ทัวร์รัสเซีย ประเทศรัสเซีย รัสเซีย เที่ยวรัสเซีย มอสโคว์ ซากอร์ส เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก มหาวิหารเซนต์ซาเวียร์ จัตุรัสแดง วิหารเซนต์บาซิล สุสานเลนิน พระราชวังเครมลิน พุชกิ้น พระราชวังฤดูร้อนแคทเธอรีน พิพิธภัณฑ์เฮอร์มิเทจ ปีเตอร์ฮอฟ พระราชวังนิโคลัส ถนนอารบัต
ReadyPlanet.com
dot
ใบอนุญาตนำเที่ยวเลขที่ 11/03347
dot
bulletบริษัท ลายไทย ทรานสปอร์ต แอนด์ แทรเวล จำกัด
dot
ติดต่อสอบถาม จองทัวร์ โทร. 02-8878802 , 02-8878803 และ 02-8879680
dot
bulletHome Page หน้าแรก
bulletด่วน......สมัคร สมาชิก ลายไทย ออนไลน์ รับส่วนลด และ สิทธิพิเศษ มากมาย
dot
รายการท่องเที่ยว ในและต่างประเทศ
dot
bulletท่องเที่ยว ในประเทศ
bulletโปรโมชั่น ตั๋วเครื่องบิน ในประเทศ จากการบินไทย
bullet โปรโมชั่น ตั๋วต่างประเทศ
bulletโปรโมชั่น ตั๋วกรุ๊ป 10 ท่านขึ้นไป
dot
ขั้นตอน การใช้บริการ
dot
bulletจองแพจเกจทัวร์ออนไลน์
bulletวิธีการชำระเงิน
bulletวิธีการ จอง/ซื้อ หรือใช้บริการ
dot
สิ่งที่ควรรู้ ก่อนเดินทางท่องเที่ยว
dot
bulletมือใหม่ นั่งเครื่องบิน
bulletอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา
bulletสภาพอากาศ ทั่วโลก
bulletสภาพอากาศ ทั่วไทย
bulletแผนที่ ทั่วไทย
bulletสถานทูตต่างประเทศ ในไทย
bulletเวลาทั่วโลก
bulletข้อมูล สายการบิน
bulletข่าวจากหนังสือพิมพ์
bulletประเทศ ที่ต้องขอวีซ่า
bulletประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่า
bulletตรวจสอบเวลาเครื่องบิน ขึ้น-ลง
bulletมีอะไรใน...สนามบินสุวรรณภูมิ
dot
What's new
dot
bulletคำถามที่พบบ่อย
bulletSpecial Guest
bulletรู้ไว้ใช่ว่า เรื่องน่าสนใจทั่วโลก
bulletกรมศุลกากรเตือนนักท่องเที่ยวชาวไทยเดินทางกลับเข้าประเทศผ่านช่องตรวจเขียว-แดงให้ถูกต้อง
dot
ชมภาพการเดินทางของลูกค้า
dot
bulletภาพลูกค้า ล่องเรือแม่น้ำเจ้าพระยา
bulletผู้บริหารระดับสูงจาก กระทรวงพลังงาน-ปตท.-ปตท.สผ.-กฟผ.-เอกซอน-HESS สัมมนาวิชาการที่ ประเทศลาว
bulletรวมภาพ ทริปลูกค้าลายไทย
dot
สื่อจากใจ ลายไทย เพื่อ คุณ
dot
bulletรายการแลกของรางวัล
bulletลายไทยนิวส์ ฉบับที่ 77/2559
bulletแผนที่ บ.ลายไทย


ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว บ.ลายไทย ทรานสปอร์ต แอนด์ แทรเวล

 

 



ทัวร์รัสเซีย ประเทศรัสเซีย รัสเซีย เที่ยวรัสเซีย มอสโคว์ ซากอร์ส เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก มหาวิหารเซนต์ซาเวียร์ จัตุรัสแดง วิหารเซนต์บาซิล สุสานเลนิน พระราชวังเครมลิน พุชกิ้น พระราชวังฤดูร้อนแคทเธอรีน พิพิธภัณฑ์เฮอร์มิเทจ ปีเตอร์ฮอฟ พระราชวังนิโคลัส ถนนอารบัต article

 

  

 

รหัสทัวร์

วันเดินทาง

รายการท่องเที่ยว

ราคา
( บาท )

Booking /
จองทัวร์ออนไลน์

         

RUS15001

เม.ย.-ก.ค. 60

ทัวร์รัสเซีย มอสโคว์ ซากอร์ส เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก 8 วัน 5 คืน (TK)

67,900
79,900

Booking Online
Booking Online

 

 

 

 

หมายเหตุ

   
แพคเกจทัวร์   หมายถึง รายการท่องเที่ยวที่จัดเตรียมสำหรับ ผู้เดินทาง ตั้งแต่ 1-2 คน ขึ้นไป เหมาะสำหรับ ผู้ที่ต้องการเดินทาง
    ท่องเที่ยว และ พักผ่อน แบบอิสระ สบาย ๆ สามารถเลือกวันเดินทางได้เอง
รายการทัวร์   หมายถึง รายการท่องเที่ยวที่จัดเตรียมสำหรับ ผู้เดินทาง เป็นกลุ่มตั้งแต่ 15-30 คน ขึ้นไป ในรายการทัวร์ส่วนใหญ่
    จะมีการจัดเตรียมบริการเพื่อการท่องเที่ยวอย่างครบถ้วน เช่น อาหาร ที่พัก ค่าเข้าชมสถานที่ ค่าทัวร์ ค่าเดินทาง
    มัคคุเทศก์ ฯลฯ เพื่อความสะดวกสำหรับผู้เดินทาง

 


               

 Flag of Russia.svg

รัสเซีย

  

เตรียมตัวก่อนออกเดินทาง

1.  ท่านสามารถนำกระเป๋าใบใหญ่ขึ้นเครื่องได้ 1 ใบ โดยควรจะเป็นกระเป๋าที่มีล้อเลื่อนมีกุญแจล็อคน้ำหนักไม่เกิน 20 กก. และกระเป๋าใบเล็กที่ใช้ถือขึ้นเครื่องได้อีก 1 ใบ

2.  สำหรับท่านที่มีโรคประจำตัว กรุณาเตรียมยาประจำตัวของท่านไปให้เพียงพอกับระยะเวลาการเดินทาง (ควรให้แพทย์ระบุชื่อยาเป็นภาษาอังกฤษ และระบุด้วยว่าเพื่อรักษาโรคอะไร)

 

ของสำคัญที่ควรนำไปด้วย

1.  เตรียมฟิล์มไปให้เพียงพอ สำหรับท่านทีใช้กล้องถ่ายรูปชนิดที่ต้องใช้ฟิล์ม และสำหรับกล้องถ่ายรูปดิจิตอล ควรเตรียม MEMORY CARD ที่มีความจุมากๆ เช่นประมาณ 128 M และไม่ควรตั้งค่าความละเอียดไว้สูง ซึ่งจะสามารถบันทึกภาพได้ประมาณ 200-300 รูป ฟิล์มถ่ายรูปที่รัสเซียหาไม่ง่ายนัก และมีราคาแพง ทั้งนี้โปรดเตรียมอุปกรณ์ของกล้อง รวมทั้งเตรียม แบตเตอรี่ไปให้เพียงพอด้วย

2.  โปรดนำครีมชุ่มชื้น ครีมบำรุงผิว ลิปสติก และลิปมันไปด้วย เพราะอากาศที่รัสเซียแห้งมาก

3.  โปรดนำยารักษาโรคส่วนตัวไปในจำนวนที่เพียงพอ

4.  แนะนำให้นำอาหารจำพวกของขบเคี้ยวเล็กๆ น้อยๆ สำหรับท่านที่อาจจะชอบอาหารเผ็ดจัด อาจจะนำน้ำพริกแห้งๆ ชนิดต่างๆ ติดตัวไปได้ในจำนวนพอสมควร ขอให้แพ็คเป็นอย่างดี

 

กระเป๋าเดินทาง

1.  ควรนำกระเป๋าเพียง 2 ใบ คือใบใหญ่ที่เช็คอิน และโอเวอร์ไนท์ ที่หิ้วขึ้นเครื่องทั้ง 2 ใบ ต้องล็อคได้ และมีล้อลาก

2.  กระเป๋า ใบใหญ่ กรุณาตรวจเช็คเลือกแบบที่ไม่ใหญ่เทอะทะ เพราะเนื้อที่ใต้ท้องรถสำหรับวางกระเป๋ามีจำกัดมาก ส่วนใบเล็กต้องมีขนาดมาตรฐานที่ได้รับอนุญาตให้นำขึ้นเครื่องได้ (ไม่อ้วนและหนาเกินไป)

