ReadyPlanet.com
dot
dot
ใบอนุญาตนำเที่ยวเลขที่ 11/03347
dot
bulletบริษัท ลายไทย ทรานสปอร์ต แอนด์ แทรเวล จำกัด
dot
ติดต่อสอบถาม โทร. 02-8878802 , 02-8878803 และ 02-8879680
dot
bulletHome Page หน้าแรก
bulletด่วน......สมัคร สมาชิก ลายไทย ออนไลน์ รับส่วนลด และ สิทธิพิเศษ มากมาย
dot
รายการท่องเที่ยว ในและต่างประเทศ
dot
bulletท่องเที่ยว ในประเทศ
bulletท่องเที่ยว ต่างประเทศ
bulletโปรโมชั่น ตั๋วเครื่องบิน ในประเทศ จากการบินไทย
bullet โปรโมชั่น ตั๋วต่างประเทศ
bulletโปรโมชั่น ตั๋วกรุ๊ป 10 ท่านขึ้นไป
dot
ขั้นตอน การใช้บริการ
dot
bulletวิธีการชำระเงิน
bulletวิธีการจอง บริการต่าง ๆ
dot
สิ่งที่ควรรู้ ก่อนเดินทางท่องเที่ยว
dot
bulletมือใหม่ นั่งเครื่องบิน
bulletอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา
bulletสภาพอากาศ ทั่วโลก
bulletสภาพอากาศ ทั่วไทย
bulletแผนที่ ทั่วไทย
bulletลิ้งค์ สำหรับนักท่องเที่ยว
bulletสถานทูตต่างประเทศ ในไทย
bulletเวลาทั่วโลก
bulletข้อมูล สายการบิน
bulletข่าวจากหนังสือพิมพ์
bulletประเทศ ที่ต้องขอวีซ่า
bulletประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่า
bulletตรวจสอบเวลาเครื่องบิน ขึ้น-ลง
bulletมีอะไรใน...สนามบินสุวรรณภูมิ
bulletสัญลักษณ์แปลกตา หน้าห้องน้ำ
dot
What's new
dot
bulletคำถามที่พบบ่อย
bulletSpecial Guest
bulletรู้ไว้ใช่ว่า เรื่องน่าสนใจทั่วโลก
dot
ชมภาพการเดินทางของลูกค้า
dot
bulletผู้บริหารระดับสูงจาก กระทรวงพลังงาน-ปตท.-ปตท.สผ.-กฟผ.-เอกซอน-HESS สัมมนาวิชาการที่ ประเทศลาว
bulletรวมภาพ ทริปลูกค้าลายไทย
dot
สื่อจากใจ ลายไทย เพื่อ คุณ
dot
bulletรายการแลกของรางวัล
bulletลายไทยนิวส์ ฉบับที่ 48/2557
bulletแผนที่ บ.ลายไทย


ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว บ.ลายไทย ทรานสปอร์ต แอนด์ แทรเวล

 

 



ทัวร์อินโดนีเซีย ประเทศอินโดนีเซีย อินโดนีเซีย เที่ยวอินโดนีเซีย ทัวร์จาการ์ต้า ทัวร์บาหลี บุโรพุทโธ ทัวร์บาหลี จาการ์ต้า เดนพาซาร์ บารองแดนซ์ ทะเลสาบเบดูกัล วัดเบราตาน วัดเม็งวี วิหารศักดิ์สิทธิ์ทานาล็อท หาดจิมบารัน อูบุด คินตามณี ยอร์กยาการ์ต้า article
   

 

รหัสทัวร์

วันที่เดินทาง

รายการท่องเที่ยว

ราคา
( บาท )

หมายเหตุ
ดูรายละเอียด

BA0601

เม.ย-ก.ย 57

ทัวร์อินโดนีเซีย บาหลี สวนวิษณุ วัดอูลูวาตู บารองแดนซ์ หมู่บ้านคินตามณี เบดูกูล วิหารทานาล้อท ช้อปปิ้งย่านกูตา 4 วัน 3 คืน (TG)

27,900
32,900

 คลิ๊ก ที่นี่

BA14401

เม.ย-มิ.ย 57

ทัวร์อินโดนีเซีย บาหลี วัดเบราตาน วิหารศักดิ์สิทธิ์ทานาล็อท บารองแดนซ์ คินตามณี อุบุต คูต้า 4 วัน 3 คืน (GA)

21,999

คลิ๊ก ที่นี่

BA14402

เม.ย-มิ.ย 57

ทัวร์อินโดนีเซีย บาหลี มหาบุโรพุทโธ 5 วัน 4 คืน โดยสายการบินการูด้า อินโดนีเซีย (GA)

29,999

คลิ๊ก ที่นี่

         

คลิ๊ก ดูรายละเอียด

 

หมายเหตุ    
แพคเกจทัวร์   หมายถึง รายการท่องเที่ยวที่จัดเตรียมสำหรับ ผู้เดินทาง ตั้งแต่ 1-2 คน ขึ้นไป เหมาะสำหรับ ผู้ที่ต้องการเดินทาง
    ท่องเที่ยว และ พักผ่อน แบบอิสระ สบาย ๆ สามารถเลือกวันเดินทางได้เอง
รายการทัวร์   หมายถึง รายการท่องเที่ยวที่จัดเตรียมสำหรับ ผู้เดินทาง เป็นกลุ่มตั้งแต่ 15-30 คน ขึ้นไป ในรายการทัวร์ส่วนใหญ่
    จะมีการจัดเตรียมบริการเพื่อการท่องเที่ยวอย่างครบถ้วน เช่น อาหาร ที่พัก ค่าเข้าชมสถานที่ ค่าทัวร์ ค่าเดินทาง
    มัคคุเทศก์ ฯลฯ เพื่อความสะดวกสำหรับผู้เดินทาง


             

 

Flag of Indonesia.svg

อินโดนีเซีย

 

การเตรียมตัวก่อนการเดินทาง

คำแนะนำก่อนเดินทางมาอินโดนีเซีย

ไม่ว่าท่าจะเดินทางเข้ามาอินโดนีเซียในฐานะใดก็ตาม ทั้งนักท่องเที่ยว และผู้ที่เดินทางมาราชการ ในประเทศนี้ สิ่งที่ต้องเตรียมตัวก่อนเดินทางมาคงมีเรื่องทั่วๆ ไปที่จะต้องเตรียมตัว ให้เรียบร้อย ก่อนวันเดินทาง รวมทั้ง ควรศึกษาข้อมูลพื้นฐาน เกี่ยวกับประเทศอินโดนีเซียไว้ด้วยเช่นกัน ในส่วนที่จะต้องเตรียมการ ก่อนเดินทาง ได้แก่ การจัดทำ Passport

เนื่องจากแดดที่ประเทศอินโดนีเซียมีแดดแรงมากแนะนำให้พกครีมกันแดด  แว่นตา พกไปด้วย อุปกรณ์ เช่น กล้องถ่ายรูป กระเป๋าเดินทาง อุปกรณ์อำนวยความสะดวก รวมไปถึงยาต่างๆด้วย

 

Visa

สำหรับการขอวีซ่าเข้าประเทศอินโดนีเซียนั้นสำหรับบุคคลสัญชาติไทยได้รับอนุญาตให้พำนักอยู่ในอินโดนีเซียได้ 30 วัน โดยไม่ต้องมีวีซ่า แต่หนังสือเดินทาง (Passport) ต้องมีอายุอย่างน้อย 6 เดือนสำหรับบุคคลที่มีแผนที่จะอยู่นานกว่านั้นควรดำเนินการ ทำเรื่องขอวีซ่าที่สถานทูตอินโดนีเซียประจำประเทศไทยไว้แต่เนิ่นก่อนกำหนดวันเดินทางตามรายละเอียดที่จะกล่าวต่อไป
ที่ตั้งสถานทูตอินโดนีเซีย ที่อยู่: 600-602 ถ.เพชรบุรี กทม.10400 โทรศัพท์: 02-2523135-40 (ใกล้ๆ กับ ตึกพันธ์ทิพย์ พลาซา) วันเวลาทำการ จันทร์ - ศุกร์ เวลา 08.00 น - 16.00 น. สำหรับวันและเวลาการยื่นวีซ่า: จันทร์ - ศุกร์ เวลา 09.00 น.-12.00 น. ส่วนวันและเวลาการรับวีซ่า: จันทร์ - ศุกร์ เวลา 14.30 น.-15.00 น.       

