันดีของเมืองนี้คือ ต้นพระศรีมหาโพธิ์ ซึ่งกล่าวกันว่าเป็นต้นที่งอกมาจากกิ่งต้นไม้ที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ปลูกขึ้นเมื่อ 2,250 ปี ก่อนและนับเป็นต้นไม้แห่งประวัติศาสตร์ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก

 

โคลอมโบ
ถ้าคุณมีโอกาสขับรถเข้าสู่กรุงโคลอมโบคุณจะพบย่านการค้าที่พลุกพล่านพร้อมกับต้นไม้ที่ปลูกไว้เรียงรายมีอุทยานสวนซินนามอน คุณสามารถแวะชม "ฟอร์ต" สถานที่ๆ 
เคยเป็นศูนย์กลางบริหารงาน และที่ตั้งกองทหารชาวอังกฤษในอดีต "ถนนซีสตรีท" เป็นศูนย์รวมร้านขายทองคำในใจกลางเพททาร์ย่านบาซาร์ ซึ่งมี วิหารฮินดู สร้างด้วย
หินและสลักอย่างประณีตบรรจงและมีโบสถ์ วูลฟ์เฟนเดลของชาวดัชที่สร้างในปี ค.ศ. 1749 สำหรับโบราณสถานที่ควรค่าแห่งการไปเยือนในอุทยานสวนซินนามอนคือ สุเหร่าดาวาตากาฮาและโรงพยาบาลจักษุ นอกจากนี้ หากมีโอกาสควรแวะศูนย์ประชุม BMICH เพื่อชมพระพุทธรูปจำลองของพระอวัคนะ และจตุรัสแห่งอิสรภาพ

 

ดัมบุลลา
ดัมบุลลา คือภูเขาหินสูงตระหง่าน 500 ฟุตบนฐานกว้าง 1 ไมล์ เป็นที่ตั้งวิหารศิลาอันเลื่องชื่อที่มีอายุสืบไปถึงศตวรรษที่ 1 ก่อนคริสตกาล กษัตริย์วาลากัมบา ทรงเคยพำนักในถ้ำที่ดัมบุลลา ช่วงที่พระองค์เสด็จพลัดถิ่นจากเมืองอนุราเดอปุระต่อมาเมื่อพระองค์เสด็จกลับขึ้นครองราชย์อีกครั้ง พระองค์ได้ทรงสร้างวิหารศิลาที่ทรงคุณค่าที่สุดในศรีลังกา ภายในถ้ำแห่งแรก มีพระพุทธรูปปางไสยาสน์ ยาว 47 ฟุต แกะสลักจากแท่งหิน นอกจากนี้ยังมีภาพและรูปปั้นของพระพุทธเจ้าอยู่รอบๆ ส่วนภาพสีน้ำบนเพดานมีอายุอยู่ในศตวรรษที่ 15-18 สำหรับในถ้ำที่ มีพระพุทธรูปขนาดเท่าองค์จริงประดิษฐานอยู่ถึง 150 องค์ พร้อมกันนี้ยังมีพระพุทธรูปอีกหลายองค์นับเป็นสถานที่ๆ ใหญ่โตและวิจิตรบรรจงที่สุด บนผนังเพดานยังมีภาพสีน้ำพรรณาถึงเหตุการณ์ในอดีตอันยิ่งใหญ่ของพระพุทธเจ้าและสถานที่สำคัญ ในประวัติศาสตร์ของชาวสิงหล

 

กอล 
กอล เป็นเมืองที่มีความน่าสนใจในแง่ประวัติศาสตร์มากที่สุดของศรีลังกาสร้างบนโขดหินทางตอนใต้ของเกาะเคยเป็นเมืองท่าสำคัญเมื่อ 100 ปีก่อน ปัจจุบันนี้ยังคงรับส่งสินค้าและเป็นท่าจอดเรือ มีป้อมปราการรวมถึงสถาปัตยกรรมที่สร้างสมัยอาณานิคมของชาวดัชและมีบรรยายกาศสมัยเมื่อครั้ง เป็นศูนย์กลางการปกครองของชาวดัชในศตวรรษ ที่ 17-18 นอกจากนี้ยังมีชื่อเสียงในด้านการทำผ้าลูกไม้ อัญมณี และงานแกะสลักไม้