3.  ในกระเป๋า HAND BAG ถือขึ้นเครื่อง ห้ามนำมีด กรรไกร กรรไกรตัดเล็บทุกชนิด ไขควง และของมีคมต่างๆ ติดไปเด็ดขาด เนื่องจากปัจจุบันนี้มีมาตรการรักษาความปลอดภัยตามสนามบินต่างๆ เข้มงวดมาก

4.  ขอความกรุณา จำกัดน้ำหนักกระเป๋าของท่านขณะเช็คอินดังนี้

     ·  ใบเล็ก ไม่เกิน 7 กิโลกรัม

     ·  ใบใหญ่ ไม่เกิน 20-25 กก. และสำหรับชั้นประหยัด และ 30-35 กก. สำหรับชั้นธุรกิจ

     การเช็คอินตั๋วเดินทางภายในประเทศสายการบินมักจะเข้มงวดเรื่องน้ำหนักกระเป๋า และมักจะหาเรื่องเก็บสตางค์ในกรณีที่น้ำหนักเกินพิกัด (ชั้นประหยัดน้ำหนักรวม 20 กก.กระเป๋าใหญ่+กระเป๋าเล็กถือขึ้นเครื่อง) ควรเผื่อน้ำหนักกระเป๋าไม่ให้เกินพิกัด เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกปรับ ซึ่งท่านผู้เดินทางต้องรับผิดชอบกระเป๋าของท่านเอง

 

ข้อมูลทั่วไป

ภาษา

ภาษาทางราชการ คือ ภาษารัสเซีย และใช้ภาษาอังกฤษ กับภาษาเยอรมันในการติดต่อทางธุรกิจ ส่วนในแต่ละรัฐ ก็จะใช้ภาษารัสเซีย และภาษาท้องถิ่นของตนเองเป็นภาษาราชการ 

 

เวลา

ประเทศรัสเซียมีความแตกต่างของเวลาระหว่างตะวันตกและตะวันออก 11 เขตเวลา โดยเวลาของกรุงมอสโกจะช้ากว่าเวลาของกรุงเทพฯ ประมาณ 3 ชั่วโมงในช่วงเดือนเมษายนถึงตุลาคม และจะช้ากว่าไทย 4 ชั่วโมง

 

สกุลเงิน

รูเบิล (ruble: RUR)

 

เงิน

1.  เงิน US$ และเงิน ยูโร สะดวกในการแลกใช้ ควรแลกเศษย่อยๆ เผื่อไว้ทิปเล็กๆ น้อยๆ

2.  อย่าแลกเงินกับพ่อค้าเร่ข้างถนน สำหรับสินค้าบางชนิดที่เอกชนวางขายข้างถนนอาจใช้ US$ ได้

3.  บัตรเครดิตสามารถใช้ได้ในร้านค้าใหญ่ๆ ห้างสรรพสินค้า ส่วนร้านค้าเล็กๆ รับแต่เงินสด

 

กระแสไฟฟ้า

กระแสไฟฟ้าที่ใช้ในรัสเซีย คือ 220 โวลต์, AC 50 HZ

ปลั๊กไฟกลมจะเป็นแบบสองขา

 

โทรศัพท์

โทรศัพท์ไปกรุงมอสโคว์ กด +7 495 ตามด้วยเบอร์โทร

โทรศัพท์ไปนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก กด +7 812 ตามด้วยเบอร์โทร

การโทรกลับประเทศไทย กด +66 ตามด้วยรหัสเมือง และเบอร์โทรศัพท์

(โทรแบบประหยัดกด *131*66 ตามด้วยรหัสเมือง เบอร์โทรศัพท์ แล้วกด # )

 

 สภาพภูมิอากาศ และ เครื่องแต่งกาย        MAY

          เซ็นต์ปีเตอร์สเบิร์ก                          9 / 20

          มอสโคว์                                      8 / 21

          ในช่วงที่เดินทางเป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิ /ต้นฤดูร้อน อากาศกำลังสบาย สิ่งที่ควรเตรียมไปมีเสื้อผ้าบาง แจ็คเก็ตบางกันลม รองเท้าควรเป็นรองเท้าหุ้มส้นที่สวมใส่สบาย เพราะสถานที่เข้าชมส่วนใหญ่จะต้องเดินชมตามพิพิธภัณฑ์ และ โบสถ์ออโธด๊อกซ์ ในบางวันอาจจะมีฝนตกบ้างเล็กน้อยควรติดร่มกันแดด / ฝนไปด้วย

 

 

สภาพภูมิประเทศ

พื้นที่ส่วนใหญ่ของรัสเซียเป็นที่ราบกว้างใหญ่ ทางตอนใต้ส่วนใหญ่เป็นที่ราบสเตปป์ มีป่าไม้มากทางตอนเหนือ และมีพื้นที่แบบทุนดราตามชายฝั่งทางเหนือ เทือกเขาจะอยู่ตามชายแดนทางใต้ เช่น เทือกเขาคอเคซัส ซึ่งมียอดเขาเอลบรุส ที่มีความสูง 5,642 เมตรและเป็นจุดสูงสุดของรัสเซียและยุโรป หรือเทือกเขาอัลไต และทางตะวันออก เช่น เทือกเขาเวอร์โฮยันสค์ หรือภูเขาไฟในแหลมคัมชัตคา เทือกเขาอูรัลทางตะวันตกวางตัวเหนือใต้และเป็นเขตแดนทางธรรมชาติของทวีปเอเชียและทวีปยุโรปรัสเซียมีชายฝั่งที่ยาวถึง 37,000 กิโลเมตร

 

ที่ตั้ง

ดินแดนอันกว้างใหญ่ของสหพันธรัฐรัสเซียครอบคลุมพื้นที่แถบตะวันออกเฉียงเหนือเหนือของทวีปยูเรเชีย จุดที่ห่างไกลกันที่สุดของรัสเซีย ซึ่งได้แก่ชายแดนที่ติดต่อกับโปแลนด์และหมู่เกาะคูริล มีระยะห่างถึง 8,000 กิโลเมตร ทำให้รัสเซียมีถึง 11 เขตเวลา รัสเซียมีเขตป่าสงวนที่ใหญ่ที่สุดในโลก และถูกเรียกว่าเป็น "ปอดของยุโรป" เพราะปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ที่ดูดซึมนั้นเป็นรองเพียงแค่ป่าดิบชื้นแอมะซอนเท่านั้น รัสเซียมีทางออกสู่มหาสมุทรถึงสามแห่ง ได้แก่ มหาสมุทรแอตแลนติก อาร์กติก และแปซิฟิก จึงทำให้รัสเซียเป็นประเทศที่มีบทบาทสำคัญต่ออุปทานของสินค้าประมงในโลก

 

การใช้ห้องน้ำ ภัตตาคาร / ร้านอาหาร

ร้านอาหารในรัสเซีย ห้องน้ำค่อนข้างจำกัดควรจะทยอยกันไปเข้าห้องน้ำก่อนจะทานอาหารเสร็จเพื่อจะได้ไม่ต้องรอห้องน้ำนาน

 

บัตรเครดิต

ใช้ได้ตามโรงแรมที่ใหญ่ ภัตตาคารใหญ่ๆและห้างสรรพสินค้าในเมืองสำคัญๆในกรณีที่ท่านต้องการซื้อสินค้าท่านควรจะขออนุมัติวงเงินจากบัตรเครดิต ธนาคารต้นสังกัดเพื่อความสะดวกในการใช้จ่าย

 

การให้ทิป

การให้ทิปถือเป็นธรรมเนียม รวมทั้งเซอร์วิสชาร์จในโรงแรมและร้านอาหาร โดยทั่วไปมัคคุเทศก์ท้องถิ่น และคนขับรถ ควรจะต้องทิป ในอัตราวันละ 4 USD / วัน สำหรับหัวหน้าทัวร์ท่านสามารถให้ทิปตามความพึงพอใจของการให้บริการ

 

เครื่องดื่ม

ในต่างประเทศการนำเครื่องดื่มประเภทแอลกอฮอล์ เข้าไปในร้าน โดยปกติทางร้านจะเก็บค่าบริการเปิดขวดและค่าเครื่องดื่มต่างๆ โรงแรมในรัสเซียส่วนใหญ่จะไม่มีแอร์ ควรเปิดทิ้งไว้ 5-10 นาทีเพื่อเป็นการระบายอากาศ และมินิบาร์ ท่านสามารถซื้อจากข้างนอกแล้วไปทานในโรงแรมได้

 

ของที่ควรซื้อจากรัสเซีย

ปัจจุบันนี้สินค้าต่างๆ ในรัสเซีย ทั้งสินค้าพื้นเมือง และสินค้านำเข้า มีราคาแพงกว่าสมัยสังคมนิยมหลายเท่า สินค้าพื้นเมืองต่างๆ ของรัสเซียที่น่าสนใจ เช่น