เอกสารที่ใช้ในการยื่นขอวีซ่าประเทศอินโดนีเซีย 
1. หนังสือเดินทาง/ทั้งเล่มเก่าและเล่มใหม่ (ถ้ามี)/(พร้อมสำเนา)
2. รูปสีพื้นหลังขาว 2 นิ้ว/2 รูป (รูปถ่ายหน้าตรงไม่สวมแว่นถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน)
3. จดหมายรับรองการทำงาน (ภาษาอังกฤษ) ระบุ ตำแหน่ง เงินเดือน และ วันเดือนปี ที่เริ่มเข้าทำงาน (ฉบับจริง)
4. Work Permit (ตัวจริงพร้อมสำเนา)
5. หนังสือเชิญจากต่างประเทศ (ธุรกิจ)
6. Booking ตั๋วเครื่องบิน
7. เบอร์โทรศัพท์บ้าน และ มือถือ (ของผู้เดินทาง)
 *** อัตราค่าธรรมเนียมในการยื่นขอวีซ่าประเทศ อินโดนีเซียแบบเข้าออกครั้งเดียว 1,800 บาท รวมอัตราค่าบริการยื่นวีซ่าเล่มละ 500 บาท (อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้กรุณาตรวจสอบเพื่อความทันสมัย) โดยระยะเวลาเร็วสุดตามขั้นตอนปกติจะใช้เวลาดำเนินการ 3 วันทำการ *** 
เมื่อเอกสารและหลักฐานพร้อมที่จะเดินทางคำถามต่อไปของผู้ที่เดินทางก็คงหนีไม่พ้นว่าสถานที่พักที่ท่านจะเข้าพักมีสภาพเป็นเช่นไรสภาพอากาศในห้วงเวลานั้นเป็นอย่างไรเรื่องอาหารการกินคล้ายหรือเหมือนอาหารไทยมากน้อยเพียงใดระบบสาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวกมีรองรับมากน้อยเพียงใดซึ่งได้แก่ตระกูลเงินตราที่ใช้และการแลกเปลี่ยนเงินระบบและเครื่องใช้ไฟฟ้า SIM โทรศัพท์มือถือ และที่สำคัญคือนิสัยใจคอและขนบธรรมเนียมและวัฒนธรรมท้องถิ่นที่ควรพึงตระหนักไว้ เพื่อป้องกันการเข้าใจผิดจนนำไปสู่การบาดหมางกันโดยไม่จำเป็น

 

ข้อมูลทั่วไป

เมืองหลวง: กรุงจาการ์ตา

ที่ตั้งอาณาเขต

ชื่อ "Indonesia" มาจาก "indos nesos" แปลว่า "หมู่เกาะใกล้อินเดีย" เนื่องจากเป็นหมู่เกาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ระหว่างมหาสมุทรแปซิฟิกกับมหาสมุทรอินเดียและระหว่างทวีปเอเชียกับออสเตรเลีย ทำให้อินโดนีเซียสามารถควบคุมเส้นทางการติดต่อระหว่างมหาสมุทรทั้งสองผ่านช่องแคบสำคัญต่างๆ อาทิ ช่องแคบมะละกาช่องแคบซุนดราและช่องแคบล็อมบ็อกซึ่งล้วนเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันจากตะวันออกกลางมายังประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียตะวันออก อาณาเขตทิศเหนือติดกับรัฐซาราวัค และซาบาห์ของมาเลเซีย ทิศตะวันออกติดกับปาปัวนิวกินี ทิศตะวันตกเฉียงเหนือจรดน่านน้ำของสหพันธรัฐมาเลเซียโดยมีช่องแคบมะละกาเป็นพรมแดนกั้นระหว่างเกาะสุมาตราของอินโดนีเซียกับประเทศมาเลเซีย

 

ลักษณะภูมิประเทศ
อินโดนีเซียมีรูปร่างคล้ายพระจันทร์หงายครึ่งซีก มีพื้นที่ 5,193,250 ตารางกิโลเมตร หรือใหญ่กว่าประเทศไทยประมาณ 10 เท่า เป็นพื้นดิน 2,027,087 ตารางกิโลเมตร และทะเล 3,166,163 ตารางกิโลเมตร 
อินโดนีเซียประกอบด้วยเกาะใหญ่น้อยกว่า 17,500 เกาะ แต่มีประชากรอาศัยอยู่เพียง 3,000 เกาะ รวมอยู่ในพื้นที่ 4 ส่วนคือ
1) หมู่เกาะซุนดาใหญ่ (Great Sunda Islands) ประกอบด้วย เกาะชวา สุมาตรา กะลิมันตัน และสุลาเวสี  
2) หมู่เกาะซุนดาน้อย (Lesser Sunda Islands) ประกอบด้วยเกาะเล็กๆ ทางตะวันออกของเกาะชวา มีเกาะบาหลี ล็อมบอก ซุมบาวา ฟอลเรส และติมอร์
3) หมู่เกาะมาลุกุ (Maluku Islands) หรือหมู่เกาะเครื่องเทศ อยู่ระหว่างสุลาเวสีกับเกาะปาปัว 
4) ปาปัว (Papua) อยู่บนเกาะนิวกินีทางตะวันตกของประเทศปาปัวนิวกินี ในบรรดาหมู่เกาะทั้งหมด มีเกาะขนาดใหญ่ 5 เกาะ ครอบคลุมพื้นที่ประมาณร้อยละ 90 ของประเทศ คือ
     1) กะลิมันตัน มีพื้นที่คิดเป็นร้อยละ 28 ของพื้นที่ทั้งหมด และครอบคลุมพื้นที่ 2 ใน 3 ของเกาะบอร์เนียว
     2) สุมาตรา มีพื้นที่คิดเป็นร้อยละ 24 ของพื้นที่ทั้งหมด
     3) ปาปัว มีพื้นที่คิดเป็นร้อยละ 22 ของพื้นที่ทั้งหมด และครอบคลุมพื้นที่ครึ่งหนึ่งด้านตะวันตกของเกาะนิวกินี
     4) สุลาเวสี มีพื้นที่คิดเป็นร้อยละ 10 ของพื้นที่ทั้งหมด
     5) ชวา และมาดูรา  ครอบคลุมพื้นที่เพียงร้อยละ 7 ของพื้นที่ทั้งหมด แต่มีประชากรอาศัยอยู่ถึงร้อยละ 64 ของทั้งประเทศ

 

ลักษณะภูมิอากาศ

สภาพอากาศ 2 ฤดู ร้อนจะอยู่ในช่วง (เม.ย-ก.ย.) และฝน (ต.ค.-มี.ค.) 
เฉลี่ย 21-33 องศาเซลเซียส

ประชากร

มีประชากรประมาณ 245 ล้านคน ประชากรมีความหลากหลายทางเชื้อชาติ ที่มีมากที่สุดคือ จาวา รองลงมาคือ ซุนดา มาดู มาเลย์ และยังมีชนชาติพื้นเมืองอื่นๆ ที่กระจายกันอยู่ตามเกาะต่างๆ

 

ศาสนา

ศาสนา: อิสลาม 85.2% คริสต์ 12% ฮินดู 1.8% พุทธ 0.8% 

 

ภาษา

ภาษาราชการ: อินโดนีเซีย หรือบาฮาซ่า อินโดนีเซีย  อื่น ๆ 0.2%
วันสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับไทย: 7 มีนาคม 2493

วันชาติ: 17 ส.ค. (เป็นวันที่ประกาศเอกราชจากการปกครองโดยดัทช์ [ฮอลแลนด์] ปี 2488)

 

สกุลเงิน

รูเปียห์ เป็นหน่วยเงินของประเทศอินโดนีเซีย (รหัสหน่วยเงิน: IDR)

ชื่อมาจากหน่วยเงินของอินเดีย รูปี อินโดนีเซียได้ใช้เงินกิลเดอร์ดัตช์ระหว่าง พ.ศ. 2153 ถึง พ.ศ. 2360 ซึ่งมีการออกเงินดัตช์อีสต์อินดีส์กิลเดอร์เงินรูเปียห์ออกใช้เป็นครั้งแรกระหว่างการยึดครองของญี่ปุ่นสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 และหลังจากสงครามสิ้นสุดลง ธนาคารชวาได้ออก รูเปียห์ชวา มาแทนที่ชั่วคราว นิคา กิลเดอร์ของประเทศเนเธอร์แลนด์ และหน่วยเงินต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับกองกำลังโจรก็ใช้กันทั่วหมู่เกาะด้วยเช่นกัน

 

เวลา

เขตเวลา: 3 เขต (เมืองหลวงจาการ์ตาตรงกับเวลาของไทย)

ตั้งเวลาให้ถูกต้องกับเวลาท้องถิ่น เพราะอินโดนีเซียมี3เขตเวลา คือ

เขตตะวันตก (เกาะสุมาตรา ชวา กาลิมันตันตะวันตก)เช่น จาการ์ตา ยอกยาการ์ตา และสุราบายาตรงกับเวลาประเทศไทย

เขตกลาง (กาลิมันตันตะวันออก สุลาเวสีบาหลี)เร็วกว่าประเทศไทย 1 ชม.

เขตตะวันออก (มาลูกุและปาปัว) เร็วกว่าประเทศไทย 2 ชม.

 

เวลาทำงานและประกอบกิจการ เวลาเปิดปิดของสถานที่ต่างๆจะไม่ตรงกันหากเป็นสำนักงานทั่วไป เช่น สายการบินจะเปิดวัน จันทร์– ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 8.00-16.00 น. และมีเวลา หยุดพักกลางวันต่างๆกันไป ธนาคารจะเปิดวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 8.00-15.00 น. และวันเสาร์เปิดตั้งแต่ 8.00-13.00 น. 
ร้านค้าทั่วไปเปิดประมาณ 10.00 – 20.00 น. และอาจเลยไปถึง 22.00 น. แต่หากร้านค้าพื้นเมืองหรือตามหมู่บ้านจะปิดค่อนข้างเร็ว และ ตลาดจะ เริ่มขายกันตั้งแต่รุ่งสางจนกระทั่งประมาณ 10.00 น. 
ส่วนสถานที่ราชการนั้นจะเปิดทำการวันจันทร์ – พฤหัสบดี เวลา 8.00-15.00 น. วันศุกร์ 8.00-11.30 น. และวันเสาร์ 8.00-12.00 น. 