 

รัตนะปุระ
เป็นเมืองอัญมณีของประเทศศรีลังกา ซึ่งมีชื่อเสียงมานานนับศตวรรษในด้านมรกตอันประเมินค่ามิได้ เช่น ทับทิม เพชรตาแมว อเล็กซานไดรท์ และพลอยสีต่างๆ ส่วนกรรมวิธีในการขุดแร่การตัดแต่งและการเจียระไน เพชรพลอยผู้คนยังคงทำกันในแบบโบราณดั้งเดิมมีพิพิธภัณฑ์อัญมณีหลายแห่งที่แสดงนิทรรศการอัญมณีทั้งที่ยังไม่ได้เจียระไนและที่เจียระไนแล้ว ประเทศศรีลังกามีชื่อเสียงมาช้านานในฐานะเป็นเกาะแห่งอัญมณีมีตำนานเล่าว่า กษัตริย์โซโลมอนได้ส่งอัญมณีจากเกาะลังกาเป็นของกำนัลแก่ราชินีแห่งชีบ้าและในทางประวัติศาสตร์ก็จารึกไว้ว่ามาร์โคโปโลได้พรรณาถึงทับทิมเม็ดใหญ่ของกษัตริย์แห่งศรีลังกา

 

สิกิริยา
สิกิริยา เป็นเมืองที่มี "ป้อมปราการระฟ้า" สร้างโดยกษัตริย์กัสปาสมัยศตวรรษที่ ซึ่งอาจจะนับเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่สุดของศรีลังกา ซึ่งรู้จักกันในชื่อ ไลอ้อน ร็อค หรือ แท่นศิลาราชสีห์เนื่องจากเคยมีสิงโตตัวใหญ่ ยืนอยู่บริเวณปากทางเข้าภายในคูรอบป้อม 3 ชั้น มีแท่นศิลายักษ์สูง 500 ฟุต และบนยอดศิลายังมีฐานรากของพระราชวังอันยิ่งใหญ่ในอดีตและสวนดอกไม้พร้อมสระว่ายน้ำ ที่ทางขึ้นแห่งหนึ่ง มีรูปวาดสีน้ำของชาวสิงหลเป็นภาพนางอัปสรขนาดเท่าตัวคนซึ่งมีสีสันสดใสละเอียดอ่อนอยู่เช่นเดิม

 

แคนดี้
แคนดี้ เมืองหลวงบนยอดเขาเป็นสถานที่จัดงานเทศกาล "เประแหระ" และเป็นที่มั่นสุดท้ายของกษัตริย์สิงหลก่อนการยก ดินแดนให้กับจักรพรรดิอังกฤษในปี ค.ศ. 1815 แคนดี้เป็นเมืองที่แสดงให้เห็นถึงอิทธิพลของพุทธศาสนาในศรีลังกา วัดวาอาราม ในเมืองนี้ยังคงรักษาขนบประเพณีของพุทธศาสนิกชน แคนดี้ เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับพุทธศาสนิกชนในศรีลังกาและทั่วโลก เพราะเป็นที่ตั้งของดาลาดา มาลิกาวา หรือ วัดพระเขี้ยวแก้ว ซึ่งประดิษฐานพระทนต์ของพระพุทธเจ้า

 