1.  ผ้าคลุมไหล่สตรีลวดลายแบบรัสเซีย เลือกที่สีสวย เนื้อผ้าดี (ขนสัตว์แท้ หรือผสมไหม) ผืนละประมาณ 600 บาท ถึงหลายพันบาท หากซื้อริมถนน ท่านสามารถต่อรองราคาได้ควรเลือกชายครุยที่เป็นไหม หากเป็นขนสัตว์จะไม่เหมาะที่จะใช้ในประเทศไทย

2.  แก้วเจียระไน ไม่สวยนัก และราคาไม่ถูกเท่าในโปแลนด์ ฮังการี เชค และสโลวาเกีย

3.  ตุ๊กตาไม้ (แม่ลูกดก) แบบซ้อนกันหลายตัว มีสีสันสวยงาม ราคาไม่แพงนัก นอกจากครบชุดใหญ่เป็นหลายสิบตัว ราคาแตกต่างกันไป (ตามแผงลอยราคาถูก คุณภาพต่ำแต่ตามร้านขายนักท่องเที่ยวราคาแพงกว่า แต่ฝีมือปราณีต)

4.  คาร์เวีย (ไข่ปลาสเตอร์เจี้ยน) มีหลายชนิด ที่ทั้งสีดำ และสีแสด (เม็ดเล็ก เม็ดใหญ่) โปรดอย่าซื้อที่เร่ขายตามถนน ที่ถนน ARBAT STREET มีร้านจำพวกโกรเซอรี่ 2-3 ร้าน มีของดีขาย ราคาไม่ถูกนัก แต่ก็ไม่แพงเกินไป หากซื้อที่สนามบินราคาจะแพงมาก

5.  แสตมป์สวยๆ ของรัสเซีย จะมีมาเร่ขายเป็นเล่มๆ อยู่หลายแห่ง ลองต่อรองราคาให้ได้เล่มละ 5-10 USD และลองเปิดดูก่อนว่ามีครบทุกหน้า

6.  ว้อดก้า ของพื้นเมือง หาก มิใช่คอดื่มจริงๆ ไม่จำเป็นต้องซื้อ เพราะรสชาติจะแรงมากยกเว้นซื้อเพื่อเก็บสะสมไว้ หรือซื้อฝาก ท่านอาจจะพบไวน์แดง/ขาว บ้างซึ่งน่าซื้อมากกว่า

7.  ไส้กรอกซาลามี่ ช็อคโกแลค (พื้นเมือง) เหล้าผลไม้ (พื้นเมือง) หนังสือเกี่ยวกับศิลปะและประวัติศาสตร์ หากพบและชอบก็ควรซื้อเพราะหาไม่ได้จากที่อื่น

 

ข้อควรระวัง

ขณะซื้อของ โดยเฉพาะในกรณีที่แผงลอยต่างๆ ต้องระวังกระเป๋าสตางค์ อย่างยิ่ง ควรจะใช้กระเป๋าสายยาวคล้องคออยู่ตลอดเวลา อย่าใช้กระเป๋าถือ เพราะอาจจะลืมวางไว้ หรือถูกกระตุกไปง่ายๆ

 

อาหาร

อาหารหลักของรัสเซีย ประกอบด้วย มันฝรั่ง ขนมปังดำ เนื้อสัตว์ เนย ไส้กรอก นม ซุปจืด ผักดอง ส่วนเครื่องดื่มจะมี ว้อดก้า น้ำควาซ (Kvas) ทำมาจากการหมักขนมปังดำกับยีสต์ มีรสชาติคล้ายกับเบียร์ สีเหลืองเข้มคล้ายกับน้ำมะนาว ใส่โซดา แต่มีแอลกอฮอล์น้อย ชาวรัสเซียส่วนใหญ่นิยมดื่มชา

อาหารรัสเซียทั่วไป ประกอบด้วย สลัดผัก ซุปจืด ผักดอง อาหารจานหลักเป็นเนื้อสัตว์ เนื้อวัว เนื้อหมู เนื้อปลา กับมันฝรั่งบดต้ม หรือผัด และยังมีไขปลาคาเวียร์ ปลารมควัน ขนมปังเนย ซุปเซอซิ ชา กาแฟ และของหวาน เช่น เค้ก หรือไอศกรีมและผลไม้ตามฤดูกาล

 

เทศกาล

1. เทศกาลมาสเลนนิสซ่า จะอยู่ในช่วงปลายกุมภาพันธ์จนถึงประมาณต้นเดือนมีนาคม กินระยะเวลา 1 อาทิตย์ ในช่วงนี้ถือว่าเป็นการสิ้นสุดฤดูหนาวและต้อนรับฤดูใบไม้ผลิที่จะมาถึง ซึ่งจะมีการทำแพนเค้กกินกัน โดยที่เชื่อว่าวงกลมของแพนเค้กเป็นสัญลักษณ์ของดวงอาทิตย์ สัญลักษณ์แห่งฤดูใบไม้ผลิ แพนเค้กที่ทำกัน จะกินกับไส้ต่างๆแล้วแต่ชอบ ซึ่งจะมีไข่ปลาคาเวียร์ แยม น้ำผึ้ง สเมตานา (sour cream) ทาวาโรก (ได้นิยามมาว่ามันก็คือนมข้นหวานดีๆนี่เอง)

 

2. ถือศีลอด จะมีหลังเทศกาลมาสเลนนิสซ่า จะไม่ทานเนื้อสัตว์ แต่ทานปลาได้ ผู้คนจะถือศีลเป็นระยะเวลา 40 วัน

 

3. เทศกาลอีสเตอร์ จะอยู่ในช่วงเดือนเมษายน-เดือนพฤษภาคม ไม่มีวันที่ชี้ชัดแน่นอน เพราะขึ้นอยู่กับดวงจันทร์ พระจันทร์เต็มดวงเมื่อไหร่ก็เอาวันนั้นแหละ เมื่อถึงวันนี้ของทุกๆปีตอนเวลาเที่ยงคืน ชาวคริสต์ทั้งหลายก็จะไปกันที่โบสถ์เพื่อเวียนเทียน จะเวียนเทียนกัน3รอบตามเข็มนาฬิกาโดยจะมีบาทหลวงถือไม้กางเขนนำหน้าในวันๆนี้จะไม่พูดคำว่า "สวัสดี" (ซ-ดราส-วุยถิ) เหมือนวันปกติทั่วไปแต่จะพูดว่า[ฮริส-โทส-วัส-เกรส] แปลว่า พระเยซูฟื้นคืนชีพขึ้นมาแล้วและคนตอบก็จะตอบว่า [วา-อิส-ทิ-นู-วัส-เกรส] แปลว่า ถูกต้อง พระเยซูฟื้นคืนชีพขึ้นมาแล้วจริงๆขนมที่ทานกันในเทศกาลนี้ก็คือ คูลิช รสชาติ

 

4. วันแรงงาน จะตรงกับวันที่ 1 พฤษภาคม และปีนี้ก็ตรงกับเทศกาลอีสเตอร์พอดี ในวันนี้จะมีการเดินพาเหรด เป็นพาเหรดที่น่ากลัวในระดับนึง เพราะเห็นคนเดินหน้ายิ้มๆก็เถอะ แต่มันชาตินิยม ถ่ายรูปอยู่ดีๆ อาจจะออกมาจากขบวนตีหัวเราเมื่อไหร่ก็ได้

 

5. วันที่รัสเซียมีชัยชนะเหนือสมรภูมิรบ จะตรงกับวันที่ 9 พฤษภาคมของทุกปี เป็นวันที่รัสเซียชนะเยอรมันในวันที่ 9 พฤษภาคม ค.ศ. 1945 และในปีค.ศ. 2005 นี้เองก็ครบรอบ 60 ปี ดังนั้นที่จตุรัสแดงจึงมีการเดินสวนสนามของทหาร แต่ "ที่ไหนที่มีคนเยอะ ที่นั่นแหละอันตรายก็เยอะตามไปด้วย" เพราะอาจจะมีมือที่ 3 เข้ามาก่อความวุ่นวายได้ และเหยื่อชั้นดีก็คือชาวต่างชาตินั่นเอง ดังนั้นในวันนี้จึงไม่มีใครออกไปไหนเพราะกลัว

 

ช่วงที่น่าเที่ยว

ช่วงที่คนไทยชอบไป เป็นช่วงเดือนกรกฎาคม-กันยายน อากาศกำลังดี ดอกไม้ข้างทางหรือสวนดอกไม้ ดอกไม้เมืองหนาวฤดูร้อนก็มี ตามริมถนนพระราชวังฤดูร้อน(Peterhof)ที่เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก อลังการน้ำพุ เป็นน้ำพุที่ออกแบบไว้อย่างสวยงามมาก