 

ระบบไฟฟ้า

เครื่องใช้ไฟฟ้าสามารถนำไปใช้ได้เลยระบบเหมือนเมืองไทยแต่ควรซื้อปลั๊กไฟไปด้วยเพราะเบ้าเสียบจะเป็นหลุมลงไปเป็นแบบปลั๊กขากลมสองขาบางครั้งปลั๊กตัวผู้จากบ้านเราจะเป็นแบบขากลมก็จริงแต่อาจเสียบเข้าไปในเบ้าปลั๊กตัวเมียไม่ได้เพื่อความชัวร์หาซื้อจากบ้านเราติดตัวไปเลย

 

การโทรศัพท์ในอินโดนีเซีย

โทรศัพท์มือถือนำไปใช้ได้เลยโดยขอให้ นตต. ช่วยหาซื้อSIMแบบเติมเงินให้ซึ่งวิธีการกดหมายเลขโทรกลับเมืองไทยจะมีบอกไว้ให้ที่บัตรเติมเงินอยู่แล้วส่วนราคาโทรกลับเมืองไทยก็ประมาณนาทีละไม่เกิน 4 บาท 

 

โทรศัพท์ 

โทรศัพท์สาธารณะในบาหลีมีบริการในบริเวณที่เป็นแหล่งความเจริญและแหล่งท่องเที่ยวมีบริการทั้งแบบหยอดเหรียญและแบบใช้บัตรโทรศัพท์ส่วนค่าโทรศัพท์กลับมาเมืองไทยจะตกอยู่ในราวนาทีละ 10,000 รูเปียร์ (หมุน 001+66+หมายเลขที่ต้องการ) การโทรไปยังบาหลีต้องกดรหัสประเทศอินโดนีเซียคือ62ตามด้วยรหัสเมืองของบาหลีและหมายเลขที่ต้องการ

 

การติดต่อสื่อสารจากไทยไปอินโดนีเซีย

ซิมอินเตอร์ (TrueMove : ทรูมูฟ) โทรไปต่างประเทศเริ่มต้นที่1บาทซึ่งในไทยถือว่าถูกที่สุดก็ว่าได้

โดยกด 0600 +ตามด้วยรหัสประเทศ+รหัสพื้นที่+เลขหมายปลายทางแล้วกดโทรออกหากต้องการเสียงคุณภาพชั้นหนึ่งจะมีค่าบริการเริ่มต้นที่นาทีละ 3 บาทโดยกด006+ตามด้วยรหัสประเทศ+เลขหมายปลายทางแล้วกดโทรออก

 

การให้ทิป

การให้ทิปโดยปกติไม่จำเป็นเนื่องจากโรงแรมและร้านอาหารขนาดใหญ่ มักจะรวมค่าบริการและภาษีไว้แล้วส่วนการให้ทิปค่ายกกระเป๋าอาจให้ 1 - 2 พัน รูเปียร์ต่อกระเป๋า 1 ใบ 

 

แหล่งช็อปปิ้ง

ตลาดสุขะวาตี

ในบาหลีแหล่งนี้ก็ได้ครบถ้วนสินค้าที่มีวางขายอย่างมากมายที่เห็นบาหลีเป็นแหล่งผลิตผ้าที่ยิ่งใหญ่ทั้งผ้าบาติกที่เขียนด้วยมือ ลวดรายละเอียดและสวยงามและมีสินค้าพวกงานไม้ทั้งไม้แกะสลักเป็นรูปต่างๆก็มีให้เห็นจุดเด่นของตลาดแห่งนี้คือสินค้าราคาถูกกว่าที่อื่นๆ และยิ่งใครที่ชอบสินค้าที่ซื้อเป็นโหลๆก็ยิ่งจะได้ราคาถูกกับบ้านอย่างแน่นอน

 

ตลาดอูบุด

ตลาดอูบุดเป็นตลาดสินค้า ราคาจะถูกกว่าที่อื่นและยังเป็นศูนย์กลางของงานศิลปะของบาหลีหมู่บ้านที่นี่เป็นหมู่บ้านเล็กๆที่ทำงานศิลปะแต่มีฝีมือในการทำงานศิลปะจึงทำให้หมู่บ้านที่นี่มีชื่อเสียงในด้านศิลปะอย่างมากทำให้หมู่บ้านที่มีชื่อเสียงโด่งดังดังนั้นจึงมีที่จัดแสดงงานศิลปะมากมายที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดชมนอกจากได้ชื่นชื่นชมความงดงามของศิลปะที่นี่แล้วก้อยังสามารถซื้อกลับไปเป็นของฝากกันได้อีกด้วย

 

คูต้าเซนเตอร์

ถือได้ว่าเป็นแหล่งช็อปปิ้งที่ใหญ่ที่สุดของบาหลีก็ว่าได้เพราะที่นี่เป็นแหล่งที่รวมสินค้าที่มีในทุกๆที่เอามา รวมกันที่ตลาดแห่งนี้ไม่ว่าจะเป็น อิกัต ตระกร้าสาน ผ้าซุมบ้า ร้านขายของเก่า แกลเลอรี่ขายรูปไปจนถึงเสื้อผ้าที่ทันสมัย เสื้อผ้าชายหาด ชุดว่ายน้ำและแบบตัดเย็บเองและแบบผลิตจากโรงงานและมีสินค้าประเภททอมือ สินค้าปัก และเครื่องเงิน เครื่องทอง งานแกะสลักไม้ เฟอร์นิเจอร์ เพื่อการตกแต่งบ้านและสวนอีกด้วย

 

วัดแทมปักซิริง 
ที่นี่ก็เป็นอีกที่ที่น่าสนใจมากแต่ต้องวางแผนการซื้อของให้ดีเพราะที่นี่เปรียบเสมือนเขาวงกตเพราะแห่งนี้นั้นค่อยข้างที่จะวกวนและลึกเข้าไปเรื่อยๆดังนั้นควรวางแผนไว้ดีๆสินค้าที่นี้ก็จำพวกผ้าปูที่นอนผ้าปูเตียง ผ้าบาติกที่มีสีสันสวยงามและกระเป๋าที่มีการตัดเย็นด้วยมือโสร่งผืนบางที่สำคัญตลาดแห่งนี้ราคาถูกเหลือมากๆและมีร้านค้าที่ทันสมัยต่างๆอีกมากมาย

 

ถนนเตกัลลาลัง  
คนที่ชื่นชอบการตกแต่งบ้านขอเชิญที่นี่มีสิ่งของหลายอย่างอาทิ เช่นโคมไฟ  หน้ากากดีไซน์สวยงาม ไม้แกะสลักสุดแสนละเอียด รับรองได้ว่าถูกใจนักช็อปตกแต่งบ้านอย่างแน่นอน

 

นูซาร์ ดัว

อีกสถานที่ที่อยากแนะนำแหล่งนี้จะเป็นแหล่งช็อปปิ้งที่มีร้านค้าที่หรูหรามีระดับสินค้าจะเกรดคุณภาพดี เหมาะกับผู้มีฐานะและกระเป๋าหนักในการเดินทางเที่ยวและนอกจากนั้นแหล่งนี้ยังมีร้านค้าที่คล้ายๆกับบ้านเราที่เป็นรวมเอาไว้อย่างมากมาย

 

สินค้าที่จะพบส่วนมาก

ผ้าอิกัต ผ้าซุมบ้า ถาดไม้ขุด แมวไม้ทาสี นูซาดูอา (Nusa Dua) คือติ่งตรงปลายสุดของเกาะบาหลี เป็นแหล่งพักผ่อน ฮันนีมูนและเล่นกอล์ฟโดยพัฒนาจากที่รกร้างริมทะเลจนกลายเป็นแหล่งรวมของโรงแรมระดับห้าดาว ศูนย์ประชุมและบาหลีกอล์ฟแอนด์คันทรี่คลับรวมทั้งแหล่งช้อปปิ้งและตลาดนอกจากนี้การบริการแบบบาหลีที่นุ่มนวลเป็นมิตรและยิ้มแย้มยิ่งสร้างเสน่ห์ให้กับบาหลีมากยิ่งขึ้น สปาแบบบาหลี หนึ่งในความสบายที่สัมผัสได้ใช้บริการได้ทั้งหญิงและชายความโดดเด่นที่ทำให้สปาแบบบาหลีเป็นที่น่าสนใจคือการนำเอาสมุนไพรแบบบาหลีลูลูร์ (Lulur) มาใช้เมื่อมาถึงบาหลีแล้วสิ่งที่ไม่ควรพลาดอย่างยิ่งคือการไปวัด โดยเฉพาะในวันที่มีพิธีกรรมเป็นสิ่งที่ยังคงดำรงอยู่ไม่สูญหายเป็นเอกลักษณ์และความน่าชื่นชมบาหลีมีหมู่บ้านหัตถกรรมวัดโบราณสถานและอื่นๆที่น่าสนใจอีกมากมายที่ควรไปชมอยู่ด้านภายในตัวเกาะ

อาหาร

“กาโด กาโด”(Gado Gado)
อาหารสำหรับผู้ที่รักสุขภาพประกอบไปด้วยผักและธัญพืช เช่น มันฝรั่ง กะหล่ำปลี ถั่วงอก ถั่วเขียว เสริมโปรตีนด้วยเต้าหู้และไข่ต้ม รับประทานคู่กับซอสถั่วที่คล้ายกับซอสสะเต๊ะ ซึ่งใกล้เคียงกับสลัดแขก ของประเทศไทย

 