นิกอมโบ
นิกอมโบ เป็นหมู่บ้านประมงที่มีชื่อเสียงทางตอนเหนือของกรุงโคลอมโบมีคูคลองที่สร้างโดยชาวดัช ซึ่งเป็นสถานที่ๆ ชาวประมงมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ ด้วยการล่องไปบนเรือที่ทาสีสันสดใสเมื่อมองไปตามฝั่งคลอง จะพบเห็นบ้านเรือนต่างๆ โบสถ์ รวมถึงนกแก้ว เราอาจจะล่องเรือไปในทะเล หรือไปตามลำคลองก็ได้ ในช่วงเดือนพฤศจิกายน ถึงเมษายน ของทุกปีจะมีกิจกรรมการดำน้ำ ในหมู่บ้านเล็กๆ แห่งนี้ด้วย บน 2 ฟากถนนในเมืองนี้มีโรงแรมและร้านค้าขายของที่ระลึกตั้งเรียงรายไปตลอดทาง

 

นัวเรอเอเลีย
นัวเรอเอเลีย ได้ชื่อว่าเป็นเมืองอังกฤษจำลองของประเทศศรีลังกา เป็นเมืองที่มีฉากหลังอันงดงามตั้งอิงอยู่กับเทือกเขา หุบเขา น้ำตก และสวนปลูกใบชา นับเป็นเมืองที่มีอากาศเย็นที่สุดบนเกาะ ที่จริงแล้วมีอุณหภูมิคล้ายกับฤดูใบไม้ผลิในประเทศอังกฤษ แม้ว่าอุณหภูมิช่วงค่ำจะลดลงบ้างก็ตาม คุณสามารถจะพบ หลักฐานที่แสดงถึงอิทธิพลของชาวอังกฤษ ในบริเวณโดยรอบสถานที่แห่งนี้ เช่นบ้านเรือนที่ปลูกสร้างคล้ายกระท่อมในป่า หรือคฤหาสน์ที่สร้างในสไตล์พระราชินีแอนน์

 

โพลอนนารัว 
โพลอนนารัว เคยเป็นนครหลวงของประเทศศรีลังกาสมัยศตวรรษ ที่ 11-13 ปัจจุบันยังคงมีผลงานทางปฏิมากรรมอันงดงามปรากฎให้เห็นอยู่มากมาย อนุสรณ์สถานที่สวยงามและใหญ่โตที่สุด คือ ลังกาทิเลเก ทิวันกา และธูปะราม โดยเฉพาะที่ ทิวันกา มีตัวอย่างภาพเขียนสีน้ำที่ดีที่สุดในยุคโพลอนนารัว มีสถูปวิหารรังคตและคีรีเวหารกัล เป็นศาลทำด้วยศิลา มีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่ 4 องค์ โดย 2 องค์ประทับนั่ง 1 องค์ ประทับยืน และอีก 1 องค์ เป็นพระนอน ส่วนปฏิมากรรมพารากรรมบาหุแสดงถึงฝีมือสลักหินของชาวสิงหล สำหรับวาตา-คา-เก คือการสร้างสรรค์ผลงานอันมีเอกลักษณ์โดยศิลปินชาวศรีลังกา

 

ถูปารามเจดีย์

(Thuparama Cetiya) ซึ่งถือเป็นหนึ่งในโสฬสบุณยสถานอันศักดิ์สิทธิ์ของชาวพุทธลังกา ถือว่าเป็นเจดีย์องค์แรกของลังกา สร้างโดยพระเจ้าเทวานัมปิยติสสะ ตามคำแนะนำของพระมหินทเถระ เจดีย์เดิมเป็นทรงลอมฟางเป็นหลังคาครอบมีเสาหินค้ำยัน ภาษาสิงหลเรียกว่า วฎทาเค ภายในประดิษฐานพระธาตุรากขวัญเบื้องขวา (กระดูกไหปลาร้า) ที่สุมนสามเณรไปอัญเชิญมาจากพระเจ้าอโศกมหาราช กล่าวกันว่าพระเจ้าเทวานัมปิยติสสะโปรดให้จัดงานเฉลิมฉลองพระเจดีย์อย่างยิ่งใหญ่และขนานนามว่าสังฆารามเจดีย์ พร้อมกันนี้โปรดให้พระมหินทเถระและคณะสงฆ์สังฆายนาพระธรรมวินัยบริเวณถูปารามเจดีย์ด้วย