  

วีซ่า

คนไทยสามารถอยู่ในประเทศรัสเซียถึง 30 วันโดยไม่ต้องขอวีซ่า หากประสงค์ที่จะอยู่เป็นระยะเวลานานจะต้องยื่นขอวีซ่าที่แผนกกงสุลของสถานทูตรัสเซียในกรุงเทพฯ ผู้ถือหนังสือเดินทางทูตและราชการไทยสามารถอยู่ในประเทศรัสเซียนานถึง 90 วันโดยไม่ต้องขอวีซ่า

 

สถานทูตรัสเซียในเขตกรุงเทพมหานคร

มีอำนาจออกวีซ่ารัสเซียเฉพาะกับชาวต่างชาติที่ถือใบสำคัญถิ่นที่อยู่ไทยหรือผู้ที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในประเทศไทยอย่างต่อเนื่องเกิน 90 วัน ยกเว้นอาจได้รับอนุญาตในกรณีแต่ละบุคคล โดยเอกอัครราชทูตรัสเซีย

 

สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ 

มอสโคว์..
ในปี ค.ศ. 1147 ณ ที่หมู่บ้านภูเขา 7 ยอด เจ้าชาย ยูริ โดลการูคิน ซึ่งเป็นต้นตระกูลของราชวงศ์รัสเซีย โดยได้สร้างเมืองขึ้นบนเนินเขาริมแม่น้ำมอสโคว์ โดยใช้ชื่อว่า มอสโคว์โดยได้มีการสร้างป้อมปราการต่าง ๆ มากมายเพื่อไว้ต้านข้าศึกผู้รุกราน ป้อมปราการเหล่านี้เองที่ได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของพระราชวัง เครมลินที่มีชื่อเสียงและกลายเป็นสัญลักษณ์ของชาวรัสเซีย

 

จตุรัสแดง
จตุรัสแดง ในอดีตนั้นคือ สถานที่พ่อค้าในบริเวณใกล้เคียงและพ่อค้าต่างชาติได้มาค้าขายกัน โดยมีความยาว 700 เมตร กว้าง 130 เมตร ทิศตะวันตกเชื่อมติดกับพระราชวังเครมลิน ตรงที่ติดป้อมที่มีนาฬิกา (เป็นด้านหน้าซึ่งประธานาธิบดีจะเข้าและออกทางประตูนี้) ทางตอนใต้ของจตุรัสแดงจะมีอาคารที่มีลักษณะเรียกว่า ลอบโนเย (Lobnoye Mesto) ซึ่งอดีตเป็นสถานที่ที่พระเจ้าซาร์จะทรงมีพระราชดำรัสต่อประชาชน หรือถ้าทางการมีคำสั่งอะไรจะมาติดคำสั่งของทางการที่นี่ ปัจจุบันนี้ได้เปลี่ยนเป็นที่ทำการของวิทยุและโทรทัศน์ของรัฐไปแล้ว

เครมลิน
เครมลิน ตั้งอยู่บนเนินสูง 40 เมตร ริมฝั่งแม่น้ำมอสโคว์ ล้อมรอบด้วยถนนสายหลักใหญ่ซึ่งขยายแนวออกไปทุกทิศทุกทาง มีเนื้อที่โดยประมาณ 70 เอเคอร์ ลักษณะของเนื้อที่เป็นรูปทรงเหลี่ยมแบบ แปลก ๆ มีกำแพงยาวถึงประมาณ 2 ก.ม. และกำแพงในบางช่วงหนาถึง 6.5 เมตร บริเวณโดยรอบมีป้อมพร้อมทั้งประตูเข้าต่าง ๆ ถึง 20 ป้อม ป้อมที่สำคัญ ๆ ได้แก่ ป้อม Trinity Tower ซึ่งเป็นทางเข้าใหญ่ Saviour Tower, Borovitsky Tower และ St.Nicholas Tower เป็นต้น
เครมลิน คือ หัวใจของกรุงมอสโคว์ เป็นวิญญาณของรัสเซีย และตามความเชื่อของชนชาวรัสเซีย ในอดีต เครมลิน คือ ที่สถิตย์ของพระผู้ทรงอำนาจสูงสุด หรือพระเจ้าของเขานั่นเอง
เครมลินประกอบด้วยสถานที่สำคัญหลายแห่ง เช่น พระราชวังเครมลิน ซึ่งถือได้ว่าเป็นสถานที่สำคัญที่สุด สภาคองเกรสวิหาร ต่าง ๆ สภาเปรสิเดียม หอระฆังของอีวานมหาราช และอื่น ๆ 

 

พระราชวังเครมลิน

ตั้งอยู่ที่กรุงมอสโค ประเทศรัสเซีย สร้างอยู่บนเนินเขาริมฝั่งแม่น้ำมอสควา ภายในมีพระราชวัง หอคอย และป้อมปราการ ซึ่งในอดีต เป็นที่ประทับของพระเจ้าซาร์กษัตริย์แห่งราชวงศ์รัสเซีย แต่ได้ถูกปฏิวัติเป็นคอมมิวนิสต์ และได้ใช้เป็นที่ทำการรัฐบาลเครมลิน เป็นชื่อ ของนักการเมือง พอระบบสังคมนิยม ล่มสลายเป็นประชาธิปไตย ก็ได้เปิดให้เป็น แหล่งท่องเที่ยว จนถึงปัจจุบัน

วิหารเซนต์บาซิล
วิหารเซนต์บาซิลนั้น ถือว่าเป็นสัญญลักษณ์ของกรุงมอสโคว์และรัสเซียควบคู่ไปกับจตุรัสแดงเลยทีเดียว วิหารนี้ได้รับการยอมรับว่าเป็นสถาปัตยกรรมอันยิ่งใหญ่ของรัสเซียในยุคศตวรรษที่ 16 ตัววิหารประกอบด้วยโบสถ์ 9 โบสถ์ พร้อมทั้งโคมไฟซึ่งมีความสวยงามต่างกันไป 9 โคม สีสันอันมีชีวิตชีวาที่แต่งแต้มไว้ในแต่ละโคม ช่วยทำให้วิหารเซนต์บาซิลดูศักดิ์สิทธิ์ และมีมนต์ขลังอย่างประหลาด
วิหารเซนต์บาซิล ได้ถูกสร้างขึ้นโดยพระราชบัญชาของซาร์ อีวาน จอมโหด ในช่วงระหว่างปี ค.ศ. 1555 – 1561 เพื่อใช้เป็นวิหารสวดมนต์บูชาแม่พระผู้ศักดิ์สิทธิ์ และเป็นการเฉลิมฉลองการที่สามารถยึดครองแคว้นคาซานมาเป็นเมืองขึ้นได้สำเร็จ ผู้สร้างวิหารนี้คือ สถาปนิก Postnik และ Barma โดยหลังจากที่วิหารแห่งนี้สร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว พระเจ้าซาร์อีวานจอมโหดได้ทรงมีรับสั่งถามสถาปนิกทั้งสองว่า สามารถสร้างวิหารที่สวยงามกว่านี้ได้อีกหรือไม่ สถาปนิกทั้งสองตอบว่า สามารถทำได้ พระเจ้าอีวานผู้โหดร้ายจึงมีคำสั่งให้ควักลูกตาของสถาปนิกทั้งสองนี้ทิ้งเสีย เพื่อไม่ให้ไปสร้างผลงานอื่นที่สวยงามกว่านี้ได้อีก