สะเต๊ะ  

สะเต๊ะเป็นอาหารอย่างหนึ่งซึ่งทำจากเนื้อที่หั่นบาง ๆหรือหั่นเป็นก้อนอาจจะเป็นเนื้อหมู เนื้อไก่ เนื้อวัว เนื้อแกะ เนื้อแพะ เนื้อปลา ฯลฯ เสียบด้วยไม้เสียบที่ทำจากไม้ไผ่ แล้วนำไปย่างบนเตาฟืนหรือเตาถ่านเสิร์ฟพร้อมเครื่องปรุงรส ที่มีรสจัด สะเต๊ะของอินโดนีเซียอาจได้รับอิทธิพลจากคาบับที่เป็นอาหารพื้นเมืองของอินเดียภาคเหนือซึ่งได้รับอิทธิพลจากชาวเตอร์กอีกต่อหนึ่งตำรับดั้งเดิมของชาวตุรกีเป็นเนื้อแพะหั่นเป็นชิ้นหมักแล้วเสียบเหล็กแหลมย่างไฟชาวเปอร์เซียและชาวอินเดียรับมาดัดแปลงอาจใช้เนื้อบดหรือเนื้อทั้งชิ้นจะเสียบหรือไม่เสียบไม้ก็ได้ 

 

Bakmi goreng หรือ บัคมีโกเรง
มีลักษณะคล้ายกับผัดหมี่ของบ้านเราหน้าตาของบะหมี่ที่นำมาเสิร์ฟจะเป็นบะหมี่เส้นใหญ่ๆโปะหน้าด้วยถั่วงอกผักกวางตุ้ง ไก่ต้มซีอิ๊วและราดน้ำซอสต้มไก่จนชุ่ม

ของหวานที่ขึ้นชื่อ :  donesia Rayer Cake หรือ ขนมเค้กอินโดนีเซียเป็นเค้กที่มีเอกลักษณ์เนื่องจากมีการเพิ่มกลิ่นเครื่องเทศทำให้เค้กมีกลิ่นหอมอีกทั้งยังมีส่วนผสมของไข่และเนยสูง ราคาจึงค่อนข้างแพง คนส่วนใหญ่จึงนิยมไปกินกันในโอกาสพิเศษ

 

ข้อควรทราบ มารยาทและข้อควรปฏิบัติและไม่ควรปฏิบัติ

-  

ควรตรวจสอบอายุหนังสือเดินทางและวีซ่าหนังสือเดินทางต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 6 เดือนการ เข้าอินโดนีเซียโดยไม่มีวีซ่าจะอยู่ได้ไม่เกิน 30 วัน การอยู่เกินกำหนดมีบทลง โทษหนัก ทั้งจำทั้งปรับ

-  

ควรดูแลความปลอดภัยของทรัพย์สินทั้งที่ที่พักและในการเดินทางระวังการถูกโจรกรรมใน รูปแบบต่างๆควรแยกเก็บหนังสือเดินทางและบัตรโดยสารเครื่องบินไว้ต่างหากและ ถ่ายสำเนาหนังสือเดินทาง บัตรเครดิต และเอกสารสำคัญไว้

   
-  

เตรียมยาและของใช้ส่วนตัวที่จำเป็นให้เพียงพอหากเดินทางไปเมืองเล็กหรือชนบทรวมทั้งควรมีเสื้อกันหนาวหากไปเที่ยวภูเขา

-  

การแลกเงิน

   

ให้แลกเงินดอลลาร์สหรัฐจากเมืองไทย โดยเอาเฉพาะ series H เท่า นั้นและธนบัตรต้องไม่เก่า ไม่ฉีกขาด และ ไม่มีตำหนิใดๆไม่มีรอยแสตมป์เครื่องหมายของร้านที่ไปแลก รวมทั้ง รอยขีดเขียน รอยพับ รอยยับรอยลวดเย็บกระดาษ ฯลฯ มิฉะนั้นจะไม่สามารถแลกเป็นเงินท้องถิ่นได้หรือแลกได้ในราคาที่ต่ำกว่าปกติ มาก

ร้านแลกเงินในอินโดนีเซียจะไม่รับแลกธนบัตรดอลลาร์สหรัฐที่พิมพ์ก่อนปีค.ศ. 1996 ซึ่งรวมถึง Series A, B, C, D, F ทั้งหมด และควรเลือกร้านที่ไม่มีการคิดค่าธรรมเนียมการแลกเงินและควรตรวจสอบเงินที่แลกมาให้ครบถ้วนก่อนออกจากร้าน

   
-  

ต่อรองราคาสินค้าได้หากมิใช่การซื้อของในห้างสรรพสินค้า

-  

เลือกใช้รถแท็กซี่ที่มีมิเตอร์ ควรเลือกรถของบริษัท Blue Bird และ Silver Bird

-  

ระมัดระวังสุขภาพ เพราะมีการแพร่ระบาดของโรคหวัดนก และไข้เลือดออกเป็นระยะๆรวมทั้งควรระวังอาหาร (ไม่ควรซื้ออาหารที่ขายริมถนน)และน้ำดื่ม(ให้ซื้อน้ำบรรจุขวดที่บรรจุขวดใน สภาพดี) เนื่องจากมีโรคที่มาจากอาหารและน้ำ อาทิไทฟอยด์ ท้องร่วง

   
-  

ระมัดระวังภัยธรรมชาติ อาทิ แผ่นดินไหว แผ่นดินถล่ม น้ำท่วม และสึนามิ (อินโดนีเซียมีแผ่นดินไหวโดยเฉลี่ยวันละครั้งแต่อาจมิใช่ในกรุงจาการ์ตา)

-  

ควรถอดรองเท้าก่อนเข้าบ้าน

-  

ควรขออนุญาตก่อนถ่ายภาพบุคคลใดบุคคลหนึ่ง

 

 

ข้อไม่ควรกระทำ.....

-  

ไม่ควรใช้มือซ้ายในการรับ-ส่งของ หรือรับประทานอาหาร ไม่ควรชี้ด้วยนิ้วชี้ แต่ใช้นิ้วโป้งแทนหรือใช้วิธีการผายมือขวา

-  

ไม่จับศีรษะคนอินโดนีเซียรวมทั้งการลูบศีรษะเด็ก

-  

ไม่จำเป็นต้องให้ทิป

-  

ไม่ควรแสดงความไม่พอใจหากถูกถามในเรื่องส่วนตัว

-  

หากมาติดต่อธุรกิจ ไม่ควรทำนัดหมายหลายแห่งในวันเดียวกันเนื่องจากอาจมีการไม่ตรงเวลาและในเมืองใหญ่ๆมีปัญหาการจราจรมาก

-  

ไม่ควรนำยาเสพติดอาวุธหนังสือลามกและสิ่งของผิดกฎหมายอื่นๆเข้าประเทศอินโดนีเซียมีบทลงโทษหนัก อาทิการนำเข้าและครอบครองยาเสพติดมีโทษถึงประหารชีวิต

-  

นอกจากนั้นยังมีบทลงโทษรุนแรงเกี่ยวกับการค้าและส่งออกพืชและสัตว์กว่า 200 ชนิดจึงควรตรวจสอบก่อนซื้อหรือนำพืชและสัตว์ออกนอกประเทศ

-  

ไม่ควรเข้าไปสังเกตการณ์ในบริเวณที่มีการชุมนุมประท้วงซึ่งอาจขยายตัวเป็นการจลาจลได้ทุกเมื่อ

 

 

ข้อเตือนใจในการเที่ยวบาหลี 
-   ทาครีมกันแดดเสมอเมื่อออกจากที่พัก เนื่องจากแดดแรงมาก โดยเฉพาะมื้อลงน้ำ 
-   ดื่มน้ำมากๆเพื่อร่างกายจะได้สดชื่นไม่เพลียจากการสูญเสียน้ำ 
-  

ระวังรักษาสิ่งของมีค่าที่อยู่กับตัวเสมอ เนื่องจากมีผู้ไม่หวังดีเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวที่คนเยอะเอกสารสำคัญหรือสิ่งของมีค่าควร เก็บไว้ในตู้เซฟของโรงแรม และกระเป๋าที่พกติดตัวก็ควรมิดชิดเช่นกัน 

   

 

มารยาทการรับประทานอาหารในจาการ์ตา

ไม่มีกฎระเบียบสำหรับการรับประทานอาหารมากนักในกรุงจาการ์ตา เนื่องจากภาพรวมจาการ์ตาเป็นสังคมที่ค่อนข้างผ่อนคลายในเรื่องศิลปะการรับประทานอาหาร แต่ควรพึงระลึกว่าไม่ควรใช้มือซ้ายในระหว่างการรับประทานและควรรอให้ผู้เชิญเป็นผู้เริ่มต้นการรับประทานอาหารก่อนเสมอ เนื่องจากอินโดนีเซียเป็นประเทศอิสลาม ในเดือนแห่งการถือศีลอด (เดือนรอมฎอน) จึงมีข้อจำกัดพิเศษเกี่ยวกับเวลาและสถานที่ที่คุณสามารถรับประทานอาหารได้ แต่อย่างไรข้อจำกัดนี้มีผลเฉพาะเพียงร้านอาหารในท้องถิ่นขนาดเล็กซึ่งมักปิดในช่วงเทศกาลถือศีลอด ส่วนโรงแรมและร้านอาหารยังคงเปิดให้บริการแก่นักท่องเที่ยวตามปกติตลอดทั้งวัน
หากคุณได้รับเชิญไปรับประทานอาหารกับชาวอินโดนีเซีย ควรเผื่อเวลาสำหรับการมาสายประมาณ 30 นาที บนโต๊ะอาหารมักใช้ช้อนและส้อม อาหารส่วนใหญ่มีข้าวเป็นหลักและอาหารอื่นๆ หลายอย่าง ชาวมุสลิมไม่กินหมูและไม่บริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และเสิร์ฟอาหารให้ผู้ชายก่อน คุณควรรอจนกว่าเจ้าภาพจะแจ้งให้ทราบว่าคุณควรจะนั่งที่ไหนและให้สัญญาณเมื่อจะเริ่มรับประทานอาหาร ถ้าคุณเป็นฝ่ายเชิญเอง คุณจะถูกคาดหวังว่าเป็นผู้จ่ายค่าอาหารในมื้อนั้น การให้ทิปเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นเท่าใดนัก แต่อาจให้เป็นจำนวนเงินเล็กน้อยหากพอใจในการให้บริการ