 

ครั้นอาณาจักรอนุราธปุระล่มสลายเพราะพวกทมิฬบุกรุกทำลายเจดีย์แห่งนี้ถูกทิ้งร้างไร้ผู้คนดูแลแม้จะมีการบูรณะขึ้นมาใหม่สมัยพระเจ้าปรากรมพาหุมหาราชแห่งยุคโปโฬนนารุวะ แต่เป็นเพียงช่วงระยะเวลาอันสั้นหลังจากนั้นก็เลือนหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์หลายศตวรรษ จนมีการค้นพบอีกครั้งสมัยลังกาเป็นอาณานิคมของอังกฤษ โดยพราหมณ์จารีวลิสิงหะหริสจันทรา นักต่อสู้เพื่ออนุรักษ์มรดกล้ำค่าของบรรพบุรุษ สำหรับองค์เจดีย์ที่เห็นกันอยู่ในปัจจุบันเป็นการบูรณะขึ้นมาใหม่เมื่อ พ.ศ.2505 ได้เปลี่ยนเจดีย์เดิมทรงลอมฟางเป็นทรงระฆังคว่ำ มีขนาดความสูง 3.45 เมตร วัดโดยรอบได้ 50.1 เมตรครับ 

 

อภัยคีรีเจดีย์

สถานที่ต่อมาโชเฟอร์พาพวกเราไปที่ อภัยคีรีเจดีย์ (Abhayagiri Cetiya) เจดีย์แห่งนี้ถือเป็นหนึ่งในโสฬสบุณยสถานอันศักดิ์สิทธิ์ของชาวพุทธลังกา สร้างโดยพระเจ้าวัฏฏคามิณีอภัย (พ.ศ. 454 - 466) ตรงบริเวณที่เชื่อกันว่าพระพุทธเจ้าเคยเสด็จมาประทับรอยพระพุทธบาทเอาไว้ สันนิษฐานว่าเจดีย์หลังเดิมมีลักษณะเล็กกะทัดรัดค้ำยันด้วยเสาหินมีหลังคาเป็นเครื่องไม้มุงด้วยกระเบื้อง ต่อมาพระเจ้าคชพาหุที่ 1 (พ.ศ.657 - 679) โปรดให้ขยายใหญ่ขึ้น มีความสูงถึง 71 เมตรวัดขนาดโดยรอบได้ 94 เมตร พร้อมสร้างสระน้ำขนาดใหญ่ 4 แห่งส่วนเจดีย์ที่เห็นในปัจจุบันเป็นการบูรณะซ่อมแซมสมัยพระเจ้าปรากรมพาหุมหาราชแห่งยุคโปโฬนนารุวะ จุดน่าสนใจเริ่มต้นจากซุ้มด้านหน้าเจดีย์ทั้งสี่ทิศซึ่งถือว่าเป็นงานประติมากรรมอันลือชื่อของลังกา (Frontispieces) ส่วนจิตรกรรมล้ำค่าคือศิลาอารักษ์ (Guardstone) เป็นรูปปั้นยักษ์แคระนามว่าสังขะและปัทมะ (Sankha & Padma) เชื่อว่าเป็นบริวารผู้อารักขาขุมทรัพย์ของเทพเจ้ากุเวรตามคติความเชื่อของพราหมณ์ วิธีสังเกตคนแคระคือยักษ์สังขะมีสังข์ครอบหัว ส่วนยักษ์ปัทมะครอบศีรษะด้วยดอกบัว ผู้ค้นพบอภัยคีรีเจดีย์ครั้งแรกคือ พันเอก ฟอร์เบส (Forbes) เมื่อ พ.ศ.2371 เป็นเหตุให้คณะสำรจโบราณคดีของอังกฤษเข้ามาบูรณะซ่อมแซมในเวลาต่อมา 