นครเซนต์ ปีเตอร์สเบอร์ก
เมืองหลวงแห่งที่สองของรัสเซีย สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าซาร์ปีเตอร์มหาราช กษัตริย์ผู้ทรงอำนาจขออาณาจักรรัสเซีย เป็นนักปฏิรูป เพื่อให้รัสเซียก้าวขึ้นเทียมหน้าประเทศยุโรปตะวันตกอื่นๆ โดยพระองค์มีดำริที่จะสร้างเมืองหลวงใหม่ ในปี ค.ศ. 1703 เพื่อ เปิดหน้าต่างทางทิศตะวันตกแต่เริ่มสร้างจริงในปี ค.ศ. 1714 บริเวณปากแม่น้ำเนวา ที่ซึ่งเป็นลุ่มปากแม่น้ำ ประกอบด้วยเกาะต่าง ๆ ถึง 42 เกาะ ริมทะเลบอลติก โดยสร้างขึ้นเพราะรัสเซียต้องการหาทางออกทะเลไปทางด้านอื่น ประกอบกับในขณะนั้นรัสเซียต้องการสร้างอารยธรรมใหม่เรียนแบบยุโรป จึงทรงเล็งเห็นความสำคัญในการติดต่อสร้างความสัมพันธ์กับชาวยุโรป ผลของการย้ายเมืองหลวงทำให้รัสเซียสามารถสร้างกองทัพเรืออันเกรียงไกรได้สำเร็จ โดยในสมัยของพระองค์ สามารถยึดนอร์เวย์และฟินแลนด์เป็นเมืองขึ้นได้ และเปิดทางออกทางทะเลของรัสเซียที่ทะเลดำได้เป็นผลสำเร็จ ผลของการพัฒนากองทัพเรือ ได้ทรงจัดให้มีการสร้างป้อมปราการป้องกันทางเข้าออกทางทะเล ชื่อว่า ป้อมปีเตอร์ แอนด์ ปอล ซึ่งเป็นชื่อของนักบุญ โดยเริ่มสร้างเมื่อปี ค.ศ. 1703 นครเซนต์ ปีเตอร์สเบอร์กได้ถูกเปลี่ยนชื่อหลายครั้ง โดยครั้งแรกในปี ค.ศ. 1914 เมื่อรัสเซียทำสงครามกับเยอรมัน ภายหลังการปฏิวัติสังคมนิยมในปี ค.ศ.1917 นครเซนต์ ปีเตอร์สเบอร์กได้ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น นครเลนินกราด เพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้นำการปฏิวัติ ต่อมาเมื่อปี ค.ศ.1992 หลังจากการล่มสลายของระบอบสังคมนิยมได้มีการลงประชามติเปลี่ยนชื่อ นครเลนินกราด เป็น นครเซนต์ ปีเตอร์สเบอร์ก เช่นเดิม
นครเซนต์ ปีเตอร์สเบอร์ก ถือเป็นศูนย์กลางของแหล่งอารยธรรมตะวันตกของรัสเซีย ซึ่งได้รับเข้ามาจากหลายประเทศ อาทิเช่น จากปรัสเซีย เดนมาร์ก และฝรั่งเศสจึงทำให้นครเซนต์ ปีเตอร์สเบอร์ก เป็นเมืองที่มีความหลากหลายในสถาปัตยกรรม ประกอบกับเป็นเมืองที่สร้างอยู่บริเวณปากแม่น้ำ นครเซนต์ ปีเตอร์สเบอร์กจึงประกอบด้วยเกาะต่าง ๆ ถึง 42 เกาะ แต่ละเกาะจะถูกเชื่อมด้วยสะพานโค้งต่าง ๆ ที่มีรูปแบบเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวกว่า 500 สะพาน ทำให้นครเซนต์ ปีเตอร์สเบอร์ก ได้รับฉายาว่า เวนิสตอนเหนือ (Venice of the North) นอกจากนี้ ท่านจะได้รับความเพลิดเพลินจากการชมสถานที่ประวัติศาสตร์ต่าง ๆ อาทิเช่น เรือรบหลวง ออโรร่าซึ่งเป็นเรือที่ยิงปืนใหญ่ประจำเรือ เป็นสัญญานให้บุกเข้าโจมตี ยึดพระราชวังฤดูหนาวในการปฏิวัติเมื่อปี ค.ศ. 1917 นอกจากนี้ เรือรบหลวง ออโรร่ายังเคยเดินทางมาประเทศสยาม เมื่อครั้งเฉลิมฉลองพระบรมราชาภิเษก รัชการที่ 6 อีกด้วย

ป้อมปีเตอร์แอนด์ปอล
ได้สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าปีเตอร์มหาราช แต่เดิมสร้างด้วยไม้ ต่อมาได้มีการซ่อมแซมบูรณะเปลี่ยนแปลงจากไม้มาเป็นการก่ออิฐถือปูนแทน ป้อมปีเตอร์แอนด์ปอล มีความสูงถึง 122.5 เมตร ทำให้สามารถมองเห็นได้เด่นชัดจากระยะไกลหลายกิโลเมตร สร้างขึ้นเพื่อเป็นการป้องกันการรุกรานจากภายนอก ต่อมาป้อมปีเตอร์แอนด์ปอลได้ถูกปรับเปลี่ยนมาเป็นที่คุมขังนักโทษการเมืองในปี ค.ศ.1817 ซึ่งนักโทษคนแรกก็คือ พระราชโอรสของพระเจ้าปีเตอร์มหาราชนั่นเอง ในปัจจุบันป้อมปีเตอร์แลนด์ปอลได้ถูกดำรงรักษาไว้เป็นพิพิธภัณฑ์ และส่วนหนึ่งได้ใช้เป็นโรงงานผลิตเหรียญกษาปณ์ของรัฐบาลด้วย

มหาวิหารเซนต์ไอแซค
มหาวิหารเซนต์ไอแซคได้ถูกสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าอเล็กซานเดอร์ที่ 1 โดยมีนักออกแบบเป็นชาวฝรั่งเศส ชื่อ มองต์แฟร์องค์ มหาวิหารได้ถูกออกแบบถึง 24 แบบ แต่มีอยู่แบบหนึ่งที่พระเจ้าอเล็กซานเดอร์ที่ 1 โปรดที่จะให้วิหารแห่งนี้เป็นวิหารที่มีความยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก โดยพระองค์ได้ทุ่มเททั้งกำลังคน และกำลังทรัพย์อย่างมหาศาล ซึ่งเสียค่าใช้จ่ายไปประมาณ 40 ล้านรูเบิล ซึ่งในสมัยนั้นถือว่าเป็นเงินจำนวนมหาศาลทีเดียว ยอดโดมของวิหารและส่วนอื่น ๆ ปิดทองเหลืองอร่ามไปทั่ว ตัวอาคารยาว 111 เมตร กว้าง 100 เมตร มีเสากรีกที่ทำจากหินแกรนิตสีแดง และหินมาลาไค้ทั้งต้น รวมกันทั้งหมด 112 ต้น เฉพาะยอดโดมใช้ทองคำแผ่นปิดหนักรวม 100 กิโลกรัม ใช้เวลาก่อสร้างนานถึง 40 ปี

พระราชวังฤดูร้อน
พระราชวังฤดูร้อน หรือที่เรียกกันว่า ปีเตอร์ดวาเรส สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าปีเตอร์มหาราช ประกอบด้วยห้องและท้องพระโรงมากมาย ประดับด้วยจิตรกรรมตระการตา อาทิเช่น ห้องจีนที่ตกแต่งและประดับด้วยเครื่องกระเบื้องลายครามอันมีค่าของจีน ห้องโถงที่มีชื่อว่า หน้า ซึ่งมีภาพวาดรูปหน้าผู้คนในอริยบทต่าง ๆ กว่า 100 ภาพ รอบบริเวณอันกว้างใหญ่ ประกอบด้วยสวนฤดูร้อนที่ผู้สร้างได้หวังให้มีความสวยงามกว่าพระราชวังเวร์ซายส์ของฝรั่งเศส แต่ก็เป็นที่น่าเสียดายที่ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 พระราชวังแห่งนี้ได้ถูกทิ้งระเบิดทำลายเสียหายไปเป็นอันมาก ภายในสวนประดับด้วยรูปปั้นบุคคลสำคัญในสมัย โบราณและตามตำนานกรีก

พระราชวังฤดูหนาว
พระราชวังฤดูหนาวเป็นพระราชวังที่ใหญ่มาก ประกอบด้วยห้องถึง 1050 ห้อง ทุกห้องได้ถูกตกแต่งให้วิจิตรตระการตา อดีตเป็นพระราชวังประทับของราชวงศ์มาเกือบ 200 ปี และเป็นที่น่าสนใจสำหรับชาวไทยคือ พระราชวังแห่งนี้เคยเป็นที่ประทับของพระองค์เจ้าจักรพงษ์ภูวนาท มกุฎราชกุมารในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อสมัยที่ทรงเสด็จมาศึกษาวิชาทหารที่นครเซนต์ปีเตอร์สเบอร์ก ภายหลังจากมีการปฏิวัติสังคมนิยม พระราชวังนี้ได้กลายมาเป็นพิพิธภัณฑ์เฮอร์มิเทจ ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ที่สำคัญที่สุดของนครเซนต์ ปีเตอร์สเบอร์ก ได้มีการรวบรวมรูปปั้น และรูปภาพต่าง ๆ ที่มีความงดงามจากทุกมุมโลกมาประดับไว้ ซึ่งจะต้องใช้เวลาเป็นอย่างมากในการชื่นชมกับความงดงามของศิลปะ ได้มีการบันทึกไว้ว่าของในพระราชวังนี้มีทั้งสิ้นถึง 3 ล้านชิ้น ซึ่งหากจะใช้เวลาพิจารณาชิ้นละ 1 นาทีจะต้องใช้เวลาชมถึง 9 ปี

 