 

ช่วงเวลาที่ควรไปเที่ยวประเทศอินโดนีเซีย  

ไปได้ตลอดทั้งปี อาจมีฝนตกบ้างในตอนเช้า 2-3 ชั่วโมงแต่ตอนบ่ายสามารถออกมาเที่ยวได้ไม่เป็นอุปสรรคแก่การท่องเที่ยวแต่อย่างใดเพราะเขตที่นี่เป็นเขตอากาศร้อนชื้นสามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี

 

สถานที่ท่องเที่ยว

บาหลี

เป็นที่ท่องเที่ยวสำหรับทุกคน เด็ก ผู้ใหญ่และคู่ฮันนีมูล ฯลฯ บาหลีมีวัฒนธรรม มีความสนุก มีธรรมชาติสวยๆ มีเอกลักษณ์ที่จะหาไม่ได้จากที่อื่นบาหลีมีที่ท่องเที่ยวเยอะมาก ทุกมุมของบาหลีมีสิ่งที่น่าสนใจมากมาย รอบๆเกาะยังมีที่ดำน้ำ ที่เล่นเซิร์ฟสำหรับนักท่องเที่ยวหนุ่มสาวก็มีล่องแก่งมีเดินป่า ไต่เขา และที่นักท่องเที่ยวแทบทุกคนชอบมาก คือ ช็อปปิ้ง ที่บาหลีเป็นสวรรค์ของนักช็อปปิ้งจริงๆคนบาหลีแท้ๆ ซื่อสัตย์ ใจดี ยิ้มง่าย เชื่อในเรื่องเวรกรรมบาปบุญมีปัญหาเรื่องขโมย เรื่องโกง เป็นเพราะคนจากเกาะอื่นที่มาทำมาหากินที่บาหลี มาเที่ยวบาหลีทุกคนมีกิจกรรมทำได้ตลอด ฝ่ายชายไปเล่นกอล์ฟ ฝ่ายหญิงไปช็อปปิ้งหรือเข้าสปา ลูกๆก็ไปเล่นน้ำจะไปเที่ยวบาหลีช่วงไหนของปีก็ได้ เพราะแม้แต่หน้าฝนแต่ฝนไม่ได้ตกตลอดวัน มักตกตอนเช้า 2 – 3 ชม.แล้วก็หยุด ไปตกอีกทีตอนค่ำกลางวันก็เที่ยวได้ไม่ต้องกังวลเรื่องฝน แต่ช่วงเดือนสิงหาคมกับช่วงคริสต์มาสและปีใหม่นักท่องเที่ยวจะเยอะแต่ไม่มีปัญหายังไงก็หาที่พักได้แน่นอน กูต้า สนามบินนูราลัย (Ngurah Rai) อยู่ห่างจากกูต้าเพียงนิดเดียวแต่รถติดทำให้ใช้เวลานานสักนิดกว่าจะถึงโรงแรมที่พัก กูต้ามีลักษณะคล้ายกับพัทยาและป่าตองเต็มไปด้วยแสงสี Shopping Area และร้านอาหาร กูต้า เลเกียน และเซมินยัก อดีตเคยเป็นสามหมู่บ้านที่ห่างกัน ปัจจุบันเชื่อมติดด้วยถนนสายช้อปปิ้งที่มีร้านขายของตั้งเรียงรายสุดสายตาเปิดดึกถึงเที่ยงคืน และมีศูนย์การค้าใหญ่กูต้าเซ็นเตอร์ ห้างสรรพสินค้ามาตาฮารี สวนน้ำวอเตอร์บอมบ์รวมทั้งฮาร์ดร๊อคโฮเต็ล 

ถ้ำช้างหรือกัวคชา (Goa Gajah) 
ที่ปากถ้ำเป็นหินสลักรูปหน้ายักษ์อ้าปากกว้าง ข้างในมีรูปพระคเณศวร์และลึงค์สามแท่ง แทนเทพสามองค์คือ ศิวะ นารายณ์ และวิษณุ 

เทมปักเซริง (Tempaksering) 

มีสถานที่ศักดิ์สิทธ์และมีความสำคัญอยู่สองแห่งคือ วัดเตียร์ตาอัมปึล (Tirta Empul) และบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ใสสะอาดที่ผุดขึ้นมาจากใต้ดิน คนบาหลีเชื่อว่าถ้าได้มาอาบน้ำที่นี่จะเป็นสิริมงคลและขับไล่สิ่งชั่วร้ายออกไปจากร่าง

กุหนุงกาวี (Gunung Gawi) 

ที่ฝังพระศพโบราณตั้งแต่ 8-900 ปีก่อน เลยไปทางตะวันออก จะมุ่งสู่เบซากี (Besakih) ซึ่งเป็นวัดที่มีความสำคัญที่สุด และถือว่าศักดิ์สิทธิ์ที่สุดเหนือวัดทั้งปวง วัดเบซากี มีอาณาบริเวณกว้างใหญ่ไพศาลประกอบด้วยวัดใหญ่น้อยรวมอยู่ด้วยกันถึง 22 วัด ถ้าขึ้นเหนือไปยังภูเขาบาตู จะได้ชมวิวสวยของภูเขาและทะเลสาบที่คินตามนีหากลงทางใต้ปลายสุดติ่ง ใกล้ไนูซาดูอา มีวัดอูลูวาตูอยู่ริมผาซึ่งมีความสวยงามมากในช่วงเวลาที่พระอาทิตย์ใกล้ตกดินเช่นเดียวกับวัดทานาลอตซึ่งจะพิเศษสุดเวลาน้ำขึ้นท่วมทราย ตัดให้ก้อนหินใหญ่ที่ตั้งวัดกลายเป็นเกาะเล็กๆริมทะเล เป็นต้น 

คินตะมะนี (Kintamani)
เป็นอำเภอบนภูเขา ซึ่งได้ชื่อมาจากเมืองโบราณ ภูเขาไฟบาร์ตูร์ ซึ่งอยู่บริเวณหมู่บ้านคินตามนีตั้งอยู่บนระดับความสูง 1,717 เมตร และเป็นหนึ่งในอาณาจักรยุคต้นๆ ภูเขาไฟกูนุงบาร์ตูร์นี้เป็นหุบเขาที่งดงามมีหมอกปกคลุมอย่างสวยงามบริเวณนี้จะมีอากาศเย็นตลอดทั้งปีใกล้กับภูเขาไฟคือทะเลสาบบาร์ตูร์ เป็นทะเลสาบซึ่งเกิดจากการยุบตัวของ ภูเขาไฟดาเนา บาร์ตูร์ ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดและตั้งอยู่บนหลุมปล่องภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่น

 

เทมภัคสิริงค์ (Tampaksiring) 
มีตีรตะเอมปลูน้ำพุศักดิ์สิทธิ์เป็นที่เคารพสักการะในหมู่ชาวบาหลีผู้คนเชื่อกันว่าน้ำพุนี้มีคุณสมบัติในการรักษาโรคต่างๆทุกปีผู้คนจากทั่วทุกสารทิศจะเดินทางมาที่นี่เพื่อชำระล้างมลทินในบ่อน้ำบริสุทธิ์ ก่อนอาบน้ำจะทำการบูชาขอบคุณเทพเจ้าแห่งน้ำพุที่แท่นบูชาและกรุณาจำไว้ว่าห้ามถ่ายรูปชาวบาหลีขณะอาบน้ำถือเป็นเรื่องที่หยาบคายมากๆทุกวันพระจันทร์เต็มดวงในเดือนตุลาคมชาวบ้านจากหมู่บ้านมุนะคะยา จะเดินทางมาที่นี่พร้อมกับหินศักดิ์สิทธิ์จากวัดปุราซะเกนัน เพื่อประกอบพิธีชำระล้างหิน 

เบดูกัล (Bedugul) 
เบดูกัลตั้งอยู่ที่ระดับความสูง 1,300 เมตร จากระดับน้ำทะเลเป็นแหล่งที่พักตากอากาศ มีทะเลสาบที่สงบเงียบและถูกปกคลุมด้วยม่านหมอก เป็นทะเลสาบปากปล่องภูเขาไฟกุนุงบราตัน เป็นแหล่งน้ำที่มีความสำคัญสำหรับไร่นาในแถบนี้ จึงมีพิธีบูชาเดวีดะเนา มีสนามกอล์ฟ 18 หลุม ที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในโลก วัดที่มีชื่อเสียงที่สุดได้แก่ วัดปุราตะนาห์ลอต (Pura Tanah Lot) วัดแห่งนี้ตั้งอยู่บนโขดหินใหญ่นอกฝั่งยื่นล้ำสู่ทะเลมองเห็นเป็นเงาสีดำสวยที่สุดยามพระอาทิตย์ตกดิน ตะนาห์ลอต แปลว่าผืนดินในท้องทะเล

 

วัดบุโรพุทโธ (Borobudur)