 

เชตะวันเจดีย์

เป็นหนึ่งในโสฬสบุณยสถานศักดิ์สิทธิ์ของชาวลังกา เชื่อกันว่าสร้างตรงบริเวณจิตกาธานของพระมหินทเถระผู้เป็นปฐมบูรพาจารย์ของลังกาประเทศ กำเนิดแห่งเชตวันเจดีย์เริ่มต้นที่พระเจ้ามหาเสนะ (พ.ศ. 817 - 844) ผู้ศรัทธาหลงใหลในลัทธิมหายานซึ่งมีศูนย์บัญชาการอยู่ที่สำนักอภัยคิรีวิหาร ด้วยคำยุยงของพระสงฆ์ฝ่ายมหายานทำให้พระองค์เข้าใจผิดคิดว่าคำสอนของสำนักมหาวิหาร อันสืบสายมาจากพระมหินทเถระเป็นมิจฉาทิฐิ จึงสั่งให้เผาทำลายวัดมหาวิหารจนสิ้นซาก พระสงฆ์ต้องหนีภัยย้ายไปอยู่เขตโรหณะตอนใต้ ต่อมาถูกเหล่าขุนนางบีบบังคับให้เนรเทศพระภิกษุฝ่ายมหายานออกนอกประเทศ พระองค์จึงเปลี่ยนศรัทธาหันมาสนับสนุนคณะสงฆ์สาคิยนิกายแทน โดยสร้างวัดเชตวนารามภายในอาณาบริเวณของสำนักมหาวิหาร สำหรับเชตวันเจดีย์นั้น พระเจ้ามหาเสนะโปรดให้สร้างตรงบริเวณจิตกาธานของพระมหินทเถระ ถือว่าเป็นเจดีย์ใหญ่สุดบนผืนเกาะลังกา มีความสูงวัดได้ 160 เมตร หลังการสำรวจตรวจค้นมีการพบแผ่นทองบรรจุเนื้อหาว่าด้วยปรัชญาปารมิตาสูตร โดยบันทึกเป็นภาษาสิงหลผสมภาษาสันสกฤต ส่วนซุ้มด้านหน้าทั้งสี่ทิศมีประติมากรรมรูปปั้นสัตว์ 4 ชนิด กล่าวคือทิศตะวันออกเป็นช้าง ทิศใต้เป็นวัว ทิศตะวันตกเป็นม้า และทิศเหนือคือราชสีห์ เจดีย์ที่เห็นกันในปัจจุบันเป็นการบูรณะขึ้นมาใหม่สมัยพระเจ้าปรากรมพาหุมหาราชแห่งยุคโปโฬนนารุวะ ต่อมาพ.ศ. 2439 กองโบราณคดีของอังกฤษโดยการนำของเบลล์ (H.C.P. Bell) ได้เริ่มต้นบูรณะซ่อมแซมเรื่อยมา

 

มหาแสยเจดีย์

(Mahaseya Cetiya) ยามพระอาทิตย์เริ่มจะลับขอบฟ้า กับลมเย็นๆ สบายใจมากครับ ขึ้นมาถึงตรงนี้แล้ว หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งที่เราเดินตากแดดถ่ายรูปตะลอนๆมาทั้งวัน  ที่มหาแสยเจดีย์แห่งนี้เชื่อกันว่าเป็นสถานที่พระมหินทเถระย่างเหยียบผืนเกาะลังกาเป็นครั้งแรก ต่อมากลายเป็นหนึ่งในโสฬสบุณยสถานอันศักดิ์สิทธิ์ของชาวลังกา ภายในประดิษฐานพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้าและพระอัฐิธาตุของพระมหินทเถระเจ้า มีความสูงวัดได้ 15 เมตร วัดขนาดโดยรอบ 41 เมตร หากมองขึ้นฟ้าจะเห็นเมฆาเลื่อนลอย ประดุจพระเจดีย์เคลื่อนตัวบนนภากาศบริเวณลานรอบพระเจดีย์เป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุด เพราะสามารถมองเห็นตัวเมืองเก่าอนุราธปุระและบริเวณโดยรอบ