ทะเลสาบไบคาล

ตั้งอยู่บริเวณตอนใต้ของไซบีเรีย ประเทศรัสเซียเป็นทะเลสาบที่ลึกที่สุดในโลก จุดที่ลึกที่สุดมีความลึกกว่า 1,640 เมตร ทะเลสาบไบคาลเกิดจากการที่น้ำเอ่อล้นเข้ามาจนเต็มรอยเปลือกโลกที่แตกเมื่อ 25 ล้านปีที่แล้ว ทะเลสาบมีความยาวประมาณ 650 กิโลเมตร กว้างโดยเฉลี่ย 50 กิโลเมตร มีพื้นที่ประมาณ 23,000 ตารางกิโลเมตร ทะเลสาบไบคาลได้ลงทะเบียนเป็นมรดกโลกในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญครั้งที่ 20 เมื่อปี พ.ศ. 2539 ที่เมืองเมรีดา ประเทศเม็กซิโก ด้วยข้อกำหนดและหลักเกณฑ์ในการพิจารณา ดังนี้

เป็นตัวอย่างที่เด่นชัดของการเป็นตัวแทนในวิวัฒนาการสำคัญต่างๆในอดีตของโลก เช่น ยุคสัตว์เลื้อยคลาน ยุคน้ำแข็ง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนาความหลากหลายทางธรรมชาติบนพื้นโลก เป็นตัวอย่างที่เด่นชัดในการเป็นตัวแทนของขบวนการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญทาง ธรณีวิทยาหรือวิวัฒนาการทางชีววิทยา และปฏิสัมพันธ์ของมนุษย์ต่อสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติที่กำลังเกิดอยู่ เช่น ภูเขาไฟ เกษตรกรรมขั้นบันได เป็นแหล่งที่เกิดจากปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่มีเอกลักษณ์หายากหรือสวยงามเป็นพิเศษ เช่น แม่น้ำ น้ำตก ภูเขา เป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของชนิดสัตว์และพันธุ์พืชที่หายากหรือที่ตกอยู่ในสภาวะ อันตราย แต่ยังคงสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ ซึ่งรวมถึงระบบนิเวศอันเป็นแหล่งรวมความอุดมสมบูรณ์ของพืชและสัตว์ที่ทั่ว โลกให้ความสนใจด้วย

 

โอมยากอน

ได้รับการจัดอันดับให้เป็นหมู่บ้านที่ยังมีคนอาศัยอยู่ ที่มีอากาศหนาวเย็นที่สุดในโลก ซึ่งจากสถิติที่เคยมีการบันทึกเอาไว้ พบว่าอุณหภูมิต่ำสุดของหมู่บ้านแห่งนี้ คือ -71.2 องศาเซลเซียส ในปี  2467 และเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา หมู่บ้านแห่งนี้ก็ต้องเผชิญกับอุณหภูมิต่ำที่สุดในรอบหลายปี หลังอุณหภูมิลดต่ำลงเป็น -50 องศาเซีลเซียตั้งอยู่ทางภาคตะวันออกของประเทศรัสเซีย และอยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 750 เมตร ปัจจุบันเป็นที่อยู่อาศัยของประชาชนราว 500 คน ในอดีตเคยเป็นหมู่บ้านที่ผู้เลี้ยงกวางเรนเดียร์ ใช้เป็นจุดแวะพัก หลังจากที่เข้าป่าไปล่ากวางเรนเดียร์  จากนั้น รัฐบาลของอดีตสหภาพโซเวียต ได้มีความพยายามที่จะจัดตั้งหมู่บ้านแห่งนี้ ให้เป็นที่พักถาวรของกลุ่มผู้เร่ร่อนทั้งหลาย จึงเป็นที่มีของหมู่บ้านโอมยากอน ที่แปลว่า น้ำที่ไม่กลายเป็นน้ำแข็ง ในภาษารัสเซีย เนื่องจากบริเวณใกล้เคียงของหมู่บ้านนั้น มีบ่อน้ำพุร้อนตั้งอยู่ ซึ่งชื่อดังกล่าวค่อนข้างขัดแย้งกับสภาพความเป็นจริงของหมู่บ้านนี้พอสมควร เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่ของหมู่บ้าน ถูกปกคลุมด้วยน้ำแข็งตลอดทั้งปี ด้วยความที่สถานที่ตั้งของหมู่บ้านแห่งนี้ ตั้งอยู่ใกล้กับขั้วโลกเหนือ ทำให้ในช่วงฤดูหนาว ชาวบ้านจะได้เห็นแสงสว่างแค่เพียงวันละไม่ถึง 3 ชั่วโมงเท่านั้น ส่วนในฤดูร้อน ก็มีช่วงเวลากลางวันเพียงแค่ 21 ชั่วโมง ซึ่งถือว่าอาจจะเป็นเรื่องที่ยากลำบากเล็กน้อย สำหรับนักท่องเที่ยวที่ไม่คุ้นชินกับสภาพอากาศที่หนาวจัด แต่สำหรับชาวบ้านที่นี่ ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า พวกเขาใช้ชีวิตสบายมาก ตราบใดที่อุณหภูมิไม่ลดลงถึงขนาดติดลบ 52 องศาเซลเซียส เพราะถ้าถึงขนาดนี้เมื่อไหร่ กิจวัตรประจำวันของชาวบ้านอาจจะเปลี่ยนไปเล็กน้อย โดยเริ่มจากการประกาศปิดโรงเรียน และการออกไปทำงานนอกบ้านอาจจะได้รับข้อยกเว้น เพราะอากาศที่หนาวจนเกินไปนั่นเอง

 

โบสถ์แห่งหยดเลือด
โบสถ์แห่งหยดเลือด (
Church of Christ's Resurrection) ตั้งอยู่ที่เมืองเซนต์ปีเตอร์เบิร์ก ประเทศรัสเซีย เริ่มก่อสร้างเมื่อ ปี ค.ศ. 1883 แล้วเสร็จเมื่อปี ค.ศ. 1907 เป็นอนุสรณ์ที่พระเจ้าอเล้กซานเดอร์ที่ 3 สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงพระบิดาพระเจ้าอเล็กซานเดอร์ที่ 2 ผู้ปลดปล่อยชาวนา ซึ่งถูกลอบปลงพระซนม์บริเวณนี้ ในปี ค.ศ. 1881 สร้างด้วยรูปแบบศิลปะยุคฟื้นฟู เลียนแบบโบสถ์โบราณในคริสตศวรรษที่ 12 ของกรุงมอสโก ถายในตกแต่งวิจิตรบรรจงด้วย ฝีมือจิตกรกว่า 30 คน ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 โบสถ์ได้รับความเสียหายจากระเบิด หลังสิ้นสุดสงครามจึงได้มีการบูรณะใหม่

 

โบสถ์คาซาน
โบสถ์คาซาน
 (Kazan Cathedral) มหาวิหารคาซาน ตั้งอยู่บนถนนเนฟสกี้ ซึ่งเป็นถนนเส้นหลักของตัวเมือง มหาวิหารคาซานทำการสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าปีเตอร์มหาราช ตรงกับช่วงปีค.ศ. 1708 ซึ่งแต่เดิมนั้นจัดได้เพียงว่าเป็นโบสถ์เล็กๆเท่านั้น โดยภายในมีรูปไอคอนและพระแม่มาเรีย (Our Lady Of Kazan) ที่วาดขึ้นในสมัยศตวรรษที่ 16 ซึ่งตรงกับสมัยพระเจ้าอีวานที่ 4 ในช่วงที่กรุงมอสโกก่อตั้งเป็นเมืองหลวง โดยพระเจ้าปีเตอร์มหาราชได้มีพระราชดำรัสให้นำรูปไอคอนและพระแม่มาเรียนมา ได้ที่นี่ ต่อมาในสมัยการปกครองของพระเจ้าปอลด์ที่ 1 ในปีค.ศ. 1800 ได้ทำการสร้างวิหารใหม่ให้เป็นวิหารที่ใหญ่ขึ้น และสวยงามกว่าเดิม เนื่องจากที่ว่าหลังจากที่พระองค์เสด็จประพาส ณ กรุงโรมที่อิตาลีแล้วพระองค์ทรงเกิดความประทับใจในรูปแบบของสถาปัตยกรรมแบบ อิตาลี พระองค์จึงได้นำรูปแบบดังกล่าวนั้นมาผสมผสานในการก่อสร้างมหาวิหารหลังใหม่นี้
โบสถ์คาซาน
 เป็นสถาปัตยกรรมในรูปศิลปะแบบนีโอคลาสสิก เป็นลักษณะรูปทรงครึ่งวงกลม มีเสาหินวางเรียงแถวยาวอย่างเป็นระเบียบหลังจาก 10 ปี แห่งการก่อสร้าง มหาวิทยาลัยคาซานกลายเป็นสถานที่เพื่อมาสักการะบูชาที่ได้รับความนิยมเป็น อย่าง เนื่องจากสาเหตุหนึ่งมาจากเพราะตั้งอยู่ในใจกลางเมือง จึงทำให้ประชาชน หรือนักท่องเที่ยวพบเห็นได้ง่าย และด้วยความสวยงามของมหาวิหารที่มักจะเป็นที่สะดุดตาของผู้พบเห็นแต่ในปีค .ศ. 1812 เกิดสงครามระหว่างรัสเซียกับฝรั่งเศสขึ้น จึงได้นำรูปปั้นของผู้บังคับบัญชาการสูงสุดแห่งกองทัพเรือ คือ Mikhail Kutuzov และ Barclay de Tolly มาจัดแสดงเป็นอนุสรณ์ไว้ ณ ที่มหาวิหารคาซานนี้