วัดบุโรพุทโธ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือห่างออกไป 40 กิโลเมตร ของเมืองยอร์กยาการ์ตา บนเกาะชวา ถูกนับว่าเป็นวัดแห่งศาสนาพุทธที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก ซึ่งวัดแห่งนี้ใช้เวลาในการสร้างประมาณ 75 ปี สร้างขึ้นในช่วงประมาณศตวรรษที่ 8 และ 9 ในอาณาจักรไศเลนทราโดยใช้อิฐบล็อคประมาณ 2 ล้านก้อน สร้างสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ขึ้นมาจนมีขนาดใหญ่มหึมา หลังจากนั้นไม่นาน วัดบุโรพุทโธ ก็ถูกทิ้งไว้ไม่ได้รับการดูแล ในศตวรรษที่ 14 ด้วยเหตุใดก็ยังเป็นปริศนาอยู่ และจากนั้นวัดแห่งนี้ก็ถูกซ่อนอยู่ภายใต้ชั้นขี้เถ้าภูเขาไฟมานับร้อยปี จนในปี 1814 ก็ถูกค้นพบโดย เซอร์ โทมัส แสตมฟอร์ด ราฟเฟิล และในช่วงระหว่างปี 1975 ถึง 1982 วัดแห่งนี้ก็ได้รับการบูรณะครั้งยิ่งใหญ่ โดยรัฐบาลอินโดนิเซียและองค์การยูเนสโก ซึ่งสถานที่แห่งนี้ยังได้รับการบันทึกว่าเป็น "มรดกโลกที่ใหญ่ที่สุด" ในปี 1991 อีกด้วย 
 สำหรับสิ่งที่ทำให้วัดบุโรพุทโธดูมีมนต์ขลัง ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เขามาดูความยิ่งใหญ่ของขนาดวัดแล้ว ยังมีสถาปัตยกรรมการตกแต่งอันสวยงาม เช่น จากหินบล็อคที่ได้รับการแกะสลัก ที่บอกเล่าเรื่องราวของพระสุตรา ที่มีฉากบรรยายถึง 1,460 ฉาก และที่น่าสนใจอีกอย่างคือจะมีชั้นของหินที่ถูกซ่อนเอาไว้บริเวณฐานของวัด ที่บอกเล่าถึงเรื่องราวที่มาของการออกแบบวัด จนกลายเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมที่หนึ่งในอินโดนีเซีย

 

อุทยานแห่งชาติโคโมโด (Komodo National Park)
อุทยานแห่งชาติโคโมโด ตั้งอยู่ใกล้หมู่เกาะซุนดาน้อย ประกอบด้วยเกาะใหญ่ ๆ 3 เกาะ คือ เกาะโคโมโด เกาะริงกา และเกาะปาดาร์ และยังมีเกาะเล็ก ๆ อีก 26  เกาะ ซึ่งชื่อของเกาะนั้นตั้งตามชื่อมังกรโคโมโด สัตว์เลื้อยคลานที่ใหญ่ที่สุดอาศัยอยู่ โดยที่เจ้ามังกรนี้สามารถตัวใหญ่ได้ถึง 3 เมตร หรืออาจยาวมากกว่านั้น และมีน้ำหนักมากกว่า 70 กิโลกรัม แม้ว่ามันจะกินซากศพของสัตว์ที่ตายแล้วก็ตาม แต่พวกมันก็ยังได้ชื่อว่าเป็นยอดนักล่าที่น่าเกรงขาม และยังคงล่าเหยื่ออย่างนกและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม แต่ไม่ค่อยโจมตีมนุษย์สักเท่าไหร่

 

เกาะกีลี (Gili Islands)
สำหรับ เกาะกีลี เป็นแหล่งพักผ่อนอีกแห่ง ที่นักท่องเที่ยวนิยมมา โดยเป็นเกาะที่มีหมู่เกาะขนาดเล็กอีก 3 เกาะ คือเกาะทราวานกัน เกาะกีลี เมโนและเกาะกีลี แอร์หมู่เกาะแห่งนี้ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการผ่อนคลาย เอนตัวลงนอนพักผ่อนริมหาดทรายขาวนวล และเพลิดเพลินไปกับคาเฟ่ริมหาดที่เล่นดนตรีเร็กเก้คลอเคล้า โดยที่ไม่มีเสียงรถยนต์หรือมอเตอร์ไซด์มารบกวนช่วงเวลาแห่งความสุขแน่นอน

 

โทราจาแลนด์ (Torajaland)
โทราจาแลนด์ เป็นพื้นที่เขตบริเวณที่สูงทางตอนใต้ของเกาะสุลาเวสี ซึ่งเป็นบ้านของชาวโทราจา และในโทราจาแลนด์นี่เองมีบ้านที่เป็นเอกลักษณ์ แถมยังเป็นที่เตะตาแก่ผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก คือหลังคาบ้านจะมีขนาดใหญ่ ลักษณะเป็นมุมแหลม 2 ด้าน เว้าตรงกลางลงมา เป็นที่รู้จักกันในนาม ทองโคนัน (Tongkonan) แต่ความสวยก็ปนมากับความสยอง เพราะบ้านหลังนี้เอาไว้เก็บศพเพื่อทำพิธี หลังจากที่คนตายแล้วก็จะนำร่างมาเก็บไว้ในบ้านนี้อยู่หลายวัน จนกว่าจะถึงพิธีศพ และคนตายก็จะถูกฝังที่รังเล็ก ๆ ในโพรงต้นไม้

 

บูนาเคน (Bunaken)
บูนาเคน ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเกาะสุลาเวสี ซึ่งเป็นที่โปรดปรานของผู้รักท้องทะเลอย่างแท้จริง เพราะเป็นบริเวณที่เหมาะกับการดำน้ำมากที่สุดในอินโดนิเซีย เกาะแห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานทางทะเลของบูนาเคน ที่ซึ่งคุณจะได้เห็นเหล่าปลาชนิดต่าง ๆ มากมายกว่า 70 สายพันธ์ที่อาศัยอยู่ทางมหาสมุทรแปซิฟิคตะวันตก โดยที่ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการไปดำน้ำที่บูนาเคน คือ ช่วงเดือนเมษายน และเดือนพฤศจิกายน

 

ภูเขาไฟโบรโม (Mount Bromo)
ภูเขาไฟโบรโม อยู่ในเทือกเขาเทงเกอร์ ในทางตะวันออกของเกาะชวา ซึ่งปัจจุบันภูเขาไฟแห่งนี้ยังคุกรุ่นอยู่ โดยปล่องภูเขาไฟมีความสูงอยู่ที่ 2,329 เมตร แม้ภูเขาแห่งนี้จะไม่ใช่ลูกที่สูงที่สุด แต่ก็เป็นภูเขาที่เป็นที่รู้จักมากที่สุด และเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมอีกแห่ง ส่วนที่ทำให้นักท่องเที่ยวสนใจมาเที่ยว เพราะมีจุดชมวิวที่ดีที่สุดจากยอดภูเขาไฟ มองไปที่ทะเลทรายข้างล่างและวิวรอบ ๆ รวมถึงมารอรับอรุณบนยอดภูเขาไฟอันร้อนแรงแห่งนี้ แต่อย่างไรก็ตาม ในบางวันศูนย์ภัยพิบัติของอินโดนิเซีย ก็มีการเตือนเรื่องการเดินทางเข้าไปชมภูเขาไฟจอมพิโรธนี้อยู่ และบริเวณปล่องภูเขาไฟนั้นก็ยังคงมีควันสีขาวลอยฟุ้งออกมา โดยที่รอบ ๆ ภูเขาไฟแห่งนี้นั้นล้อมรอบไปด้วยทะเลทราย อันเกิดจากเถ้าถ่านและฝุ่นผงจากการระเบิดของภูเขา  

 

หุบเขาบาเลียม (Baliem Valley)
หุบเขาบาเลียม อยู่ในเขตบริเวณที่สูงทางทิศตะวันตกของนิว กินี หากมองแบบเผิน ๆ จะพบว่าที่แห่งนี้คล้ายกับโลกยุคหิน รู้ไหมว่าที่หุบเขาแห่งนี้ ไม่เคยมีใครรู้จักจนกระทั่งปี 1938 มีนักบินลาดตะเวนจากฮอลแลนเดีย มาพบหุบเขาแห่งนี้โดยบังเอิญ โดยที่หุบเขาบาเลียมมีเมืองหลักอย่าง วาเมนา ซึ่งมีคนท้องถิ่นที่เรียกกันว่า ดานี่ อาศัยอยู่ และในทุก ๆ วันจะก็มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมชมวัฒนธรรม ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวดานี่ ซึ่งนักท่องเที่ยวก็จะได้รับการต้อนรับอันแสนอบอุ่นจากชนพื้นเมืองเหล่านี้อีกด้วย

 

อุทยานทันจัง พูทิง (Tanjung Puting)

อุทยานทันจัง พูทิง ตั้งอยู่บนเกาะบอร์เนียว จังหวัดกาลิมันตัน ในอินโดนิเซีย และเป็นอุทยานที่ได้รับความนิยมจากบรรดาบริษัททัวร์ท้องถิ่นทั้งหลาย ที่นำเสนอทัวร์เดินทางชมโดยเรือ เพื่อชื่นชมชีวิตของสัตว์ป่าและเข้าชมศูนย์วิจัยต่าง ๆ แต่สิ่งที่ได้รับความนิยมสูงสุดของทีนี้ก็คือ เจ้าลิงอุรังอุตัง ที่นักท่องเที่ยวมักจะแห่เข้ามาชมความน่ารักของมันเป็นประจำ

 