  

แหล่งมรดกโลกในศรีลังกา

เมืองเก่าของกอลล์และป้อมปราการ ก่อตั้งขึ้นในศตวรรษที่ 16 โดยชาวโปรตุเกส, Galle ถึงความสูงของการพัฒนาในศตวรรษที่ 18 ก่อนที่จะมาถึงของอังกฤษ มันเป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดของเมืองป้อมปราการที่สร้างขึ้นโดยชาวยุโรปในภาคใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แสดงให้เห็นถึงการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างรูปแบบสถาปัตยกรรมยุโรปและประเพณีเอเชียใต้

 

เมืองศักดิ์สิทธิ์ของแคนดี้

เว็บไซต์นี้ชาวพุทธที่ศักดิ์สิทธิ์เป็นที่รู้จักกันแพร่หลายเป็นเมือง Senkadagalapura, เป็นเมืองหลวงสุดท้ายของกษัตริย์สิงหลมีพระบรมราชูปถัมภ์เปิดการใช้งานวัฒนธรรม Dinahala รุ่งเรืองมานานกว่า 2,500 ปีจนกระทั่งการยึดครองของประเทศศรีลังกาโดยอังกฤษใน 1815 นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของวัดของที่ระลึกฟัน (ฟันศักดิ์สิทธิ์ของพระพุทธเจ้า) ซึ่งเป็นสถานที่แสวงบุญที่มีชื่อเสียง

 

สำรอง Sinharaja ป่า

ตั้งอยู่ในทิศตะวันตกเฉียงใต้ศรีลังกา Sinharaja เป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพของประเทศสุดท้ายของป่าฝนเขตร้อนหลัก มากกว่า 60% ของต้นไม้เป็นถิ่นและมากของพวกเขาได้รับการพิจารณาหายาก นอกจากนั้นยังมีสัตว์ป่าชุกชุมโดยเฉพาะนก แต่สำรองยังเป็นบ้านที่กว่า 50% ของสายพันธุ์เฉพาะถิ่นของศรีลังกาเลี้ยงลูกด้วยนมและผีเสื้อเช่นเดียวกับหลายชนิดของแมลงและสัตว์เลื้อยคลานครึ่งบกครึ่งน้ำที่หายาก

 

Golden Temple จาก Dambu​​lla

สถานที่แสวงบุญที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับศตวรรษที่ 22 วัดถ้ำแห่งนี้มีวิหารห้าของมันเป็นที่ใหญ่ที่สุดที่ดีที่สุดที่เก็บรักษาไว้ที่ซับซ้อนวัดถ้ำในศรีลังกา ภาพจิตรกรรมฝาผนังพุทธ (ครอบคลุมพื้นที่ 2,100 เมตร2 ) มีความสำคัญอย่างยิ่งโดยเฉพาะ 157 รูปปั้นเป็น

 




เดินทางเป็นกลุ่ม ทัศนศึกษา ดูงาน สัมมนา




Copyright © 2010 All Rights Reserved.


แก้ไขปรับปรุงข้อมูลล่าสุด เดือน ตุลาคม 2557 และ รับรองความถูกต้องของข้อมูลโดย Admin
บ.ลายไทย ทรานสปอร์ต แอนด์ แทรเวล จำกัด
เลขที่ 7 ซอยบางพรม 66 ถนนบางพรม แขวงบางพรม เขตตลิ่งชัน กรุงเทพ 10170
โทร. 02-8878802, 02-8878803 และ 02-8879680 แฟกซ์ 02-8877818

Email
: info@linethaitravel.com