 

ห้างสรรพสินค้ากุม (Gum)
ห้างสรรพสินค้าที่เก่าแก่ที่สุดในกรุงมอสโก แต่มีชื่อเสียงในเรื่องของสินค้าอันมีให้เลือกซื้อกัน อย่างหลากหลายชนิด ห้างสรรพสินค้ากุม หรืออีกสถนที่หนึ่งที่มีสถาปัตยกรรมที่เก่าแก่ของเมืองนี้ ห้างสรรพสินค้ากุม ก่อสร้างขึ้นในปีค.ศ. 1895 มีความสวยงามและโดดเด่นมากลักษณะชองตัวอาคารเป็นอาคารสูง 3 ชั้น มีร้านค้าเปิดให้ บริการมากมายสำหรับให้ผู้ที่เดินทางหรือผู้ที่ชอบการช้อปปิ้งถึง 200 ร้านค้าด้วยกัน แต่สินค้าที่นี่อาจจะมีทั้งรูปลักษณ์ ภายในและภายนอกที่ดูหรูหราโอ่อ่า และที่สำคัญตั้งอยู่บริเวณลานกว้างในย่านจตุรัสแดงห้างสรรพสินค้ากูม มีการจำหน่ายสินค้าประเภทอุปโภคและบริโภคเช่น เสื้อผ้า ของใช้ในครัวเรือน สินค้าที่มีชื่อมียี่ห้อ เครื่องสำอางค์ น้ำหอม และสินค้าที่เป็นประเภทของที่ระลึก ซึ่งมีให้เลือกกันอย่างหลากหลายทีเดียว

 

รถไฟใต้ดินมอสโก 
สถานีรถไฟใต้ดินที่ตกแต่งอย่างอลังการ สร้างขึ้นเมื่อปี พศ. 2474 ภายในมีการใช้กระจกสี และประดับโคมไฟ เป็นงานจิตรกรรมที่แลดูสวยงาม และกลมกลืนมากทีเดียว 


ตลาดนัดอิสเมลอฟสกี้  
ตลาดนัดแหล่งรวมสินค้ามากมาย ทั้งเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า ฯลฯ โดยเฉพาะตุ๊กตาแม่ลูกดกอันเป็นของฝากประจำชาติของที่รัสเซีย สินค้าที่ขายในตลาดนี้ท่านสามารถต่อรองราคาได้ 


โรงละครสัตว์มอสโก  
การชมละครสัตว์ของมอสโกนับเป็นสิ่งที่น่าสนใจอย่างหนึ่ง เพราะละครสัตว์ของรัสเซียโด่งดังไปทั่วโลก โดยมีผู้เล่นที่มีท่วงท่างดงาม อ่อนช้อย ประกอบกับการแสดงของสัตว์แสนรู้ที่จะทำให้ท่านประทับใจตลอดการแสดง 

 

วิหารเซนต์ เด ซาร์เวีย 
เป็นวิหารที่ใช้ประกอบพิธีกรรมสำคัญๆระดับชาติ สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าซาร์อเลกซานเดอร์ที่ 1 ภายในมีความงดงาม แต่ต่อมา สตาลินได้สั่งให้ทุบทิ้งเพื่อสร้างเป็นสระว่ายน้ำ แต่ในปี คศ. 1990 ประชาชนได้รวบรวมเงินกันเพื่อบูรณะวิหารแห่งนี้ขึ้นมาใหม่ให้มีความงดงามเช่นเดิม 

 

อนุสาวรีย์พระเจ้าปีเตอร์มหาราช (Bronze Horseman) 

เป็นอนุสาวรีย์แห่งแรกของนครเซ็นต์ปีเตอร์สเบิร์ก ประเทศรัสเซีย อนุสาวรีย์แห่งนี้ตั้งติดกับแม่น้ำเนวา ด้านหน้าของโบสถ์เซ็นไอแซค ใกล้สถานีรถไฟใต้ดิน ก่อสร้างเป็นอนุสาวรีย์ของพระเจ้าปีเตอร์มหาราช ผู้เป็นกษัตริย์พระองค์แรกที่ได้ขนานนามว่า มหาราช ออกแบบโดยสถาปนิกชาวฝรั่งเศส Entienne Maurice Falconet ตามพระบัญชาของพระนางแคทเธอรีนมหาราช ภายหลังจากการขยายดินแดนของประเทศไปจรดทะเลดำสำเร็จตามพระประสงค์ของพระเจ้า ปีเตอร์มหาราช โดยมีการสลักพระนามไว้ที่ฐานของหินแกรนิตด้วย
ที่อนุสาวรีย์พระเจ้าปีเตอร์มหาราชแห่งนี้ยังเป็นจุดชมทัศนียภาพของเมือง เช่น วิวของแม่น้ำเนวา ด้านหน้าของโบสถ์เซ็นต์ไอแซค ตึกบัญชาการกองทัพเรือ และอาคารเถระสมาคม อนุสาวรีย์พระเจ้าปีเตอร์มหาราชแห่งนี้เปิดให้ชมฟรีทุกวัน

 

เรือรบหลวงออโรร่า (Cruiser Aurora) 

เป็นเรือประวัติศาสตร์ที่ร่วมรบกับรัสเซียมาแล้วหลายครั้ง เช่น ปี ค.ศ. 1904-1905 สงครามระหว่างรัสเซียกับญี่ปุ่น รวมทั้งการปฏิวัติการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบบซาร์มาเป็นระบอบ คอมมิวนิสต์ในปี ค.ศ. 1917 และสงครามโลกครั้งที่ 2 ในปี ค.ศ. 1941-1945 ภายในเรือประกอบด้วย 2 ชั้น ชั้นแรกจัดแสดงภาพของเรือ ภูมิประเทศของเมืองโดยรอบ ในช่วงศตวรรษที่ 20 ธงโบราณของรัสเซีย ส่วนชั้นล่างเป็นห้องโถงแสดง ชีวิตความเป็นอยู่ของทหารเรือ เมนูอาหารการกิน ที่นอน ภาพการทำสงครามต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเรือลำนี้ เครื่องบรรณาการจากมิตรภาพต่างแดน รวมทั้งของประเทศไทย ซึ่งได้แก่ตราอักษรย่อ มก. ของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมงกุฏราชกุมารสถานที่ตั้ง Petrogradskaya Neberezhnaya ใกล้สถานีรถไฟใต้ดิน Gorkovskaya เปิดทำการ 11.00-16.00 น. ปิดทุกวันจันทร์และวันศุกร์
เรือรบหลวงออโรร่า Cruise Aurora หรือเรือรัสเซียนาวี สร้างขึ้นในปีค.ศ. 1904-1905 ระหว่างการทำสงครามของรัสเซียกับญึ่ปุ่นเป็นเรือรบโบราณที่พ่ายแพ้กลับมา ที่ต้องได้รับความพ่ายแพ้กลับมาเนื่องจากสาเหตุที่ญี่ปุ่นมีความก้าวหน้าล้ำยุคกว่ามากในเรื่องของอาวุธที่ใช้ในการทำสงคราม แต่รัสเซียเองที่ยังคงล้าหลังในเรื่องนี้อยู่จึงทำให้ไม่สามารถเอาชัยชนะกลับมาได้ ในช่วงการเปลี่ยนแปลงการปกครองของรัสเซีย คณะผู้ก่อการบอลเซวิกเข้ามาบุกยึดพระราชวังฤดูหนาว โดยใช้เสียงปืนใหญ่เป็นเครื่องส่งสัญญาณในการเข้าบุรุกในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เรือก็ถูกทำให้จมลงในแม่น้ำเพื่อป้องกันระเบิดจากเยอรมัน และภายหลังจากการสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 จึงได้นำเรือขึ้นมาและปัจจุบันก็ได้ปลดระวางและทำพิพิธภัณฑ์

และเรือลำนี้เคยล่องมาถึงประเทศไทยเพื่อเข้าร่วมงาน

พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ ( State Museum History )