มัสยิดอิสติกลัล (The Istiqlal Mosque)
มัสยิดแห่งนี้นับได้ว่าเป็นมัสยิดที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 1975 ณ มัสยิดแห่งนี้มีห้องสวดมนต์รูปโดมอยู่ด้านบน และสามารถรองรับผู้คนที่เข้ามาได้ถึง 120,000 คน ซึ่งมีการตกแต่งแบบอนุรักษ์นิยม ภายในห้องสวดมนต์ทรงโดมขนาดยักษ์นั้นมีเสาขนาดใหญ่ถึง 12 ต้นเป็นเสมือนฐานรองรับน้ำหนักของมัน  มีประตูทางเข้า 7 ทาง มีน้ำพุตั้งอยู่ที่ชั้นใต้ดิน มีห้องสวดมนต์หลักอีกห้องและลานขนาดใหญ่ ตั้งอยู่บริเวณชั้นหนึ่ง ในส่วนของการตกแต่ง ก็มีชาวมุสลิมบางคนในอินโดนิเซียบอกว่าโครงสร้างของโดมและหอคอยสุเหร่านั้น ดูแนวโมเดิร์นและอราบิกมากเกินไป อย่างไรก็ดี คนส่วนใหญ่หรือนักท่องเที่ยวต่างชาติคิดว่ามันเป็นสถานที่ ๆ ดูมีมนต์ขลังมาก และในช่วงวันอิดุลฟิตริ (Idul Firti) และอิดุลแอดหา (Idul Adha) จะมีผู้คนจำนวนมากเข้ามาสวดมนต์ในที่แห่งนี้ และถือว่าเป็นวันที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดแห่งปี

 

วัดพรัมบานัน (Prambanan Temple)
วัดพรัมบานัน หรือเป็นที่รู้จักสำหรับคนท้องถิ่นว่า โรโร จองกรัง (Roro Jonggrang) ถือว่าเป็น 1 ในวัดฮินดูที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยที่จะมีแท่นบูชาหลัก 3 ที่ ซึ่งอุทิศให้แก่ เทพเจ้าฮินดู 3 องค์ ได้แก่ พระพรหม พระศิวะและ พระวิษณุ สำหรับผู้มาเยี่ยมชมและนักท่องเที่ยวทั้งหลายนั้นจะได้รับอนุญาตให้เข้าชมเป็นบางส่วนเท่านั้น เพราะบางส่วนได้รับความเสียหายจากในอดีต แต่ที่ไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง คือการชมพระอาทิตย์ขึ้นบริเวณหลังวัดแห่งนี้ เวลาประมาณตี 5 ที่เหมาะที่สุดในการชม

 

วิหารตานะห์ล็อต 

วัดแห่งนี้ตั้งอยู่เหนือผืนดินบนแท่นหินซึ่งเกิดจากการกัดเซาะของเกลียวคลื่น หอสีดำโดดเดี่ยวและเถาไม้เลื้อย ยอดไม้ช่อใบที่ปกคลุมหน้าผาชวนให้นึกถึง ความอ่อนช้อยของภาพวาดจีน คูหาที่รายรอบวัดคือที่อาศัยของงูศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งอยู่อย่างสันโดษโดยไม่ถูกรบกวน อนุญาตให้เข้าไปข้างในได้เฉพาะผู้มาสักการะเท่านั้น แต่นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นชม ทัศนียภาพที่งามจับตายามอาทิตย์ลับขอบฟ้าได้บนเขาลูกใกล้กัน ตามบันทึกตามประวัติศาสตร์ ตานะห์ล็อต สร้างโดย ดังห์ยัง นิราร์ตา นักบวชพราหมณ์ สมัยศตวรรษที่ 16 ซึ่งเดินทางจากชวามายังบาหลี ระหว่างทางที่รอนแรม นิราร์ตา มอง เห็นแสงสว่างพวยพุ่งมาจากชายฝั่งตะวันตก จึงเดินทางไปที่ดังกล่าวเพื่อเจริญสมาธิ จนสร้างความเลื่อมใสศรัทธาให้แก่เหล่าสาวกของนักบวชในท้องถิ่น จึงพากันมาศึกษา ศาสนากับท่าน สร้างความขุ่นเคืองแก่นักบวชในท้องถิ่นอย่างมาก จึงพยายามท้าทายท่าน แต่ท่านยังคงถือขันติจึงย้ายที่บำเพ็ญเพียรไปยังมหาสมุทร สถานที่แห่งนี้จึงเป็นที่รู้จักในนาม ตานะห์ล็อต หรือ “ดินแดนในทะเล” นิราร์ตาโยนผ้าคาดเอวลงสู่คลื่นให้กลาย เป็นอสรพิษศักดิ์สิทธิ์ เชื่อกันว่ายังคงอาศัยในโพรงใต้ฐานหินของตัววัด ชาวบาหลีระวังที่จะไม่รบกวนบรรดางู ซึ่งพิทักษ์วัดและป้องกันมิให้พลังร้ายมากร้ำกราย 

 

บาร็องด๊านซ์

ระบำบาร็องด๊านซ์ (Barong Dance) เป็นการแสดงศิลปวัฒนธรรมของบาหลี บาร็องด๊านซ์ เป็นเรื่องราวการต่อสู้ระหว่างความชั่วและความดี บาร็อง คือ ตัวแทน ฝ่ายธรรมะ เป็นสัตว์ในเทพนิยาย มีลักษณะเป็นตัวสิงโตผสมมังกรแสดงโดยผู้ชายสองคน ว่ากันว่าเคราของบาร็องมีอำนาจในการรักษาโรคต่าง ๆ ส่วนคู่ปรับของบาร็อง คือ รังดา ราชินีแห่งนรก ซึ่งชาวบาหลีรู้สึกหวาดกลัวและให้ความเคารพพอ ๆ กัน ตามบทละคร บาร็องไม่สามารถปราบรังดาได้อย่างราบคาบ เพราะจะต้องมีการถ่วงดุลระหว่างความดีและความชั่วเสมอ สำหรับชาวบาหลีการแสดงชุดนี้คือภาพสะท้อนการต่อสู้ของชีวิต 

 

ปุราอูลันดานูบาตูร์ (Pura Ulan Danu Batur)
วัดอูลันดานูบาตูร์ ซึ่งเป็นวัดใหญ่ที่ถือได้ว่าสำคัญเป็นอันดับ 2 รองจากวัดเบซากิห์ วัดแห่งนี้มีขนาดใหญ่โตและงดงาม คล้ายศิลปะแบบเดียวกับ นครวัด นครธม บริเวณหลังวัด จะมองเห็นทั้งทะเลสาบบาตูร์ และภูเขาไฟกุนุงบาตูร ์นอกจากจะเป็นวัดที่มีความศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อของคนบาหลีแล้ว บรรยากาศของวัดนี้ก็ยังดีมากด้วย เพราะเนื่องจากอยู่ในที่สูงจึงมีหมอกปกคลุมไปทั่วบริเวณ ทำให้ดูขลังและดูศักดิ์สิทธิ์ยิ่งขึ้นไปอีก

 

วัดเจดีย์ตาอัมปีล

วัดเตียร์ตา อัมปีล (TIRTA EMPUL TEMPLE) วัดน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ซึ่งคนไทยมักจะเรียกกันว่า วัดตัมปะก์ซีริง (TEMPAK SILING)คินตะมะนีอยู่ที่ความสูง 1,500 เมตรมีภูเขาไฟบะตูร์ที่ยังคงมีร่องรอยของการระเบิดในอดีต ภูเขาไฟลูกนี้เป็นภูเขาไฟที่ยังคงมีชีวิตการปะทุของภูเขาไฟลูกนี้ครั้งล่าสุดเมื่อปี 1994 แต่การปะทุครั้งใหญ่เกิดขึ้นครั้งสุดท้ายในปี 1926 และมีหมู่บ้านที่สวยงามบนปากปล่องภูเขาไฟ และมีทะเลสาบที่งดงามดูเป็นสีฟ้าใสราวกับแก้ว แต่บางครั้งกลับดูเป็นสีเงินซึ่งมีความสวยมากเหมาะแก่การมาชมวิวในจุดนี้

วัดเม็งวี (Pura Taman Ayun)

เป็นเมืองที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นศูนย์กลางของอาณาจักรเม็งวีแห่งบาหลีตะวันตกมีวัดทามันอายุนเป็นศูนย์กลางของเมืองสำหรับวัดแห่งนี้ในอดีตคือพระราชวังของกษัตริย์ราชวงศ์เม็งวีปัจจุบันเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้ในพื้นที่รอบนอกแต่ไม่สามารถเข้าไปยังภายเขตภายในของวัดได้รูปแบบของวัดทามันอายุนเป็นการจำลองจักรวาลตามคติความเชื่อของศาสนาฮินดูไม่ว่าจะเป็นเจดีย์สูงใหญ่(เมรุ)ที่สื่อถึงเขาพระสุเมรุอันเป็นศูนย์กลางของจักรวาลหรือสระน้ำที่รอบล้อมวัดเปรียบดั่งมหาสมุทรสีทันดร 

 

ทะเลสาบบราตัน
เป็นทะเลสาบที่มีมนต์ขลัง ฉากหลังคือทุ่งข้าวขั้นบันไดที่ค่อย ๆ ลาดต่ำลง อยู่ที่เบดูกัลป์ (
Bedugu) เป็นทะเลสาบที่มีชื่อเสียงซึ่งมีรีสอร์ทให้นักท่องเที่ยวที่ต้องการธรรมชาติแบบทุ่งหญ้า ท้องนา และภูเขาได้เข้าพักด้วย ในตอนเช้าหากปราศจากหมอกจะได้เห็นวิวที่สวยงามของยอดเขาคินตามณี (Kintamani) เมาต์อากุง (Mount Angung) เรื่อยไปจนถึงทางทิศตะวันออกนอกจากนี้ยังเป็นศูนย์รวมกิจกรรมทางน้ำสร้างความตื่นเต้น เช่น สกีน้ำ การล่องเรือ และภายเรือในทะเลสาบ