ตั้งอยู่ในย่านจตุรัสแดง เมืองมอสโก ประเทศรัสเซีย เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ใช้เก็บรวบรวมเอกสารที่สำคัญ ทางประวัติศาสตร์ของรัสเซีย ลักษณะของอาคารนั้นมีลักษณะเป็นตึกสีแดง หลังคาเป็นแบบสังกะสี และมีสถานที่เก็บรวบรวมข้อมูลที่สำคัญทาง ประวัติศาสตร์และมีความเก่าแก่มาก ซึ่งภายในพิพิธภัณฑ์ประกอบด้วยห้องต่างๆ จำนวน 21 ห้อง สร้างขึ้นตั้งแต่ในสมัยของพระเจ้าปีเตอร์มหาราช มีการเก็บรวบรวมพระราชสมบัติมากกว่า 45 ล้านชิ้นและเอกสารกว่า 15 ล้านชิ้น รวมทั้งสมุดที่ใช้ในการร่างเอกสารต่างๆ อัญมณีที่ล้ำค่าและเก่าแก่ และชุดไม้เฟอร์นิเจอร์ต่างๆ อาวุธที่ใช้ในการทำศึกสงครามของรัสเซียแผนที่ รวมทั้งพระคำภีร์ที่สำคัญ ฯลฯ ซึ่งพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ใช้ระยะเวลาในการตกแต่ง ปรับปรุงและซ่อมแซมเป็นเวลานานหลายปี เนื่องจากพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นสถานที่ที่เก่าแก่จึงเป็นเหตุให้การตกแต่ง หรือการปรับปรุงและทำการซ่อมแซมเป็นไปได้ยากและใช้ระยะเวลานานพอสมควร

 

มหาวิหารเซ็นต์ซาเวียร์ หรือ มหาวิหารโดมทอง (St. Saviour Cathedral)

ตั้งอยู่ที่เมืองมอสโก ประเทศรัสเซีย เป็นมหาวิหารที่ใหญ่ที่สุดในรัสเซีย ที่ได้ถูกบูรณะขึ้นมาใหม่เนื่องในงานเฉลิมฉลองครบรอบ 850 ปี แห่งการสถาปนากรุงมอสโก สร้างขึ้นในสมัยของพระเจ้า Alexander ที่ 1 เพื่อเฉลิมฉลองชัยชนะเหนือกองทัพของ นโปเลียนแห่งฝรั่งเศส ในสมัยของสตาลิน เคยสั่งให้ทุบทำลายสถานที่แห่งนี้ จนกระทั่งในสมัยประธานาธิบดีบอริส เยลซิน จึงได้มีการบูรณะขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง ด้วยเงินบริจาคและพลังความศรัทธาของผู้คน มหาวิหารโดมทองแห่งนี้จึงกลายเป็นสถานที่หลักในการประกอบพิธีกรรมทางคริสตศาสนาของประเทศรัสเซีย

 

โบสถ์สมอลนี (Smolny Cathredral) 

โบสถ์นางชีสมอลนี่ คอนแวนน์ เป็นอาคารสีฟ้าขาว สวยงามมาก สร้างเมื่อปี ค.ศ. 1748 แล้วเสร็จเมื่อปีค.ศ. 1764 แต่เดิมเป็นสำนักแม่ชีก่อสร้างสมัยพระนางอลิซาเบธ เป็นสถาปัตยกรรมแบบบาโรก ออกแบบโดยสถาปนิกชาวอิตาเลี่ยน Bartoloeo Francesco Rastrelli บริเวณโดยรอบประกอบด้วยสวนและอาคารต่างๆ ที่ก่อสร้างขึ้นในสมัยของพระนางแคทเธอรีนมหาราช เพื่อเป็นสถานที่ฝึกอบรม สตรีชั้นสูง เกี่ยวกับการใช้ชีวิตในราชสำนักและชีวิตประจำวัน ปัจจุบันอาคารเหล่านี้ เป็นส่วนหนึ่งของภาควิชาศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก 
ภาควิชาศิลปศาสตร์ ณ มหาวิทยาลัยเซนต์ปีเตอร์เบิร์ก ปัจจุบันโบสถ์สมอลนีถูกใช้เป็นสถานที่แสดงคอนเสิร์ตและจัดงานทั่วไปโดยสำนักชีรอบๆ ถูกใช้เป็นที่ทำการของรัฐบาล
เปิดทำการ 11.00-18.00 น. ปิดทุกวันพฤหัสบดี

 

เมืองซาร์กอร์ส (Zagorsk)
เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ห่างจากเมืองมอสโก ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 70 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง เมืองนี้เปรียบเสมือนเมืองโบราณ เป็นที่ตั้งของศาสนสถานที่ใหญ่ที่สุดและเก่าแก่ที่สุด ในคริสต์ศตวรรษที่ 14-17 เป็นที่แสวงบุญที่ศักดิ์สิทธ์ของประเทศ เป็นวิทยาลัยสอนศิลปะ สอนการร้องเพลงทางศาสนา สอนการวาดภาพไอคอน เป็นวิทยาลัยสงฆ์ที่มีบาทหลวง 400 รูป และนักศึกษา 100 คน ประวัติแรกเริ่ม คือ ในปี ค.ศ. 1354 นักบุญเซอร์เกอเยฟโปสาด (Sergiyev Posad) หรือเซอร์เจียส (Sergius) แห่งราโดเนซ (Radonezh) เดินทางมาแสวงบุญจนถึงเมืองนี้ และเลือกสถานที่นี้เพราะว่าสงบ นักบุญเซอร์เจียสได้บำเพ็ญเพียรจนบรรลุสามารถรักษาคนไข้ให้หายได้ด้วยญาณ สมาะ อีกทั้งในยามทหารจะออกศึก ถ้ามาขอพรก็จะชนะศึก ทำให้เป็นที่ศรัทธาอย่างมาก เมืองซาร์กอร์สเป็นศูนย์รวมทางศาสนา เนื่องจากประกอบด้วยสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ในการประกอบพิธีทางศาสนา เช่น โบสถ์โฮลีทรินิตี้ โบสถ์อัสสัมชัญ วังพระเจ้าซาร์ โรงทาน หอระฆัง เสาหิน โอบิลลิสก์ บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ เป็นต้น

 

โบสถ์อัสสัมชัญ (Assumption Cathedral)
สร้างในสมัยพระเจ้าอีวานเมื่อปี ค.ศ. 1559-1585 เลียนแบบมหาวิหารอัสสัมชัญที่จตุรัสวิหารแห่งเคลมลิน ภายในตกแต่งด้วยภาพเฟลสโกและภาพไอคอน 5 ชั้น ที่สำคัญคือมีโลงศพไม้ที่นักบุญเซอร์เจียสทำขึ้นเอง ซึ่งตั้งอยู่ที่มุมขวาสุดของตัวโบสถ์ เปิดเฉพาะฤดูร้อน

 

โบสถ์ โฮลีทรินิตี้ (Holy Trinity Monastery)
สร้างในปี ค.ศ. เป็นโบสถ์แรกของเมืองซาร์กอร์ส สถาปัตยกรรมแบบยอดโดมหัวหอมสีทอง ภายในตกแต่งด้วยภาพเฟรสโกและภาพไอคอน 5 ชั้น ที่สำคัญคือมีโลงศพเงินของนักบุญเซอร์เจียส ภายในบรรจุกระดูกของท่านที่ประชาชนศัทธาและจะเดินทางมาสักการะด้วยการจูบฝา โลงศพเงินที่ตั้งอยู่มุมด้านขวาสุดของตัวโบสถ์

 

พิพิธภัณฑ์อาร์เมอรี่แชมเบอร์

เป็นพิพิธภัณฑ์ที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศรัสเซีย เริ่มก่อสร้างตามบัญชาของ พระเจ้าอเล็กซานเดอร์ที่ 1 เพื่อเป็นที่เก็บของสะสมของ เจ้าชายมัสโควีในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 14 - 15 ต่อมามีการต่อเติมในปีค.ศ.1810 ด้วยฝีมือของสถาปนิก I.V. Yegotov ก่อนที่จะสร้างอาคารแห่งใหม่นี้ในปีค.ศ. 1844 - 1851 ด้วยการออกแบบของ Konstantin Andreyevich Thon เพื่อเป็นสถานที่รวบรวมทรัพย์สมบัติอันล้ำค่าซึ่งใช้ในงานพระราชพิธีเหรียญกล้าหาญ คลังแสง มีการแกะสลักงานโลหะติดทอง และงานลวดลายประดับเส้นลาย ในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 14 - ต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20

 

 

 

 

 




เดินทางเป็นกลุ่ม ทัศนศึกษา ดูงาน สัมมนา