 

พระราชวังสุลต่าน

วังสุลต่าน Kraton  คำนี้เป็นภาษาอินโดนีเซีย แปลว่าวัง Sultan ที่ Yogya มีวังของสุลต่านเปิดให้ชม โดยคิดค่าเข้าชม ๑๐,๐๐๐ รูเปียต่อคน   วังที่นี้จะมีขนาดกะทัดรัด ที่เต็มไปด้วยสิ่งของล้ำค่าในวังและเครื่องใช้ต่างๆก่อนที่กษัตริย์องค์สุดท้ายจะลี้ภัยและเปลี่ยนการปกครอง ชมวังเมกกะลังและเครื่องบรรณาการต่างๆ  และห้องเก็บโบราณวัตถุและสิ่งล้ำค่าสมัยก่อนและมีวงมโหรีมีเวทีการสำหรับการแสดงด้วยมีกรงนกรวมถึงนกหลายประเภท ห้องจัดเก็บสิ่งของต่างของบิดาของสุลต่านรวมไปถึงที่นี่ท่านจะได้ศึกษา ประวัติต่างๆที่มีความเป็นมาน่าศึกษาและมีค่าของอารยธรรมชวาให้ท่านได้ถ่ายรูปกับสัญลักษณ์ที่ประตูวังได้ในที่นี่

   

พระราชวังน้ำ

พระราชวังน้ำ (Water Palace) เป็นสถานที่พักผ่อนของสุลต่าน ภายในมีสระขนาดใหญ่ เพื่อให้สาวสรรกำนัลในว่ายน้ำเล่นเบิกบานสำราญใจโดยมีอาคารที่ประทับของสุลต่านอยู่ใกล้ๆสามารถมองเห็นสาวๆในสระได้อย่างชัดเจนส่วนสระว่ายน้ำของมเหสีและธิดาของสุลต่านจะแยกออกไปต่างหากโดยรอบๆจะเป็นสวนขนาดใหญ่ที่ยังคงความสวยงาม

 

หาดโลวีน่า

หาดโลวิน่าอยู่ทางเหนือสุดของเกาะบาลี บริเวณภูมิภาคนี้เป็นศูนย์รวมของวัฒนธรรมที่หลากหลาย เพราะคนที่นี่จะเป็นชาวพื้นเมืองบาหลี ชาวจีน และชาวมุสลิม มีแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามมากมาย และที่นี่เองมีพื้นที่การเกษตรคือการปลูกองุ่นเพื่อผลิตไวน์และยังมีพื้นที่เพื่อปลูกไร่กาแฟอีกด้วย

 (lovina)หาดโลวิน่า (lovina) เป็นชายหาดที่มีชื่อเสียงอีกแห่งหนึ่งของบาหลี หาดทรายเป็นสีดำซึ่งเกิดจากเถ้าของหินภูเขาไฟถือว่าเป็นชายหาดที่มีความงดงามแห่งหนึ่งและมีความแปลกตาหาดที่นี่ มีความยาวประมาณ 8 กิโลเมตร มีรีสอร์ทตั้งอยู่ชายทะเลจำนวนมากและที่นี่มีกิจกรรมนั่งเรือชมปลาโลมาซึ่งมีอยู่มากในหาดแห่งนี้ถือเป็นหาดที่น่าท่องเที่ยวเหมาะกับพักผ่อนหย่อนใจเป็นอย่างยิ่ง

วัดตัมปะก์ซีริง (TAMPAK SIRING TEMPLE) และ น้ำพุศักดิ์สิทธิ์ TIRTA EMPUL 

(TAMPAK SIRING TEMPLE) ตามตำนานเล่าว่า เกอโบ อีวา มหาเสนาบดีผู้ยิ่งใหญ่ของเบอดูลูใช้เวทมนต์แกะสลักอนุสรณ์สถานในชั่วคืนด้วยเล็บมือตน สิ่งปลูกสร้างนี้คืออนุสรณ์สถานแห่งราชวงศ์วาร์มาเดวา ประเพณี ปลงพระศพของราชวงศ์ (ซึ่งจะทำให้กษัตริย์ ราชินี และนางสนมผู้วายชนม์กลายเป็นเทพเจ้า) น้ำพุศักดิ์สิทธิ์ (TIRTA EMPUL) ตั้งอยู่ในบริเวณ วัดตัมปะก์ซีริง มีสีเขียวอมฟ้า ผุดจากพื้นดินเชิงภูเขาไฟเอกุง ชาวบาหลีเชื่อว่าการได้อาบน้ำจากน้ำพุนี้เป็นการรักษาโรคภัยไข้เจ็บ เชื่อกันว่าพระอินทร์ทรงสร้างขึ้นตอนที่เจาะพื้นพิภพเพื่อสร้างบ่อน้ำอมฤตชุบชีวิตนักรบของพระองค์ สถานที่แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นราวศตวรรษที่ 10 ว่ากันว่าน้ำในสระมีอำนาจในการรักษาโรคภัยต่างๆ ชาวบาหลีจึงนิยมมาชำระร่างกายให้บริสุทธิ์ หลังจากถวายเครื่องบัดพลีแก่เทพเจ้าแห่งสระน้ำแล้ว หญิงและชายจะแยกไปอาบน้ำกันคนละด้าน แม้น้ำจะมาจากแหล่งเดียวกัน แต่จะมีท่อแยกเพื่อประกอบพิธีกรรมต่างกันไป

 

บันดุง

"บันดุง" เมืองเล็กๆแห่งหนึ่งทางตะวันตกของอินโดนีเซียจัดเป็นเมืองที่ทันสมัยอยู่ท่ามกลางบรรยากาศวัฒนธรรมเก่าแก่ของอินโดนีเซีย ย้อนไปถึงในศตวรรษที่17ภายหลังจากชาวดัตช์เข้ามายึดครองและเริ่มส่งคนมาสำรวจดินแดนแถบนี้ก่อนพบว่าเมืองนี้มีความอุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การปลูกข้าว ชา และกาแฟ เริ่มพัฒนาไปสู่การทำเกษตรกรรม ต่อมาชาวดัตช์เริ่มทำถนนตัดผ่านจนนำความเจริญมาสู่เมืองนี้ มีภูเขาไฟที่มีชื่อเสียงที่สุดของเมือง คือ ภูเขาไฟ "Tangkuban Parahu" อยู่ห่างจากเมืองบันดุงไปทางทิศเหนือ 29 กิโลเมตร ภูเขาไฟแห่งนี้มีความสูง 1,830 เมตรจัดเป็นภูเขาไฟที่สูงที่สุดในชวาตะวันตกภูเขาไฟแห่งนี้มีรูปร่างคล้ายเรือควํ่าแม้จะไม่ปะทุแล้วแต่บางครั้งก็ยังมีความร้อน และกลุ่มควันแผ่ออกมา พร้อมกับกลิ่นเหม็นของกำมะถันที่ระเหยคลุ้งไปในอากาศเนื่องจากเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่อยู่ไม่ไกลจากเมืองบันดุงมากนักทำให้มีนักท่องเที่ยวทั้งจากในและนอกประเทศให้ความสนใจขึ้นมาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก บนยอดภูเขาไฟTangkuban Parahu เป็นพื้นที่เปิดโล่งทอดตัวไปตามเนินเขา มีลักษณะคล้ายกับที่ราบสูงในทิเบต และสัมผัสได้ถึงอากาศที่เย็นสบายในวันที่อากาศแจ่มใสสามารถมองเห็นภูเขาไฟที่อยู่ไกลออกไปได้อย่างชัดเจน หากเดินไปสักเล็กน้อยจะถึงจุดชมวิวที่มีลักษณะเป็นหอคอยแม้ไม่สูงมากแต่ก็สามารถมองเห็นปากปล่องภูเขาไฟได้อย่างชัดเจนคนไหนที่ไม่อยากเดินจะมีชาวบ้านแถบนั้นจูงม้ามาคอยให้บริการพาชมรอบๆ ภูเขาไฟและหากเดินลัดเลาะลงไปตามเส้นทางของเนินเขาก็จะพบกับแอ่งนํ้าร้อนธรรมชาติสลับกับมีร้านขายสินค้าเป็นระยะนอกจากนี้ยังมีสวนต้นไม้โบราณหลากหลายพันธุ์สวนนี้เกิดขึ้นมาตั้งแต่สมัยชาวดัตช์เข้ามาปกครองนักท่องเที่ยวมักจะแวะไปชมกันจากภูมิประเทศที่สวยงามและแปลกตาของอินโดนีเซียจึงเป็นเอกลักษณ์ที่ชวนให้น่าเดินทางไปสัมผัสอีกแห่ง




เดินทางเป็นกลุ่ม ทัศนศึกษา ดูงาน สัมมนา




Copyright © 2010 All Rights Reserved.
แก้ไขปรับปรุงข้อมูลล่าสุด เดือน เมษายน 2557 รับรองความถูกต้องของข้อมูลโดย Admin
บ.ลายไทย ทรานสปอร์ต แอนด์ แทรเวล จำกัด
เลขที่ 22/20 ม.15 ถ. จรัญสนิทวงศ์ 35 แขวงบางพรม เขตตลิ่งชัน กรุงเทพ 10170
โทร. 02-8878802, 02-8878803 และ 02-8879680 แฟกซ์ 02-8877818
Email : info@linethaitravel.com